กรมการแพทย์จับมือจีน ศึกษาตั้งศูนย์ ‘Heavy Ion Therapy’ แห่งแรกในไทย ยกระดับรักษามะเร็งแม่นยำสูง ตั้งเป้าลดเสียชีวิต 30% ใน 30 ปี
เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า โรคมะเร็งยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย กรมการแพทย์จึงมุ่งพัฒนาระบบบริการรักษาโรคมะเร็งตั้งแต่การป้องกัน การคัดกรอง การวินิจฉัย การรักษา การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการดูแลแบบประคับประคอง ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูงมาเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับบริการที่มีคุณภาพและมีโอกาสเข้าถึงทางเลือกในการรักษาที่เหมาะสมมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับนโยบายกระทรวงสาธารณสุขในการยกระดับบริการทางการแพทย์เฉพาะทาง และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ของภูมิภาค
นพ.ณัฐพงศ์ กล่าวว่า กรมการแพทย์ โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ จึงมีการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการบำบัดรักษาด้วยอนุภาคไอออนหนัก ร่วมกับบริษัท ซีเอเอส ไอออน เมดิคอล เทคโนโลยี จำกัด หรือ CASHIM สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธี และนายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ร่วมเป็นสักขีพยาน เพื่อศึกษาแนวทางและความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง “ศูนย์บำบัดรักษาด้วยอนุภาคไอออนหนัก” แห่งแรกของประเทศไทย พร้อมพัฒนาบุคลากร ส่งเสริมการวิจัย และถ่ายทอดเทคโนโลยีการรักษาโรคมะเร็งขั้นสูง โดยกระทรวงสาธารณสุขตั้งเป้าหมายลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งของคนไทยลงร้อยละ 30 ภายใน 30 ปี ผ่านการขับเคลื่อนทั้งด้านการป้องกัน การคัดกรอง และการยกระดับเทคโนโลยีการรักษาอย่างต่อเนื่อง
นพ.ณัฐพงศ์ กล่าวว่า การบำบัดรักษาด้วยอนุภาคไอออนหนัก หรือ Heavy Ion Therapy เป็นเทคโนโลยีรังสีรักษาขั้นสูงที่สามารถกำหนดทิศทางและปริมาณรังสีไปยังบริเวณก้อนมะเร็งได้อย่างแม่นยำ ช่วยลดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อปกติที่อยู่โดยรอบ และอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ป่วยมะเร็งบางชนิดหรือก้อนมะเร็งที่มีความซับซ้อน บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ครอบคลุมความร่วมมือสำคัญ ได้แก่ การศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งศูนย์บำบัดรักษาด้วยอนุภาคไอออนหนักแห่งแรกของประเทศไทย การพัฒนาบุคลากร การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยี การวิจัยทางคลินิก ตลอดจนการบูรณาการความร่วมมือด้านนโยบายและอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันยกระดับการรักษาโรคมะเร็งและผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการแพทย์ของภูมิภาค โดยภายหลังการลงนาม ทั้งสองฝ่ายจะจัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อศึกษาความเป็นไปได้และขับเคลื่อนความร่วมมือตามกรอบบันทึกความเข้าใจต่อไป
ร.อ.อ.นพ.สมชาย ธนะสิทธิชัย ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า สถาบันมะเร็งแห่งชาติในฐานะหน่วยงานหลักด้านวิชาการ การป้องกัน และการรักษาโรคมะเร็งของประเทศ พร้อมนำองค์ความรู้และประสบการณ์จากความร่วมมือครั้งนี้มาศึกษาและพัฒนาระบบบริการที่เหมาะสมกับประเทศไทย โดยให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัย คุณภาพการรักษา ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์สุขภาพ ซึ่งความร่วมมือกับ CASHIM จะเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และพัฒนาศักยภาพของบุคลากรไทย ทั้งแพทย์ นักฟิสิกส์การแพทย์ นักรังสีการแพทย์ พยาบาล นักวิจัย และวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ในอนาคต
ความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยวางรากฐานการพัฒนาทางเลือกในการรักษาโรคมะเร็งที่มีความแม่นยำสูงสำหรับประชาชน เพิ่มโอกาสการเข้าถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูงภายในประเทศ ลดความจำเป็นในการเดินทางไปรับการรักษาในต่างประเทศ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือด้านการแพทย์และสาธารณสุขระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ยกระดับศักยภาพระบบบริการทางการแพทย์ของประเทศไทยให้ก้าวหน้าทัดเทียมนานาประเทศ

