สธ.เปิดไทม์ไลน์ กม.กัญชาทางการแพทย์ ‘พัฒนา’ จ่อเซ็นร่าง พ.ร.บ.ควบคุมฯ ก่อนชง ครม.

15.07.26 | 14:14 น.

สธ.เปิดไทม์ไลน์ กม.กัญชาทางการแพทย์ ‘พัฒนา’ จ่อเซ็นร่าง พ.ร.บ.ควบคุมฯ ก่อนชง ครม.

วันนี้ (15 กรกฎาคม 2569) กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดไทม์ไลน์การขับเคลื่อนนโยบายกัญชาทางการแพทย์ผ่านการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อจัดระเบียบผู้ประกอบการ โดยผู้ประกอบการรายใหม่ต้องเป็นสถานพยาบาล ร้านขายยา หรือร้านขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรตามกฎหมาย พร้อมแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา ที่มีอำนาจเทียบเท่าพนักงานเจ้าหน้าที่ของ สธ. ในระหว่างการเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมกัญชา พ.ศ. … ซึ่งจะเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการ สธ. ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการการรับฟังความคิดเห็น
ในเดือนกรกฎาคมนี้

นพ.เทวัญ ธานีรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ เปิดเผยว่า เพื่อประโยชน์สูงสุดในการควบคุมกัญชาให้อยู่ในกรอบทางการแพทย์อย่างเคร่งครัดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542 จึงออกกฎหมายและแนวทางการปฏิบัติในการควบคุมกัญชา ดังนี้

1.ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ.2568 ประกาศให้ช่อดอกกัญชาเป็นสมุนไพรควบคุม ผู้ใดที่จะทำการศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่ายหรือแปรรูป จะต้องได้รับอนุญาต โดยมุ่งใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ผ่านการสั่งจ่ายโดยผู้ประกอบวิชาชีพ

2.ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตาม พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542, พ.ศ.2568 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2569 แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ได้แก่ ผู้ว่า ปลัดจังหวัด นายอำเภอ ปลัดอำเภอ และเจ้าพนักงานปกครอง รวมถึงเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) และเมืองพัทยา เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมร่วมกับเจ้าหน้าที่ สธ. เพื่อบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว รวมแล้วมากกว่า 200,000 คน

Advertisement

3.กฎกระทรวงการอนุญาตให้ศึกษาวิจัยหรือส่งออกสมุนไพรควบคุม หรือจำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2569 เพื่อควบคุมให้ผู้ประกอบการรายใหม่ต้องเป็นสถานพยาบาล ร้านขายยา หรือร้านขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ถูกต้องตามกฎหมาย และต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการอบรมจากกรมการแพทย์แผนไทยฯ ประจำตลอดเวลาทำการ และกำหนดให้ต้องมีระบบกำจัดกลิ่นและควันที่มีประสิทธิภาพด้วย

4.เสนอแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542 เพื่อแก้ไขโทษตาม ม.78
โดยเพิ่มเติมอัตราค่าปรับจากเดิม ปรับไม่เกิน 20,000 บาท เป็น 100,000 บาท ซึ่งร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวอยู่ในกระบวนการพิจารณาโดยคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบัน

5.วางแนวทางปฏิบัติการพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาต ให้กับผู้อนุญาตในส่วนภูมิภาคให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งประเทศ สำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตที่กระทำผิดเงื่อนไขการอนุญาตจะถูกพักใช้ใบอนุญาตเริ่มต้นที่ 30 วัน สูงสุดไม่เกิน 90 วัน และให้มีการเพิกถอนใบอนุญาตกรณีที่มีการกระทำผิดเงื่อนไขซ้ำในกรณีเดียวกัน รวมถึงเพิกถอนใบอนุญาตกรณีที่กระทำผิดเงื่อนไขในกรณีร้ายแรง เช่น การจำหน่ายช่อดอกกัญชาให้กับเด็กนักเรียนที่ไม่มีใบสั่งจ่ายจากผู้ประกอบวิชาชีพ (ภ.ท.33)

“นอกจากการใช้กลไกการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวแล้ว ล่าสุดเตรียมนำ ร่าง พ.ร.บ.ควบคุมกัญชา พ.ศ. ..ที่ผ่านกระบวนการการรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชน เสนอต่อรัฐมนตรีว่าการ สธ. โดยจะให้ความเห็นชอบในวันที่ 24 กรกฎาคมนี้ และนำเสนอต่อ ครม.ต่อไป” นพ.เทวัญ กล่าว