ทีมนายจ้างก้าวหน้าได้เบอร์ครบ 7 คน พร้อมชิงบอร์ดประกันสังคม ‘ศราริน’ ตอบปมถูกมอง ‘เด็กอมมือ’ ลั่นวัดกันที่ผลงาน
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ที่สำนักงานประกันสังคมพื้นที่ 3 ดินแดง รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ผู้นำทีมประกันสังคมก้าวหน้า และอดีตคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ชุดที่ 14 พร้อมด้วยผู้สมัครรับเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม ฝ่ายนายจ้าง จำนวน 7 คน เดินทางมายื่นใบสมัครรับเลือกตั้งและจับหมายเลขผู้สมัคร เพื่อชิงตำแหน่งคณะกรรมการประกันสังคม ฝ่ายนายจ้าง
รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ เป็นตัวแทนเปิดเผยก่อนเข้ายื่นใบสมัคร ว่า หลังจากที่วันที่ 1 ได้มีการสมัครในสัดส่วนของผู้ประกันตนแล้ว และได้เบอร์ 41-47 วันนี้นำทีมฝั่งนายจ้างอีก 7 ท่าน ที่จะมาสมัครในสัดส่วนของนายจ้าง ตามเป้าหมายของเราการเลือกตั้งครั้งนี้ เราต้องการที่จะได้ทั้ง 2 บอร์ด 14 ที่นั่ง จาก 21 ที่นั่ง เพื่อการปฏิรูปและล้างบางการทุจริต
“ในขั้นตอนการสมัคร ยอมรับว่าฝั่งนายจ้างมีความซับซ้อนด้านเอกสารมากกว่าฝั่งผู้ประกันตน เนื่องจากต้องตรวจสอบสถานะทางธุรกิจและคุณสมบัติอย่างละเอียด แต่ยืนยันว่ามีความพร้อมและดำเนินการตามกระบวนการครบถ้วน” รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าว
รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า อย่างที่ทราบว่าตอนนี้ มีการขยายการลงทะเบียนไปถึงวันที่ 20 กรกฎาคม ยอดผู้ลงทะเบียนฝั่งผู้ประกันตนอยู่ที่ 900,000 กว่า และฝั่งนายจ้างอยู่ที่ประมาณ 9,000 กว่าราย ดังนั้น คิดว่าถ้ามีการลงทะเบียนมาใช้สิทธิกันเยอะมากเท่าไหร่ ยิ่งจะทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้มีความหมาย และเป็นการประชันนโยบายมากกว่าประชันเสียงจัดตั้งระหว่างกัน
“คิดว่าหัวใจใหญ่ สำหรับทั้งฝั่งผู้ประกันตนและฝั่งนายจ้างของทีมประกันสังคมก้าวหน้า คือ ความเป็นตัวแทน ถ้าเราพูดถึงกิจการส่วนมากของประเทศนี้ ก็คือเป็นเจ้าของธุรกิจ ที่อยู่ใกล้ชิดกับคนทำงาน อยู่ใกล้ชิดกับสวัสดิการ อยู่ใกล้ชิดกับการตื่นนอน การทำงานของลูกจ้าง ในสัดส่วนตัวนี้เรามีเจ้าของธุรกิจในลักษณะนี้ อยู่มากกว่าแสนราย เพราะฉะนั้นคิดว่าความเป็นตัวแทนของเจ้าของกิจการที่ใกล้ชิดกับผู้ใช้แรงงาน นั่นคือจุดขายสำคัญของเรา“ รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าว
รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่อยากย้ำ คือ บทลงโทษสำคัญของการที่เราไม่ไปใช้สิทธิ จะทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ กลุ่มจัดตั้งหรือว่ากลุ่มอำนาจเดิม ตามที่เห็นในข่าว บอร์ด 8 สมัย 30 ปี สามารถที่จะจัดตั้งคะแนนเสียงได้ ถ้าเราไม่ไปลงทะเบียน ถ้าเราไม่ไปใช้สิทธิ ถ้าเกิดว่าในผู้ประกันตนลงทะเบียน 900,000 คน แต่ความเป็นจริงมาใช้สิทธิเพียงแค่ 100,000 คน หรือ 50,000 คน คะแนนเสียงจัดตั้งจะมีผล
”เราก็จะได้รับบทลงโทษ คือ การได้ปฏิทิน เสื้อ หมวก ในสิ่งที่เราไม่ได้อยากได้ แต่ว่าถ้าเรามาใช้สิทธิลงทะเบียนกัน และใช้สิทธิเลือกตั้งเยอะๆ จะทำให้เกิดการแข่งขันเชิงนโยบาย เงินค่าทำฟัน ค่าคลอด เงินบำนาญ ซึ่งเหล่านี้ก็จะสะท้อนไปสู่ความต้องการของประชาชน“ รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าว
รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวต่อว่า สิ่งหนึ่งที่อยากย้ำว่า บอร์ดประกันสังคม ไม่ได้เป็นบอร์ดที่นายจ้างและลูกจ้างต้องมาทะเลาะกัน เพราะเรามีผลประโยชน์โดยพื้นฐานที่ตรงกันอย่างมาก คือเราถูกผลักเงินไป ถ้าผู้ประกันตนสูงสุด 800 กว่าบาท ขณะที่นายจ้างก็จ่ายเข้าไป หลายท่านในหนึ่งปี อาจจะเสียเป็นแสน เป็นล้านบาท
