เจ็บหน้าอกแต่ไม่ยอมตรวจคลื่นหัวใจให้ สุดท้ายเสียชีวิต รพ.เอกชน เผยพักงานหมอชั่วคราวแล้ว สปส.สอบมาตรฐานรักษา
จากกรณีครูสาวโพสต์คลิปผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เรียกร้องขอความเป็นธรรมให้สามี ซึ่งเสียชีวิตภายหลังเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ใน จ.ราชบุรี ที่เป็นหน่วยบริการตามสิทธิประกันสังคม โดยระบุว่าสามีมีอาการเจ็บแปลบตั้งแต่นิ้วมือร้าวขึ้นมาถึงหน้าอกด้านซ้าย มีเหงื่อออกมากต่อเนื่องนานประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนเดินทางไปโรงพยาบาล
โดยภรรยาระบุว่า เมื่อไปถึงโรงพยาบาล พยาบาลได้ซักประวัติและส่งตัวไปยังแผนกอายุรกรรม แต่แผนกดังกล่าวแจ้งให้กลับไปตรวจเลือดและตรวจระดับคอเลสเตอรอลก่อน จากนั้นจึงถูกส่งต่อไปพบแพทย์ด้านกระดูกและข้อ เนื่องจากมีประวัติเจ็บเส้นเอ็น แม้ผู้ป่วยจะยืนยันว่าอาการครั้งนี้แตกต่างจากเดิมและสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ เพราะมีโรคไขมันในเลือดสูงเป็นปัจจัยเสี่ยง อย่างไรก็ตาม แพทย์ด้านกระดูกและข้อแนะนำให้พบแพทย์อายุรกรรม แต่เมื่อเข้าพบแพทย์ทั่วไปกลับไม่มีการฟังเสียงหัวใจ และไม่ได้รับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) ตามที่ร้องขอ
ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม โรงพยาบาลซานคามิลโล บ้านโป่ง ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วย โดยระบุว่า คณะผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทุกคน ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้น พร้อมส่งกำลังใจไปยังครอบครัวและญาติมิตรของผู้เสียชีวิต
โรงพยาบาลระบุว่า ได้ตระหนักถึงความกังวลและผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว รวมถึงข้อสงสัยของครอบครัวและสังคม จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิจารณาข้อมูลและทบทวนกระบวนการรักษาพยาบาลทั้งหมดอย่างละเอียด รอบคอบ และเป็นธรรม เพื่อให้การตรวจสอบมีความโปร่งใสและปราศจากอคติ
พร้อมกันนี้ โรงพยาบาลมีคำสั่งให้แพทย์ผู้ให้การรักษาในกรณีดังกล่าวพักการปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว จนกว่ากระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริงจะแล้วเสร็จ
ในแถลงการณ์ยังยืนยันว่า โรงพยาบาลพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะและคำวิจารณ์ด้วยความเคารพ พร้อมย้ำว่าจะดำเนินการตรวจสอบเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างโปร่งใส รอบด้าน และเป็นธรรม รวมทั้งจะนำผลการตรวจสอบไปพัฒนาคุณภาพการรักษาพยาบาลให้เป็นไปตามหลักจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพ โดยยึดความปลอดภัยและประโยชน์สูงสุดของผู้ป่วยเป็นสำคัญ
ขณะที่ นางนิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ในฐานะโฆษก สปส. กล่าวว่า ขณะนี้สำนักจัดระบบบริการทางการแพทย์ สำนักงานประกันสังคม ได้รับเรื่องดังกล่าวไว้แล้ว และอยู่ระหว่างตรวจสอบมาตรฐานการให้บริการของโรงพยาบาลคู่สัญญา ย้ำว่า การตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจเป็นสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนสามารถใช้ได้อยู่แล้ว และหากผู้ป่วยเข้าข่ายภาวะฉุกเฉินวิกฤต ก็สามารถเข้ารับการรักษาได้โดยไม่ต้องสำรองจ่ายภายใน 72 ชั่วโมงแรก ซึ่งครอบคลุมทั้ง 3 กองทุนสุขภาพ ได้แก่ กองทุนประกันสังคม ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) และสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ
นอกจากนี้ สำนักงานประกันสังคมยังแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต พร้อมยืนยันว่าจะตรวจสอบว่าการรักษาเป็นไปตามมาตรฐานและเงื่อนไขของหน่วยบริการคู่สัญญาหรือไม่ หากพบว่าผู้ประกันตนได้รับความเสียหายจากการให้บริการทางการแพทย์ ภรรยาของผู้เสียชีวิตสามารถยื่นคำขอรับเงินเยียวยาได้เพิ่มเติม นอกเหนือจากสิทธิประโยชน์อื่นที่ผู้ประกันตนพึงได้รับตามกฎหมาย

