เปิดข้อมูลสุขภาพ LGBTQ+ รอบ 10 ปี ชี้คนเมืองยัง ‘รู้แต่ไม่ตรวจ’ ซิฟิลิสพุ่งสูงกว่าเอชไอวี
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม รศ.ดร.สมิทธิ์ บุญชุติมา ประธาน Impulse Bangkok เปิดเผยข้อมูลสุขภาพคนเมืองของกลุ่ม LGBTQ+ จากการดำเนินงานตลอด 10 ปี ระหว่าง พ.ศ.2559-2569 โดยระบุว่า องค์กรได้พัฒนาแนวทางดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Urban Health System) ที่เชื่อมโยงการดูแลสุขภาพกาย สุขภาพจิต และพฤติกรรมเสี่ยงเข้าด้วยกัน หลังพบว่าปัญหาสำคัญของกลุ่มเป้าหมายไม่ใช่เพียงการเข้าถึงบริการ แต่ยังรวมถึงความกลัวและการตีตราทางสังคม
รศ.ดร.สมิทธิ์กล่าวว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา Impulse Bangkok จัดกิจกรรมเพื่อชุมชนรวม 35 ครั้ง มีผู้เข้าร่วมสะสม 5,210 คน จากเดิมที่มุ่งเน้นการตรวจเอชไอวี (HIV) และสุขภาพทางเพศ ก่อนขยายบทบาทครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ สุขภาพทางเพศ สุขภาพจิต การลดอันตรายจากการใช้สาร และการขับเคลื่อนสังคม เพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพคนเมืองแบบองค์รวม ทั้งนี้ ข้อมูลสะสมพบว่า มีผู้เข้ารับบริการตรวจ HIV ฟรีพร้อมให้คำปรึกษา 1,544 ราย พบผลตรวจเป็นบวก 102 ราย หรือร้อยละ 6.64 ขณะที่การตรวจคัดกรองโรคซิฟิลิสระหว่างปี 2563-2568 พบผลบวกสะสม 60 ราย คิดเป็นร้อยละ 14.93 ซึ่งสูงกว่าอัตราการพบเชื้อ HIV สะท้อนว่าโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นยังเป็นประเด็นที่ควรได้รับความสำคัญควบคู่กัน
“ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เราเรียนรู้ว่าการให้บริการฟรีเพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอที่จะทำให้คนกล้าเข้าสู่ระบบสุขภาพ เพราะสาเหตุสำคัญคือความกลัว ความอาย และการตีตราที่ฝังอยู่ในใจ ทำให้หลายคนแม้รู้ว่าควรตรวจ แต่กลับไม่เข้ารับการตรวจ” รศ.ดร.สมิทธิ์กล่าว
รศ.ดร.สมิทธิ์ กล่าวว่า จากข้อมูลดังกล่าว องค์กรจึงผลักดันแนวคิด Dual Testing หรือการตรวจ HIV และซิฟิลิสพร้อมกันทุกครั้ง เพื่อลดช่องว่างในการคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พร้อมเดินหน้าพัฒนา Urban Health System เชื่อมโยงบริการด้านสุขภาพทางเพศ สุขภาพจิต และการลดอันตรายจากพฤติกรรมเสี่ยง เพื่อให้การดูแลสุขภาพของกลุ่ม LGBTQ+ เข้าถึงได้ง่ายและไม่ถูกตีตราในระยะยาว



