สถาบันโรคทรวงอกเตือน ‘เจ็บแน่นหน้าอก’ อย่าชะล่าใจ เสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเฉียบพลัน แนะตรวจ EKG ภายใน 10 นาที

18.07.26 | 14:56 น.

สถาบันโรคทรวงอกเตือน ‘เจ็บแน่นหน้าอก’ อย่าชะล่าใจ เสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเฉียบพลัน แนะตรวจ EKG ภายใน 10 นาที

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ เปิดเผยข้อมูลระบุว่า โรคหลอดเลือดหัวใจตีบเฉียบพลัน (Acute Coronary Syndrome: ACS) เป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตสำคัญของคนไทยและทั่วโลก เกิดจากคราบไขมันที่สะสมอยู่ในผนังหลอดเลือดหัวใจเกิดการแตก ส่งผลให้เกิดลิ่มเลือดอุดตัน จนเลือดไม่สามารถไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้เพียงพอ ทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หรือที่ประชาชนทั่วไปเรียกว่า “หัวใจวาย” หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจเสียชีวิตได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

สำหรับอาการที่ควรสงสัย ได้แก่ เจ็บ แน่น หนัก หรืออึดอัดบริเวณกลางหน้าอก อาการอาจร้าวไปแขนซ้าย ไหล่ คอ กราม หรือแผ่นหลัง ร่วมกับเหงื่อออกมาก หน้าซีด ตัวเย็น เหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม ใจสั่น คลื่นไส้ อาเจียน หรือเวียนศีรษะ โดยเฉพาะหากอาการเป็นต่อเนื่องนานกว่า 15-20 นาที และไม่ดีขึ้นแม้หยุดพัก ขณะที่ผู้สูงอายุและผู้ป่วยเบาหวาน อาจไม่มีอาการเจ็บหน้าอกชัดเจน แต่มีเพียงอาการเหนื่อยผิดปกติ อ่อนเพลีย หรือหายใจลำบาก จึงไม่ควรนิ่งนอนใจ  

สถาบันโรคทรวงอกระบุอีกว่า แม้อายุน้อยก็สามารถเกิดโรคได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน สูบบุหรี่ โรคอ้วน ความเครียด และมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ ดังนั้น หากสงสัยภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ควรได้รับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG หรือ ECG) แบบ 12 ลีดโดยเร็วที่สุด เพื่อช่วยวินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำ

ในแนวทางการดูแลผู้ป่วย มาตรฐานทางการแพทย์กำหนดให้ผู้ป่วยที่สงสัยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเฉียบพลัน ต้องได้รับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจภายใน 10 นาทีแรกหลังมาถึงห้องฉุกเฉิน พร้อมเจาะเลือดตรวจค่า Troponin ซักประวัติอย่างละเอียด ตรวจร่างกาย ฟังเสียงหัวใจและปอด รวมถึงอาจตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ (Echocardiogram) เพื่อช่วยยืนยันการวินิจฉัยและแยกโรคอื่นที่มีอาการใกล้เคียง

ด้านการรักษา ผู้ป่วยจะได้รับยาต้านเกล็ดเลือด ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ และการเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ก่อนพิจารณาการรักษาเฉพาะทาง เช่น การสวนหัวใจและขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูนร่วมกับใส่ขดลวด (Primary PCI) ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยควรดำเนินการภายใน 90-120 นาที หากไม่สามารถทำได้ทันเวลา แพทย์จะพิจารณาให้ยาละลายลิ่มเลือดแทน

Advertisement

สถาบันโรคทรวงอกเน้นย้ำว่า “ทุกนาทีที่ล่าช้า คือกล้ามเนื้อหัวใจที่กำลังเสียหาย” หากประชาชนหรือคนใกล้ตัวมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก ร้าวไปแขนซ้าย คอ หรือกราม ร่วมกับเหงื่อแตกมาก หน้ามืด หรือคล้ายจะเป็นลม ไม่ควรรอดูอาการเองที่บ้าน แต่ควรรีบโทรสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 เพื่อให้ทีมกู้ชีพนำส่งโรงพยาบาลที่มีศักยภาพในการรักษาโดยเร็วที่สุด ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตและลดความเสียหายของกล้ามเนื้อหัวใจได้อย่างมีนัยสำคัญ