‘จุลพันธ์’ ขอเอกชนรับแรงงานผ่านอบรมเข้าทำงาน หวังลดอัตราว่างงาน-เร่งแก้ปัญหาทักษะไม่ตรงตลาด

13.07.26 | 15:49 น.

‘จุลพันธ์’ ขอเอกชนรับแรงงานผ่านอบรมเข้าทำงาน หวังลดอัตราว่างงาน-เร่งแก้ปัญหาทักษะไม่ตรงตลาด

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน หารือร่วมกับผู้ประกอบการจาก 35 บริษัท เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและกำหนดแนวทางความร่วมมือด้านการส่งเสริมการมีงานทำ การพัฒนาทักษะกำลังแรงงาน และการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยมี นายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน พร้อมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงแรงงาน โดยมีการทำงานแบบบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปิดรับฟังข้อเสนอจากภาคเอกชนอย่างจริงจัง

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีตำแหน่งงานว่างที่นายจ้างแจ้งผ่านระบบ ‘ไทยมีงานทำ’ สะสมกว่า 311,983 อัตรา และสามารถบรรจุผู้สมัครงานแล้วกว่า 166,461 คน โดยความต้องการแรงงานส่วนใหญ่ยังอยู่ในภาคการผลิตกว่า 114,305 อัตรา ขณะที่มีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีกว่า 51,000 คน อยู่ระหว่างการหางาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความไม่สอดคล้องระหว่างคุณวุฒิและความต้องการของตลาดแรงงาน (Mismatch) ดังนั้น กระทรวงแรงงานจึงมุ่งสร้างความร่วมมือกับสถานประกอบการในการเพิ่มตำแหน่งงานที่ใช้ทักษะเฉพาะทาง งานวิชาชีพ และงานมูลค่าสูง เพื่อเปิดโอกาสให้แรงงานไทย โดยเฉพาะบัณฑิตจบใหม่ ได้ทำงานที่ตรงกับศักยภาพและมีโอกาสเติบโตในสายอาชีพ

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า วันนี้จึงเป็นการแลกเปลี่ยนแนวคิดในการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงแรงงานกับภาคเอกชน ประสบการณ์ส่วนตัวเคยทำงานทั้งในฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร รวมถึงการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งทำให้มีความเข้าใจทั้งมิติทางเศรษฐกิจและมิติด้านแรงงาน ในฐานะนักเศรษฐศาสตร์ จึงมองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างภาคเอกชนกับแรงงานอย่างรอบด้าน บทบาทของกระทรวงแรงงานถูกมองว่าอยู่ใน ‘สองโลก’ คือ มิติทางเศรษฐกิจและมิติทางสังคม ซึ่งจำเป็นต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกัน โดยการกำหนดนโยบายต้องรับฟังความคิดเห็นจากทั้งฝ่ายลูกจ้างและนายจ้าง เพื่อลดความตึงเครียดที่อาจเกิดขึ้น และป้องกันผลกระทบเชิงลบต่อระบบเศรษฐกิจ

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า หนึ่งในประเด็นสำคัญ คือ การแก้ไขปัญหาความไม่สอดคล้องระหว่างตำแหน่งงานว่างกับทักษะแรงงาน โดยตั้งเป้าใช้ความต้องการของภาคเอกชนเป็นตัวตั้ง และให้ภาครัฐเข้าไปสนับสนุนการพัฒนาทักษะให้ตรงกับความต้องการจริง จึงขอความร่วมมือจากภาคเอกชนในการรับแรงงานที่ผ่านการฝึกอบรมแล้ว เพื่อลดอัตราการว่างงานให้ต่ำที่สุด

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เราให้ความสำคัญกับการยกระดับสวัสดิการและสวัสดิภาพแรงงาน ผ่านกลไกของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และสำนักงานประกันสังคม รวมถึงการดูแลความปลอดภัยในการทำงาน โดยเชื่อว่าหากแรงงานมีความมั่นคงและปลอดภัย จะส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทั้งแรงงานและผู้ประกอบการ กระทรวงแรงงาน โดยเฉพาะกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มีความพร้อมในการขับเคลื่อนการพัฒนาทักษะแรงงานอย่างเต็มที่ โดยไม่ได้ติดข้อจำกัดว่าใครจะเป็นผู้ดำเนินการหลัก

Advertisement

“ยอมรับว่าการทำงานของภาครัฐมีข้อจำกัดด้านกลไกงบประมาณและขั้นตอนที่ซับซ้อน ทำให้ขาดความคล่องตัวเมื่อเทียบกับภาคเอกชน” นายจุลพันธ์ กล่าว

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ในประเด็นความร่วมมือกับภาคเอกชน โดยเฉพาะบริษัทหัวเว่ย ซึ่งมีศูนย์ฝึกอบรมและวิจัย (แคมปัส) ขนาดใหญ่ที่เมืองเซินเจิ้นและเซี่ยงไฮ้ ขอขอบคุณข้อเสนอในการสนับสนุนการพาคนไทยไปฝึกอบรม ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานให้ความสำคัญกับการพัฒนาทุนมนุษย์เป็นหลัก โดยเปิดกว้างต่อทุกแนวทาง ไม่จำกัดสถานที่ ขอเพียงสามารถยกระดับทักษะ (upskill/reskill) ของแรงงานไทยได้อย่างเป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์ต่อภาพรวมของประเทศ รวมถึงบทบาทของเทคโนโลยีในยุคปัจจุบันที่เอื้อต่อการพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง ผ่านแพลตฟอร์มและโซลูชันต่างๆ ซึ่งอาจเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการลงทุนในอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว โดยเน้นการพัฒนาคนให้สามารถปรับตัวได้ในทุกภาคส่วน (sector) และมีทักษะที่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดแรงงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กิจกรรมครั้งนี้มีบริษัทเข้าร่วมกิจกรรมหลายแห่ง ได้แก่

  1. บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
  2. บริษัท ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป จำกัด
  3. บริษัท น้ำตาลบุรีรัมย์ จำกัด (มหาชน)
  4. บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน)
  5. บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
  6. บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)
  7. บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
  8. บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)
  9. บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)
  10. บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน)
  11. บริษัท ลักซ์ชูรี โฮเต็ลส์ แอนด์ รีสอร์ทส (ไทยแลนด์) จำกัด
  12. บริษัท ไอแอนด์ไอ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
  13. บริษัท คอฟฟี่ คอนเซ็ปต์ รีเทล จำกัด
  14. บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
  15. บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
  16. Changan Auto Sales (Thailand) Co., Ltd.
  17. บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน)
  18. บริษัท เทคโนเมดิคัล จำกัด (มหาชน)
  19. บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด
  20. บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
  21. บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด
  22. บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
  23. บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
  24. บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
  25. บริษัท ไทย เวียตเจ็ท แอร์ จอยท์ สต๊อค จำกัด
  26. บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
  27. บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
  28. บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
  29. บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด
  30. บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)
  31. บริษัท ไวร์เออ แอนด์ไวร์เลส จำกัด
  32. บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)
  33. บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
  34. บริษัท ซี แวลู จำกัด (มหาชน)
  35. THE SUKHOTHAI BANGKOK
  36. บริษัท สบาย ลีสซิ่ง จำกัด