ครอบครัวหญิงชาวลาวผู้บาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว แบกรับภาระค่ารักษาพยาบาลรวมกว่า 2 แสนบาท หลังสิทธิ UCEP คุ้มครองเพียง 72 ชั่วโมงแรก ด้าน ‘ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์’ ในนามมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า เข้าช่วยเหลือค่าใช้จ่ายเร่งด่วนสำหรับการผ่าตัด พร้อมประสานส่งต่อโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายระยะยาว
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎ นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์เรื่องราวร้องทุกข์ พรรคกล้าธรรม พร้อมทีมจิตอาสา ในนามตัวแทนมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า เข้าพบ พล.ต.ณรงค์ ภักดีศุภผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เพื่อหารือแนวทางช่วยเหลือหญิงชาวลาวที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว หลังครอบครัวประสบปัญหาค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและไม่สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นได้
นายกองตรี ดร.ธนกฤตเปิดเผยว่า ผู้บาดเจ็บถูกส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า หลังรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชน โดยอาการล่าสุดดีขึ้นจากผู้ป่วยวิกฤตระดับสีแดงเป็นระดับสีเหลือง แต่ยังต้องเข้ารับการผ่าตัดนำเนื้อเยื่อที่ถูกไฟไหม้ออกในวันที่ 22 กรกฎาคม ซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณ 60,000 บาท และโรงพยาบาลแจ้งให้วางเงินล่วงหน้า 37,000 บาท ก่อนเข้ารับการผ่าตัด นอกจากนี้ ยังมีค่ารักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าสะสมแล้วกว่า 58,000 บาท ขณะที่โรงพยาบาลเอกชนเดิมยังมียอดค้างชำระอีก 118,834 บาท แม้ผู้ป่วยจะได้รับสิทธิการรักษาฉุกเฉินตามระบบ UCEP ในช่วง 72 ชั่วโมงแรก แต่เนื่องจากเป็นแรงงานชาวลาว จึงไม่มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทำให้ครอบครัวต้องรับภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมาก
นายกองตรี ดร.ธนกฤตระบุว่า เมื่อทราบว่าครอบครัวไม่มีเงินเพียงพอสำหรับค่ารักษา จึงหารือกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และมูลนิธิฯ มีมติให้เข้าช่วยเหลือค่าใช้จ่ายเร่งด่วน เพื่อให้ผู้บาดเจ็บได้รับการผ่าตัดโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย พร้อมยืนยันว่าจะไม่ทอดทิ้ง แม้ผู้บาดเจ็บจะเป็นชาวต่างชาติ นอกจากนี้ ยังได้ประสานไปยังกรมการแพทย์และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อหารือแนวทางส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เช่น โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี หรือโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า เมื่ออาการปลอดภัยพอ เพื่อให้ได้รับการรักษาต่อเนื่องและลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว
นายกองตรี ดร.ธนกฤตยังเรียกร้องให้นายจ้างเข้ามาดูแลลูกจ้าง รวมถึงระบุว่าจะเร่งติดตามสิทธิการเยียวยาจากกระทรวงยุติธรรม โดยผู้บาดเจ็บสามารถนำหลักฐานค่ารักษาพยาบาลที่จ่ายไปแล้วมายื่นขอรับการช่วยเหลือตามกฎหมายได้ ขณะเดียวกัน หากมีผู้เกี่ยวข้องเสนอเงินช่วยเหลือก็ขอให้ครอบครัวรับไว้ก่อน เพื่อนำมาใช้บรรเทาความเดือดร้อน
นายกองตรี ดร.ธนกฤต กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น ผู้บาดเจ็บเป็นชาวลาวที่ทำงานเป็นพนักงานดูแลผู้สูงอายุในประเทศไทย ไม่ใช่นักท่องเที่ยว และมีเอกสารถูกต้องตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่นายจ้างจัดให้ รวมถึงความคุ้มครองด้านการรักษาพยาบาล เนื่องจากยังไม่สามารถติดต่อนายจ้างได้ โดยยืนยันว่าผู้บาดเจ็บไม่มีสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ของไทย จึงต้องรับภาระค่ารักษาพยาบาลเป็นหลักในระหว่างนี้

ด้าน นางสมมีไช ไชปันยา มารดาของผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า รู้สึกโล่งใจและซาบซึ้งที่มีผู้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ เพราะที่ผ่านมาไม่มีเงินเพียงพอสำหรับค่ารักษาพยาบาล ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ โดยครอบครัวต้องพักโรงแรมใกล้โรงพยาบาลเพื่อเฝ้าดูอาการลูกสาว พร้อมขอบคุณทุกหน่วยงานและผู้มีน้ำใจที่ให้ความช่วยเหลือ จนทำให้มั่นใจว่าลูกสาวจะได้รับการรักษาต่อเนื่องจนพ้นขีดอันตราย
สำหรับอาการของหญิงสาวชาวลาว ล่าสุดจากการประเมินของทีมแพทย์ในห้อง ICU ยังอยู่ในภาวะวิกฤต แม้จะสามารถรับรู้และสื่อสารด้วยการพยักหน้าและขยับมือได้ โดยมีกำหนดเข้ารับการผ่าตัดนำเนื้อเยื่อที่ถูกไฟไหม้จนตายออกในวันพุธนี้ หลังการผ่าตัดยังต้องพักรักษาตัวและติดตามอาการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากแพทย์ยังประเมินว่าอาการยังไม่พ้นขีดอันตราย


