‘จุลพันธ์’ ขอเอกชนรับแรงงานผ่านอบรมเข้าทำงาน หวังลดอัตราว่างงาน-เร่งแก้ปัญหาทักษะไม่ตรงตลาด
เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน หารือร่วมกับผู้ประกอบการจาก 35 บริษัท เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและกำหนดแนวทางความร่วมมือด้านการส่งเสริมการมีงานทำ การพัฒนาทักษะกำลังแรงงาน และการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยมี นายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน พร้อมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงแรงงาน โดยมีการทำงานแบบบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปิดรับฟังข้อเสนอจากภาคเอกชนอย่างจริงจัง
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีตำแหน่งงานว่างที่นายจ้างแจ้งผ่านระบบ ‘ไทยมีงานทำ’ สะสมกว่า 311,983 อัตรา และสามารถบรรจุผู้สมัครงานแล้วกว่า 166,461 คน โดยความต้องการแรงงานส่วนใหญ่ยังอยู่ในภาคการผลิตกว่า 114,305 อัตรา ขณะที่มีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีกว่า 51,000 คน อยู่ระหว่างการหางาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความไม่สอดคล้องระหว่างคุณวุฒิและความต้องการของตลาดแรงงาน (Mismatch) ดังนั้น กระทรวงแรงงานจึงมุ่งสร้างความร่วมมือกับสถานประกอบการในการเพิ่มตำแหน่งงานที่ใช้ทักษะเฉพาะทาง งานวิชาชีพ และงานมูลค่าสูง เพื่อเปิดโอกาสให้แรงงานไทย โดยเฉพาะบัณฑิตจบใหม่ ได้ทำงานที่ตรงกับศักยภาพและมีโอกาสเติบโตในสายอาชีพ
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า วันนี้จึงเป็นการแลกเปลี่ยนแนวคิดในการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงแรงงานกับภาคเอกชน ประสบการณ์ส่วนตัวเคยทำงานทั้งในฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร รวมถึงการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งทำให้มีความเข้าใจทั้งมิติทางเศรษฐกิจและมิติด้านแรงงาน ในฐานะนักเศรษฐศาสตร์ จึงมองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างภาคเอกชนกับแรงงานอย่างรอบด้าน บทบาทของกระทรวงแรงงานถูกมองว่าอยู่ใน ‘สองโลก’ คือ มิติทางเศรษฐกิจและมิติทางสังคม ซึ่งจำเป็นต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกัน โดยการกำหนดนโยบายต้องรับฟังความคิดเห็นจากทั้งฝ่ายลูกจ้างและนายจ้าง เพื่อลดความตึงเครียดที่อาจเกิดขึ้น และป้องกันผลกระทบเชิงลบต่อระบบเศรษฐกิจ
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า หนึ่งในประเด็นสำคัญ คือ การแก้ไขปัญหาความไม่สอดคล้องระหว่างตำแหน่งงานว่างกับทักษะแรงงาน โดยตั้งเป้าใช้ความต้องการของภาคเอกชนเป็นตัวตั้ง และให้ภาครัฐเข้าไปสนับสนุนการพัฒนาทักษะให้ตรงกับความต้องการจริง จึงขอความร่วมมือจากภาคเอกชนในการรับแรงงานที่ผ่านการฝึกอบรมแล้ว เพื่อลดอัตราการว่างงานให้ต่ำที่สุด
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เราให้ความสำคัญกับการยกระดับสวัสดิการและสวัสดิภาพแรงงาน ผ่านกลไกของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และสำนักงานประกันสังคม รวมถึงการดูแลความปลอดภัยในการทำงาน โดยเชื่อว่าหากแรงงานมีความมั่นคงและปลอดภัย จะส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทั้งแรงงานและผู้ประกอบการ กระทรวงแรงงาน โดยเฉพาะกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มีความพร้อมในการขับเคลื่อนการพัฒนาทักษะแรงงานอย่างเต็มที่ โดยไม่ได้ติดข้อจำกัดว่าใครจะเป็นผู้ดำเนินการหลัก
“ยอมรับว่าการทำงานของภาครัฐมีข้อจำกัดด้านกลไกงบประมาณและขั้นตอนที่ซับซ้อน ทำให้ขาดความคล่องตัวเมื่อเทียบกับภาคเอกชน” นายจุลพันธ์ กล่าว
นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ในประเด็นความร่วมมือกับภาคเอกชน โดยเฉพาะบริษัทหัวเว่ย ซึ่งมีศูนย์ฝึกอบรมและวิจัย (แคมปัส) ขนาดใหญ่ที่เมืองเซินเจิ้นและเซี่ยงไฮ้ ขอขอบคุณข้อเสนอในการสนับสนุนการพาคนไทยไปฝึกอบรม ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานให้ความสำคัญกับการพัฒนาทุนมนุษย์เป็นหลัก โดยเปิดกว้างต่อทุกแนวทาง ไม่จำกัดสถานที่ ขอเพียงสามารถยกระดับทักษะ (upskill/reskill) ของแรงงานไทยได้อย่างเป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์ต่อภาพรวมของประเทศ รวมถึงบทบาทของเทคโนโลยีในยุคปัจจุบันที่เอื้อต่อการพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง ผ่านแพลตฟอร์มและโซลูชันต่างๆ ซึ่งอาจเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการลงทุนในอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว โดยเน้นการพัฒนาคนให้สามารถปรับตัวได้ในทุกภาคส่วน (sector) และมีทักษะที่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดแรงงาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กิจกรรมครั้งนี้มีบริษัทเข้าร่วมกิจกรรมหลายแห่ง ได้แก่
- บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
- บริษัท ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป จำกัด
- บริษัท น้ำตาลบุรีรัมย์ จำกัด (มหาชน)
- บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน)
- บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
- บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)
- บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
- บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)
- บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)
- บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน)
- บริษัท ลักซ์ชูรี โฮเต็ลส์ แอนด์ รีสอร์ทส (ไทยแลนด์) จำกัด
- บริษัท ไอแอนด์ไอ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
- บริษัท คอฟฟี่ คอนเซ็ปต์ รีเทล จำกัด
- บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
- บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
- Changan Auto Sales (Thailand) Co., Ltd.
- บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน)
- บริษัท เทคโนเมดิคัล จำกัด (มหาชน)
- บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด
- บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
- บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด
- บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
- บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
- บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
- บริษัท ไทย เวียตเจ็ท แอร์ จอยท์ สต๊อค จำกัด
- บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
- บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
- บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
- บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด
- บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)
- บริษัท ไวร์เออ แอนด์ไวร์เลส จำกัด
- บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)
- บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
- บริษัท ซี แวลู จำกัด (มหาชน)
- THE SUKHOTHAI BANGKOK
- บริษัท สบาย ลีสซิ่ง จำกัด



