สปสช.เร่งประสานสิทธิผู้บาดเจ็บเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ใช้บัตรทองรักษาต่อเนื่อง
วันนี้ (13 กรกฎาคม 2569) ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวถึงกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 27 ราย (ข้อมูล ณ เวลา 03.45 น.วันที่ 13 กรกฎาคม2569 ) แบ่งเป็น เพศชาย 9 ราย เพศหญิง 18 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมากนั้น สปสช. ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และขอส่งกำลังใจถึงผู้ได้รับบาดเจ็บทุกคน รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่กู้ชีพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งร่วมดูแลผู้ประสบเหตุครั้งนี้อย่างเต็มกำลัง
ทพ.อรรถพร กล่าวว่า สำหรับผู้ประสบเหตุ ในกรณีที่ประสบอุบัติเหตุรุนแรงและมีภาวะฉุกเฉินวิกฤติถึงแก่ชีวิต สามารถใช้สิทธิ UCEP (เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่) ตามนโยบายรัฐที่คุ้มครอง เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดได้ทุกแห่งทั่วประเทศได้ โดยไม่ต้องสำรองจ่ายและไม่เสียค่าใช้จ่าย ภายในระยะเวลา 72 ชั่วโมงแรก หรือจนกว่าจะพ้นวิกฤต ซึ่ง สปสช.จะร่วมประสานหน่วยบริการที่เกี่ยวข้องเพื่อดูแลเรื่องการส่งต่อผู้ป่วยไปยังหน่วยบริการตามสิทธิหรือหน่วยบริการที่เหมาะสมต่อไป เพื่อรับการรักษาต่อเนื่อง ในส่วนผู้บาดเจ็บที่ไม่อยู่ในกลุ่มภาวะฉุกเฉินวิกฤตนั้น กรณีของผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สิทธิบัตรทอง 30 บาท ขอให้มั่นใจว่า ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมีหลักเกณฑ์รองรับการดูแลรักษาพยาบาลในกรณีอุบัติเหตุและเจ็บป่วยฉุกเฉิน โดยโรงพยาบาลที่ให้การรักษาสามารถดำเนินการตามมาตรฐานวิชาชีพ และเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลผ่านระบบของ สปสช. ได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้
“ผู้บาดเจ็บและญาติไม่ต้องกังวลเรื่องสิทธิการรักษาและโรงพยาบาล ไม่ต้องกังวลเรื่องการเบิกจ่าย สปสช. มีเกณฑ์รองรับทั้งกรณีฉุกเฉินวิกฤตตาม UCEP และกรณีที่เข้าเงื่อนไขตามมาตรา 7 โรงพยาบาลสามารถดูแลผู้ป่วยตามความจำเป็นเร่งด่วนได้ก่อน ส่วนการประสานสิทธิการส่งต่อ และการเบิกจ่าย สปสช. พร้อมทำหน้าที่สนับสนุนและประสานงานตามระบบ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลต่อเนื่องอย่างเหมาะสม” ทพ.อรรถพร กล่าว
ทพ.อรรถพร กล่าวว่า ขณะนี้ สปสช. เขต 13 กรุงเทพมหานคร ได้ประสานติดตามข้อมูลกับหน่วยบริการที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการดูแลผู้บาดเจ็บที่เป็นผู้มีสิทธิบัตรทอง ทั้งในการประสานส่งต่อ และการให้คำแนะนำเรื่องการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลแก่หน่วยบริการ ทั้งนี้ สปสช. ขอให้หน่วยบริการที่ให้การรักษาผู้บาดเจ็บที่เป็นผู้มีสิทธิบัตรทอง ดูแลรักษาผู้ป่วยตามมาตรฐานวิชาชีพ และดำเนินการบันทึกข้อมูลเพื่อเบิกจ่ายผ่านระบบของ สปสช. ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด หากมีข้อขัดข้องในการตรวจสอบสิทธิ การประสานส่งต่อ หรือการเบิกจ่าย สามารถประสาน สปสช. เขต 13 กรุงเทพมหานคร หรือสายด่วน สปสช. 1330 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับประชาชนหรือญาติผู้บาดเจ็บที่ต้องการสอบถามสิทธิการรักษา การใช้สิทธิบัตรทอง หรือขอความช่วยเหลือเพิ่มเติม สามารถติดต่อ สายด่วน สปสช. 1330 โทร.ฟรี 24 ชั่วโมง

