กรมการแพทย์พร้อมรับส่งต่อผู้บาดเจ็บเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิง ย้ำ Burn Unit รพ.นพรัตน์ฯ รองรับได้ 24 ชม.

15.07.26 | 10:09 น.

กรมการแพทย์พร้อมรับส่งต่อผู้บาดเจ็บเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิง ย้ำ Burn Unit รพ.นพรัตน์ฯ รองรับได้ 24 ชม.

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า จากเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มอบหมายให้กรมการแพทย์เตรียมความพร้อมโรงพยาบาลในสังกัด และประสานเครือข่ายการส่งต่อผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด

นพ.ณัฐพงศ์ กล่าวว่า กรมการแพทย์ได้ประชุมหารือร่วมกับสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 13 และทีมแพทย์จากโรงพยาบาลเอกชนที่ดูแลผู้บาดเจ็บ เพื่อวางแผนรองรับการส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลเอกชนมายังโรงพยาบาลของรัฐในพื้นที่กรุงเทพมหานคร กรณีที่โรงพยาบาลเอกชนมีผู้ป่วยเกินศักยภาพในการดูแล หรือผู้ป่วยมีปัญหาค่าใช้จ่ายหลังใช้สิทธิเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต (UCEP) ครบ 72 ชั่วโมง โดยยืนยันว่าระบบสามารถรองรับผู้ป่วยได้ทุกราย โดยเฉพาะผู้ป่วยแผลไฟไหม้และผู้ป่วยวิกฤตที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลจากทีมแพทย์เฉพาะทาง

นพ.ณัฐพงศ์ กล่าวว่า กรมการแพทย์ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากร เวชภัณฑ์ เตียงรองรับผู้ป่วย และระบบส่งต่อ เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างเต็มที่ ปัจจุบันมีผู้บาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสังกัดกรมการแพทย์ 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลเลิดสิน และโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ซึ่งยังมีศักยภาพรองรับผู้ป่วยเพิ่มเติมได้

ด้าน นพ.ปิยวัฒน์ เลาวหุตานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กล่าวว่า โรงพยาบาลนพรัตนราชธานีมีศูนย์ดูแลผู้ป่วยไฟไหม้ (Burn Unit) ซึ่งเป็นศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางระดับตติยภูมิ มีศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยแผลไฟไหม้รุนแรง พร้อมทีมแพทย์ พยาบาล และสหสาขาวิชาชีพที่มีความเชี่ยวชาญ รวมถึงเทคโนโลยีและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน รองรับการส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลเครือข่ายทั้งในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ใกล้เคียงได้ตลอด 24 ชั่วโมง

นพ.ปิยวัฒน์ กล่าวว่า ศูนย์ดังกล่าวประกอบด้วยห้องแยกปลอดเชื้อ ห้องผู้ป่วยวิกฤตเฉพาะทาง เทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัย อาทิ ธนาคารผิวหนังและผิวหนังเทียม พร้อมทีมสหสาขาวิชาชีพ ได้แก่ ศัลยแพทย์ตกแต่ง วิสัญญีแพทย์ พยาบาลเฉพาะทาง นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด นักสังคมสงเคราะห์ และนักโภชนาการ สามารถให้การรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วยทั้งด้านร่างกายและจิตใจอย่างครบวงจร เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่รวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมสร้างความมั่นใจให้ประชาชนที่เข้ารับบริการ

Advertisement