สปสช.โอนงบบัตรทองแล้ว 1.61 แสนล้านบาท คิดเป็น 83.48% ของวงเงินปี’69 เหลือทยอยจ่ายอีก 3.2 หมื่นล้าน

21.07.26 | 15:30 น.

สปสช.เผยความคืบหน้าการจัดสรรงบกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2569 วงเงิน 193,849 ล้านบาท โอนสนับสนุนหน่วยบริการทั่วประเทศแล้ว 161,830 ล้านบาท หรือ 83.48% เพื่อดูแลประชาชนสิทธิบัตรทอง เหลืองบทยอยจ่ายอีกกว่า 3.2 หมื่นล้านบาทตามแผน

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม นายธวัชชัย เรืองโรจน์ ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า ข้อมูลการจัดสรรเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2569 ช่วงเดือนตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ระบุวงเงินปี 2569 จำนวน 193,849.25 ล้านบาท ขณะนี้ สปสช. ได้โอนจ่ายเงินเพื่อสนับสนุนการจัดบริการสุขภาพแล้ว 161,830.81 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 83.48 ของวงเงินกองทุนปี 2569 เพื่อให้โรงพยาบาลและหน่วยบริการในระบบทั่วประเทศนำไปจัดบริการแก่ประชาชนสิทธิบัตรทองหรือสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

นายธวัชชัย กล่าวว่า การโอนจ่ายที่สำคัญ ประกอบด้วย ค่าบริการทางการแพทย์ 115,964.98 ล้านบาท ครอบคลุมบริการผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน บริการเฉพาะโรค บริการที่มีค่าใช้จ่ายสูง การรักษาโรคมะเร็ง การส่งต่อผู้ป่วย ยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์และอวัยวะเทียม ตลอดจนบริการฟื้นฟูสมรรถภาพและการแพทย์แผนไทย นอกจากนี้ ยังได้โอนค่าบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค 14,965.10 ล้านบาท ค่าบริการผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง 14,945.39 ล้านบาท ค่าบริการสาธารณสุขร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5,423.47 ล้านบาท ค่าบริการสาธารณสุขเพิ่มเติมสำหรับบริการระดับปฐมภูมิ 4,972.51 ล้านบาท ค่าบริการผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ 3,344.46 ล้านบาท งบสนับสนุนหน่วยบริการในพื้นที่กันดาร พื้นที่เสี่ยงภัย และจังหวัดชายแดนภาคใต้ 1,490.29 ล้านบาท บริการควบคุม ป้องกัน และรักษาโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง 547.17 ล้านบาท และเงินช่วยเหลือเบื้องต้นสำหรับผู้รับบริการและผู้ให้บริการ 177.44 ล้านบาท

นายธวัชชัย กล่าวว่า เมื่อจำแนกยอดโอน 161,830.81 ล้านบาท ตามประเภทผู้รับเงิน พบว่า โอนไปยังหน่วยบริการภาครัฐในกระทรวงสาธารณสุข สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) 101,420.30 ล้านบาท หรือร้อยละ 62.7 หน่วยบริการเอกชน 20,790.90 ล้านบาท หรือร้อยละ 12.8 และหน่วยบริการภาครัฐนอกกระทรวงสาธารณสุข 14,553.49 ล้านบาท หรือร้อยละ 9.0 ส่วนหน่วยบริการภาครัฐในกระทรวงสาธารณสุขที่อยู่นอกสังกัด สป.สธ. ได้รับการโอน 13,024.85 ล้านบาท หรือร้อยละ 8.0 หน่วยบริการภาครัฐอื่นๆ 5,421.68 ล้านบาท หรือร้อยละ 3.4 หน่วยบริการภาครัฐสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3,950.82 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.4 หน่วยบริการรัฐพิเศษ 2,494.96 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.5 และผู้ได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นตามมาตรา 41 จำนวน 173.82 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.1

นายธวัชชัย กล่าวว่า การบริหารงบกองทุนไม่ได้เป็นการโอนเงินทั้งหมดให้หน่วยบริการในครั้งเดียว เนื่องจากงบประมาณแต่ละรายการมีหลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายแตกต่างกัน ทั้งการจ่ายแบบเหมาจ่ายตามจำนวนผู้มีสิทธิ การจ่ายตามผลงานหรือปริมาณบริการ การจ่ายตามรายการและอัตราที่กำหนด รวมถึงการจ่ายตามข้อมูลบริการที่หน่วยบริการส่งเข้ามาในระบบ ดังนั้น วงเงินคงเหลือประมาณ 32,018.43 ล้านบาท ไม่ได้หมายถึงเงินค้างจ่ายทั้งหมด แต่เป็นวงเงินที่จะทยอยโอนตามแผน รอบการจ่าย หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขของบริการแต่ละประเภท รวมทั้งใช้รองรับบริการสุขภาพที่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดปีงบประมาณ

“สปสช. มีหน้าที่บริหารกองทุนและจัดสรรงบประมาณไปยังหน่วยบริการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด การเปิดเผยข้อมูลการโอนจ่ายช่วยให้ประชาชนและสังคมเห็นว่า งบกองทุนได้รับการกระจายไปสนับสนุนบริการด้านใด และโอนไปยังหน่วยบริการและผู้รับเงินแต่ละประเภทอย่างไร” นายธวัชชัยกล่าวและว่า สามารถดูรายงานการโอนเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ที่ https://medata.nhso.go.th

Advertisement