‘ประกันสังคมก้าวหน้า’ เปิดตัวครบ 2 ฝั่ง ชิง 14 ที่นั่ง เขย่าบอร์ด-ล้างทุจริตกองทุน ย้ำโปร่งใสต้องเกิดใน 7 วันแรก
ทีม ‘ประกันสังคมก้าวหน้า’ เดินเกมรุกเต็มรูปแบบ เปิดตัวผู้สมัครฝั่งนายจ้างครบทั้ง 7 คนอย่างเป็นทางการ หลังจากก่อนหน้านี้ส่งผู้สมัครฝั่งผู้ประกันตนครบแล้ว พร้อมประกาศหมายเลขผู้สมัครทั้งสองฝั่ง โดยฝั่งผู้ประกันตนได้หมายเลข 41-47 และฝั่งนายจ้างได้หมายเลข 62-68 ตั้งเป้าคว้าเก้าอี้รวม 14 จาก 21 ที่นั่งในบอร์ดประกันสังคม เพื่อเดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างองค์กร ยกระดับความโปร่งใส และจัดการปัญหาทุจริตที่สะสมมาอย่างยาวนาน
การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของระบบ เนื่องจากเป็นโอกาสในการปรับโครงสร้างการบริหารให้เปิดเผย ตรวจสอบได้ และลดอิทธิพลของกลุ่มอำนาจเดิม โดยทีมประกันสังคมก้าวหน้าประกาศชัดว่าจะผลักดันการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบทันที หากได้รับความไว้วางใจจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ชูนโยบาย 7 วันแรก ต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้
รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ผู้นำทีมประกันสังคมก้าวหน้า อดีตคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ชุดที่ 14 เปิดเผยว่า นโยบาย 7 วันแรก หากได้รับความไว้วางใจ จากผู้ประกันตนให้เข้าไปทำหน้าที่ในบอร์ดประกันสังคม สิ่งที่จะผลักดันทันทีคือการปฏิรูปเรื่องความโปร่งใสในการบริหารจัดการกองทุนประกันสังคม ซึ่งเป็นเงินสมทบจากผู้ประกันตน นายจ้าง และภาครัฐ โดยจะผลักดันให้มีการถ่ายทอดสดการประชุมบอร์ดประกันสังคม เพื่อให้ผู้ประกันตนสามารถติดตามการตัดสินใจและการใช้งบประมาณได้อย่างเปิดเผยและตรวจสอบได้ ภายใต้มาตรฐานเดียวกับคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
‘ความโปร่งใส’ คือหัวใจสำคัญของนโยบาย ทั้งในกระบวนการประชุม การตัดสินใจ และการบริหารกองทุน ผมมองว่าถ้าความโปร่งใสเกิดขึ้น ความเสี่ยงเรื่องทุจริตจะลดลง และการทำงานจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ขณะเดียวกันการพัฒนาสิทธิประโยชน์และสวัสดิการต่างๆ นั้นเป็นสิ่งที่จะพัฒนาต่อเนื่อง ในระยะ 1-2 ปีต่อจากนี้โดยมุ่งให้กองทุนประกันสังคมสามารถตอบโจทย์คุณภาพชีวิตของผู้ประกันตนได้ดียิ่งขึ้น
มั่นใจฐานนายจ้าง ชูประสบการณ์-ความเป็นตัวแทน
ด้านความมั่นใจในฝั่งนายจ้าง ยังคงเชื่อมั่น เนื่องจากมีประสบการณ์ทำงานในระบบมาก่อน และต้องการสานต่อนโยบายเดิม พร้อมพัฒนาแนวทางใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการ คิดว่าหัวใจใหญ่ สำหรับทั้งฝั่งผู้ประกันตนและฝั่งนายจ้างของทีมประกันสังคมก้าวหน้า คือ ความเป็นตัวแทน
ถ้าพูดถึงกิจการส่วนมากของประเทศนี้ คือเป็นเจ้าของธุรกิจ ที่อยู่ใกล้ชิดกับคนทำงาน อยู่ใกล้ชิดกับสวัสดิการ อยู่ใกล้ชิดกับการตื่นนอน การทำงานของลูกจ้าง ในสัดส่วนตัวนี้เรามีเจ้าของธุรกิจในลักษณะนี้ อยู่มากกว่าแสนราย เพราะฉะนั้นคิดว่าความเป็นตัวแทนของเจ้าของกิจการที่ใกล้ชิดกับผู้ใช้แรงงาน นั่นคือจุดขายสำคัญของทีม
บทบาทประกันสังคม เปรียบบริษัทประกัน