”เพราะฉะนั้นประโยชน์ตรงกัน คือ การออกแบบสวัสดิการที่ดี องค์กรที่ไม่มีการทุจริต องค์กรที่โปร่งใส และก็เป็นภาพตัวแทนของผู้ประกันตน ของคนทั่วไป เป็นหลังพิง ของผู้ใช้แรงงาน เป็นหลังพิงของ ผู้ประกอบการในการออกแบบสวัสดิการ นี่คือจุดใหญ่ที่ตรงกันครับ และเราต้องการให้องค์กรสวัสดิการที่ใหญ่ที่สุดของประเทศนี้ ได้รับการล้างบางการทุจริตเสียที นี่คือสิ่งที่ตรงกัน อยากเชิญชวนให้ผู้มีสิทธิทุกคนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง เพราะหากไม่ลงทะเบียนและไม่ไปใช้สิทธิ ก็จะเปิดโอกาสให้กลุ่มอำนาจเดิมหรือกลุ่มจัดตั้งสามารถกำหนดผลการเลือกตั้งได้ แม้จะมีผู้ลงทะเบียนจำนวนมาก แต่หากออกมาใช้สิทธิเพียงส่วนน้อย คะแนนเสียงก็จะถูกกำหนดโดยคนกลุ่มเล็ก ๆ” รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าว
ด้าน น.ส.ศราริน เรืองปัญญาวุฒิ ผู้สมัครรับเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม ฝ่ายนายจ้าง ทีมประกันสังคมก้าวหน้า กล่าวว่า การลงสมัครครั้งนี้ต้องการสานต่อการทำงานของบอร์ดประกันสังคมชุดที่ผ่านมา โดยยึดหลักความโปร่งใสและการเปิดเผยข้อมูลเป็นหัวใจสำคัญ
น.ส.ศราริน กล่าวว่า หากการดำเนินงานของสำนักงานประกันสังคมมีความเปิดเผย โปร่งใส และตรวจสอบได้ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการทุจริต รวมทั้งทำให้การบริหารกองทุนมีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้นายจ้างจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์เป็นตัวเงินโดยตรง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาความมั่นคงของกองทุนประกันสังคม เพราะเงินสมทบที่ส่งเข้ากองทุนทุกเดือนจะไม่มีความหมายเลย หากกองทุนขาดความยั่งยืนหรือประสบปัญหาทางการเงิน
เมื่อถามว่า จุดเด่นของผู้สมัครฝ่ายนายจ้างทีมประกันสังคมก้าวหน้าคืออะไร รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า จุดแข็งสำคัญคือการเป็นตัวแทนของผู้ประกอบการที่อยู่ใกล้ชิดกับแรงงานและสถานประกอบการจริง โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่มีอยู่จำนวนมาก จึงเข้าใจปัญหาและความต้องการของทั้งนายจ้างและลูกจ้าง สามารถสะท้อนเสียงของภาคธุรกิจได้อย่างแท้จริง
ขณะที่ น.ส.ศราริน กล่าวเสริมว่า การดูแลให้ลูกจ้างมีคุณภาพชีวิตที่ดี ถือเป็นการช่วยลดภาระของนายจ้างไปพร้อมกัน เพราะเมื่อแรงงานมีสุขภาพดี มีหลักประกัน และมีความกังวลในชีวิตลดลง ก็จะส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กที่มีพนักงานไม่มาก หากลูกจ้างคนใดคนหนึ่งประสบปัญหา ย่อมส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจทั้งองค์กร ดังนั้น การมีระบบประกันสังคมที่เข้มแข็งจึงเป็นประโยชน์ร่วมกันทั้งต่อลูกจ้างและนายจ้าง
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า มองอย่างไรกับเรื่องที่ถูกตีตราว่า เป็น ‘เด็กอมมือ’ น.ส.ศราริน กล่าวว่า อยากให้มองที่ผลงานและการทำงานที่ผ่านมา รวมถึงนโยบายของสิ่งที่พวกเราตั้งใจจะเข้าไปทำมากกว่า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการจับหมายเลขผู้สมัครรับเลือกตั้งฝ่ายนายจ้าง ของทีมประกันสังคมก้าวหน้า 7 คน ได้แก่
ลำดับที่ 62 นายอดิศร เกิดมงคล
ลำดับที่ 63 นายกฤษฎา อาทิตย์ จินตกานนท์
ลำดับที่ 64 นางสาวศราริน เรืองปัญญาวุฒิ
ลำดับที่ 65 นายรัตนสิทธิ สุภาภรณ์
ลำดับที่ 66 นายกฤตวิทย์ หริมเทพาธิป
ลำดับที่ 67 นางสุโขทัย หัตถะรัชต์
ลำดับที่ 68 นางสาวภัทรานิษฐ์ ศรีจันทร์ดร
ขณะที่ ผู้สมัครบอร์ประกันสังคมก้าวหน้าของทีมประกันสังคมก้าวหน้า ฝั่งผู้ประกันตน ทั้ง 7 คน ประกอบด้วยลำดับ 41 เริงฤทธิ์ ละออกิจ (ดอย)
ลำดับ 42 ธนพงษ์ เชื้อเมืองพาน (เอส)
ลำดับ 43 นาริฐา โภไคยอนันต์ (ฝ้าย)
ลำดับ 44 ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี (จั๊ก)
ลำดับ 45 ชลิต รัษฐปานะ (นิว)
ลำดับ 46 ปรารถนา โพธิ์ดี (หนึ่ง)
ลำดับ 47 พรทิพย์ โม่งใหญ่ (เจี๊ยบ)


