‘จุลพันธ์’ หารือญี่ปุ่น ขยายตลาดแรงงาน เร่งแก้ปัญหาแรงงานไทยผิดกฎหมาย-ปราบนายหน้าเถื่อน
เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นำคณะผู้บริหารกระทรวงแรงงาน หารือข้อราชการร่วมกับ นายวิชชุ เวชชาชีวะ เอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาแรงงานและเพิ่มโอกาสการจ้างงานของแรงงานไทยในประเทศญี่ปุ่น โดยมี พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) นายสุรเกียรติ เทียนทอง ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน น.ส.บุณยกร ดำรงรัตน์ ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายสมชาติ สุภารี รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน น.ส.สดุดี กิตติสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ น.ส.พรรวี นาคพิพัฒน์ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) สำนักงานแรงงานไทยในญี่ปุ่น ร่วมหารือด้วย วันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ประเด็นที่สร้างความกังวลเป็นอย่างยิ่ง คือ ปัญหาคนไทยพำนักและทำงานผิดกฎหมายในญี่ปุ่น โดยที่ผ่านมาแม้ทางกระทรวงแรงงานเองจะผลักดันระบบการจ้างงานที่ถูกกฎหมายผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการการจ้างงานเพื่อการพัฒนาทักษะ (Memorandum of Cooperation on the Employment for Skill Development Program) ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่การเป็นแรงงานทักษะเฉพาะได้ รวมถึงเดินหน้าปราบปรามนายหน้าผิดกฎหมายและประชาสัมพันธ์ช่องทางการทำงานที่ถูกกฎหมายอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาดังกล่าวก็ยังคงไม่หมดไป
“ได้ขอความร่วมมือไปยังสถานเอกอัครราชทูตและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของทั้งสองประเทศเพื่อลดปัญหาตั้งแต่ต้นทาง รวมถึงสนับสนุนให้การติดตามและช่วยเหลือแรงงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น” นายจุลพันธ์ กล่าว
นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า รวมไปถึงแนวทางการยกระดับแรงงาน ทิศทางของตลาดแรงงานญี่ปุ่นในอนาคต โดยทางกระทรวงแรงงานจะนำข้อมูลที่ได้ไปผลักดันเป็นมาตรการเพื่อยกระดับทักษะแรงงานของเราให้สอดรับกับความต้องการของตลาดแรงงานญี่ปุ่นต่อไป” นายจุลพันธ์ กล่าว
ทั้งนี้ การเดินทางเยือนครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของกระทรวงแรงงานไทยในการต่อยอดบันทึกความร่วมมือด้านระบบ ESD ที่ได้ลงนามไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบการญี่ปุ่น และยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานไทยในต่างประเทศให้ได้รับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์อย่างเป็นธรรมและยั่งยืน