ฟังก์ชันของประกันสังคม บาทแรกถึงบาทสุดท้าย เป็นชีวิต สวัสดิการของประชาชนในลำดับแรก เทียบง่ายๆ คือ เปรียบเสมือนบริษัทประกันของรัฐบาล ที่ผ่านมามีกระบวนการที่เราพยายามผลักดัน คือ มาตรา 40 การที่สามารถลาไปดูแลคนในครอบครัว
โดยที่วางเงินชดเชยให้วันละ 200 บาท ซึ่งสิ่งเหล่านี้ประกันสังคมมีอำนาจในการออกแบบ สวัสดิการด้านการลาและสวัสดิการที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของคนในครอบครัว ฉะนั้นจัดอยู่ในอำนาจที่ประกันสังคมสามารถที่จะทำได้
ถ้าพูดถึงปฏิทิน 20 ปี งบพันล้านกับการที่เราลาไปดูแลครอบครัว พ่อ แม่ ที่ชรา ถ้าบอกว่านี่ไม่ใช่หน้าที่ของประกันสังคม น่าจะไม่ใช่ ถ้าสามารถซื้อตึกมูลค่า 7 พันล้านบาท ทั้งๆ ที่ราคา 4 พันล้านบาท แล้วบอกว่าการลาเป็นตัวแปรรูป ถ้ามีใครบอกว่าทำไม่ได้ ’มีปัญหาแน่นอน’
เร่งปลุกคนใช้สิทธิ หลังยอดลงทะเบียนยังต่ำ
การลงทะเบียนตอนนี้ยังคงต่ำ ผู้ประกันตนอยู่ราว 900,000 คน ส่วนนายจ้างประมาณ 9,000 ราย ซึ่งถ้าคนออกมาใช้สิทธิมาก การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการแข่งขันเชิงนโยบาย ไม่ใช่การแข่งขันแบบจัดตั้งคะแนนเสียง
บทลงโทษสำคัญของการที่เราไม่ไปใช้สิทธิ จะทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ กลุ่มจัดตั้งหรือกลุ่มอำนาจเดิม ตามที่เห็นในข่าว บอร์ด 8 สมัย 30 ปี สามารถที่จะจัดตั้งคะแนนเสียงได้ ถ้าเราไม่ไปลงทะเบียน ถ้าเราไม่ไปใช้สิทธิ ถ้าเกิดว่าในผู้ประกันตนลงทะเบียน 900,000 คน แต่ความเป็นจริงมาใช้สิทธิเพียงแค่ 100,000 คน หรือ 50,000 คน คะแนนเสียงจัดตั้งจะมีผล
ถ้าหากการมีส่วนร่วมต่ำ จะเปิดช่องให้ ‘กลุ่มอำนาจเดิม’ ที่มีเครือข่ายและการจัดตั้งคะแนนเสียง เข้ามากำหนดผลลัพธ์การเลือกตั้งได้ ถ้าคนมาใช้สิทธิน้อย เช่น เหลือเพียงหลักหมื่น คะแนนจัดตั้งจะมีผลทันที และสิ่งที่ผู้ประกันตนจะได้อาจไม่ใช่การปฏิรูป แต่เป็นผลประโยชน์เชิงสัญลักษณ์ที่ไม่ตอบโจทย์จริง
อย่าเบื่อหน่ายการเลือกตั้ง ช่วยกันชุบชีวิตองค์กรราชการ
ต้องย้ำว่าการเลือกตั้งประกันสังคมถือว่าเป็นการชุบชีวิตองค์กร ที่แห้งเหือด องค์กรราชการที่แข็งทื่อ และเป็นกระดูกที่ติดมาเป็นระยะเวลานาน นี่เป็นการเลือกตั้งครั้งที่ 2 เชื่อว่ามีคนจำนวนมากในประเทศนี้ไม่อยากให้มีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
อยากให้เป็นการสรรหา อยากให้เป็นกระบวนการที่ติดค้างอยู่ภายใน เราประชาชนไม่ว่าจะมาใช้สิทธิมากน้อยแค่ไหน ต้องยืนยันว่านี่คือสิทธิของประชาชน ที่เราต้องส่งเสียง อย่าเบื่อหน่ายการเลือกตั้ง เพราะถ้าเราเบื่อหน่ายเมื่อไหร่ จะมีอภิสิทธิ์ชนคิดแทนเรา จะมีกลุ่มปรสิตคิดแทนเราว่าระบบการบริหารแบบเก่าดีกว่า
ย้ำเป้าหมายร่วม ‘ไม่ใช่เวทีขัดแย้ง’ แต่คือการออกแบบสวัสดิการ
บอร์ดประกันสังคมไม่ควรเป็นพื้นที่ความขัดแย้งระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง เพราะทั้งสองฝ่ายมีผลประโยชน์ร่วมกัน เราทุกคนจ่ายเงินเข้ากองทุน ลูกจ้างจ่ายเดือนละหลายร้อย นายจ้างจ่ายปีละหลักแสนถึงหลักล้าน สิ่งที่ต้องการเหมือนกันคือระบบที่โปร่งใส ไม่มีทุจริต และออกแบบสวัสดิการที่ดี
เป้าหมายระยะยาวคือการทำให้กองทุนประกันสังคมเป็น ‘หลังพิง’ ของแรงงานและผู้ประกอบการ และเป็นองค์กรสวัสดิการที่มีประสิทธิภาพสูงสุดของประเทศ



