‘จุลพันธ์’ ชูยกระดับทุนมนุษย์ ปั้นแรงงานไทยรับโลกใหม่ ตั้งทีมรับโจทย์เอกชน
เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือร่วมกับผู้ประกอบการจาก 35 บริษัท เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและกำหนดแนวทางความร่วมมือด้านการส่งเสริมการมีงานทำ การพัฒนาทักษะกำลังแรงงาน และการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ว่า กระบวนการของกระทรวงแรงงานในวันนี้ เริ่มจากความต้องการของภาคเอกชนเป็นหลัก เพราะว่าตลาดแรงงาน ปฏิเสธไม่ได้เลยคือ ‘การจ้างงาน’ จึงจำเป็นต้องทราบว่าภาคธุรกิจมีตำแหน่งงานใดเปิดรับ และต้องการทักษะแรงงานในรูปแบบใด เพื่อนำมาเป็นโจทย์ตั้งต้นในการกำหนดนโยบายและการดำเนินงานของกระทรวงให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดอย่างแท้จริง ได้เชิญภาคเอกชนจากหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งล้วนเป็นองค์กรขนาดใหญ่ มีการจ้างงานจำนวนมาก และครอบคลุมหลายภาคส่วน
“วันนี้ดีมากเลย ทางภาคเอกชนให้ความสำคัญแล้วก็นำเสนอถึง ปัญหาหลายๆ อย่างที่เรารับมา จะเป็นโจทย์ที่ไปทำงานต่อภายใน จะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อที่จะติดตามเรื่องที่ภาคเอกชนฝากไว้ในวันนี้ และจะหารือกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อการขับเคลื่อนของมิติแรงงาน จะได้ตอบโจทย์กับประชาชน ตอบโจทย์กับพี่น้องแรงงาน และภาคเอกชนที่เป็นผู้จ้างด้วย” นายจุลพันธ์ กล่าว
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ยกตัวอย่างเช่นเรื่อง ‘ความยืดหยุ่นในการจ้างงาน’ เนื่องจากรูปแบบการทำงานในปัจจุบันมีความหลากหลายมากขึ้น ไม่จำกัดเฉพาะการทำงานเต็มเวลา (Full-time) แต่รวมถึงการทำงานรายชั่วโมง รายวัน หรือการทำงานไม่เต็มเวลา ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มแรงงานบางประเภท เช่น ผู้สูงอายุ บางคนอาจไม่พร้อมทำงานวันละ 8 ชั่วโมงเต็ม
“จะทำอย่างไรเพื่อให้กฎหมายรองรับและเกิดความยืดหยุ่นเพียงพอ ก็คงต้องไปหารือกับคณะกรรมการ ค่าจ้าง ในการที่จะไปดำเนินการแก้ไขกฎระเบียบ เพื่อที่จะรองรับกับการจ้างงานแบบใหม่” นายจุลพันธ์ กล่าว
นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ต่อมาเป็นเรื่องการจ้างงานผู้สูงอายุ ที่มีการหักลดหย่อนได้ 15,000 บาท แต่ในข้อเท็จจริง 15,000 บาทค่อนข้างน้อยไป เพราะผู้สูงอายุที่ยังคงทำงานอยู่ส่วนมากได้เงินเดือนมากกว่านั้น จะทำอย่างไร เพื่อจะเกิดแรงจูงใจกับภาคเอกชนและตรงกับสภาพความเป็นจริงของการจ้างงาน ก็เป็นโจทย์ที่รับไปและต้องไปคิดเพื่อที่จะดำเนินการให้มาตรการรัฐเกิดประโยชน์สูงสุดตามความต้องการของเรา
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่เชื่อมโยงกับสถาบันการศึกษา ที่เป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งโจทย์นี้เกี่ยวเนื่องกับหลายกระทรวง เช่น กระทรวงศึกษาธิการ เกี่ยวกับเด็กรุ่นใหม่ คนที่จบการศึกษาใหม่ ซึ่งโจทย์เหล่านี้ก็จะนำส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
“ต้องยกเครื่อง ทั้งเรื่องของการศึกษา หลักสูตรการศึกษา ทัศนคติของคนรุ่นปัจจุบัน รุ่นยุคใหม่ๆ ก็ต้องมาปรับเปลี่ยน เพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาดมากขึ้น ก็เป็นโจทย์ที่รับไป“ นายจุลพันธ์ กล่าว
นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า หน้าที่ของกระทรวงแรงงาน เราต้องสร้างความหลากหลายและยืดหยุ่นของตัวกระทรวงเองในการรองรับความต้องการของประชาชน โดยไม่ยึดติดว่ารัฐต้องเป็นผู้ดำเนินการเองทั้งหมด แต่พร้อมเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาท เช่น กรณีที่ภาคเอกชนมีศูนย์ฝึกอบรมอยู่แล้วแต่ขาดแรงงาน รัฐสามารถช่วยจัดหาคนผ่านกรมการจัดหางาน หรือประสานกับกระทรวงศึกษาธิการเพื่อดึงแรงงานรุ่นใหม่เข้าสู่ระบบ และกรณีที่มีแรงงานแต่ขาดทักษะ ก็สามารถใช้กลไกของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเข้าไปสนับสนุนได้ รวมถึงการให้คำปรึกษาด้านสวัสดิการผ่านกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และสำนักงานประกันสังคม
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เรื่องของทุนมนุษย์เป็นสิ่งที่ให้ความสำคัญมาก การที่ประเทศไทยจะสามารถกลับไปอยู่ในจุดที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันที่สูง สามารถที่จะเป็นประเทศที่มีรายได้สูงและมีการเจริญเติบโตอยู่ในระดับที่เหมาะสม เพียงแต่พัฒนาด้านเทคโนโลยี พัฒนาเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานไม่เพียงพอ ต้องพัฒนาในเรื่องของคน เรื่องของทุนมนุษย์
“ซึ่งโจทย์นี้ทางกระทรวงแรงงานรับมาจากท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีพูดว่าเราต้องพัฒนาเรื่องคนของเราให้ทันกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไป” นายจุลพันธ์ กล่าว
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า กระทรวงแรงงานเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ซึ่งดูแลพี่น้องแรงงาน ในภาคแรงงาน 45 ล้านคน เรายืนยันว่า การพัฒนาแรงงานของเราให้อยู่ใน ในจุดที่มันควรจะเป็น เป็นสิ่งที่จำเป็นและต้องทำโดยเร็ว มันอาจจะเป็นงานที่ยาก เพราะงานลักษณะนี้ไม่ได้เห็นผลแบบทันตา
“การพัฒนาคน เป็นสิ่งที่จับต้องยาก แต่เป็นสิ่งที่ต้องทำและเราก็จะทำให้เห็น เพื่อการเปลี่ยนแปลงจะต้องเกิดขึ้นได้ และจะทำให้ประเทศไทย พัฒนาในเรื่องขีดความสามารถในการแข่งขัน ทำให้คนของเราสามารถที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ สามารถไปทำงานต่างประเทศในตำแหน่งงานที่เหมาะสม ได้เงินดีๆ คนไทยสามารถที่จะมีอาชีพที่มีรายได้ที่เหมาะสม ลืมตาอ้าปากได้ เป็นโจทย์สำคัญของเรา” นายจุลพันธ์ กล่าว

