‘เตาปูนโมเดล’ ต้นแบบท้องถิ่นสร้างสุข ใช้พลังชุมชนแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม-ลดรายจ่ายชาวบ้าน
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ที่เทศบาลตำบลเตาปูน อ.สอง จ.แพร่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนัก 3 พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย ลงพื้นที่สำรวจการพัฒนาพื้นที่ภายใต้แนวคิด “เตาปูนโมเดล” โดยใช้การมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชน ทั้งด้านการศึกษา สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม พลังงาน และเศรษฐกิจฐานราก เพื่อสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการสาธารณะและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
นายประจวบ วังใจ ผู้จัดการทีมสื่อสารสาธารณะ สำนัก 3 สสส. กล่าวว่า สสส. มีภารกิจในการค้นหาและสนับสนุนพื้นที่ต้นแบบที่สามารถพัฒนาระบบสร้างเสริมสุขภาพได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อนำบทเรียนไปขยายผลสู่พื้นที่อื่น โดยเทศบาลตำบลเตาปูนเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ดำเนินงานต่อเนื่องมายาวนาน และมีความโดดเด่นจากการนำข้อมูลของชุมชนมาใช้วางแผนพัฒนา ควบคู่กับการสร้างกลไกการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ปัญหาในพื้นที่ ทั้งนี้ จุดแข็งของ “เตาปูนโมเดล” คือการเชื่อมโยงงานหลายด้านเข้าด้วยกัน ทั้งการจัดการสุขภาพ สิ่งแวดล้อม พลังงาน การศึกษา และเศรษฐกิจชุมชน ทำให้การพัฒนาไม่ได้เป็นเพียงโครงการเฉพาะด้าน แต่เป็นระบบที่ประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่การวิเคราะห์ปัญหา การออกแบบแนวทางแก้ไข ไปจนถึงการร่วมบริหารจัดการและได้รับประโยชน์ร่วมกัน จนเกิดเป็นต้นแบบที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่อื่นได้
นายณัฐพล ทองไหล นายกเทศมนตรีตำบลเตาปูน กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการพัฒนาเกิดจากการนำข้อมูลปัญหาของพื้นที่มาร่วมวิเคราะห์กับประชาชน จนกำหนดวิสัยทัศน์ “เตาปูนน่าอยู่ มุ่งสู่ความมั่งคั่งและยั่งยืน สร้างความเท่าเทียมในสังคม” ก่อนพัฒนาเป็น “เตาปูนโมเดล” ที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมรับประโยชน์ ปัจจุบัน ต.เตาปูน มี 12 หมู่บ้าน รวมถึงหมู่บ้านชาวม้งที่อยู่ห่างจากศูนย์กลางตำบลกว่า 85 กิโลเมตร แต่ทุกพื้นที่ได้รับการดูแลและเข้าถึงบริการสาธารณะอย่างเท่าเทียม ทั้งด้านสาธารณสุข การศึกษา น้ำสะอาด และสวัสดิการชุมชน โดยด้านการศึกษา เทศบาลจัดตั้งโรงเรียนของตนเอง เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6 โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย พร้อมจัดอาหารกลางวัน อุปกรณ์การเรียน และสร้างสระว่ายน้ำมาตรฐาน เพื่อให้เด็กทุกคนว่ายน้ำเป็น ลดความเสี่ยงจากการจมน้ำ และสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม
นายณัฐพล กล่าวว่า อีกหนึ่งนวัตกรรมสำคัญ คือ การผลิตก๊าซชีวภาพจากมูลสุกร ซึ่งเปลี่ยนของเสียจากฟาร์มสุกรให้เป็นพลังงานสะอาด ส่งก๊าซหุงต้มให้ประชาชนกว่า 200 ครัวเรือนใช้ในชีวิตประจำวัน ช่วยลดทั้งปัญหาสิ่งแวดล้อมและภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือน ดังนั้น “เตาปูนโมเดล” ไม่ได้มุ่งสร้างโครงการเฉพาะด้าน แต่เป็นการพัฒนาทั้งระบบ ตั้งแต่การศึกษา สุขภาพ สิ่งแวดล้อม พลังงาน และการจัดการทรัพยากร โดยมีประชาชนเป็นเจ้าของและมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงบริการสาธารณะอย่างเท่าเทียม และสร้างชุมชนที่สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
นายปิยพัทธ์ ปัญญากุล เจ้าของฟาร์มสุกร “จำลองฟาร์ม” กล่าวว่า โครงการก๊าซชีวภาพเกิดขึ้นจากปัญหาการร้องเรียนเรื่องกลิ่นจากฟาร์มสุกรในชุมชน ก่อนที่เทศบาลตำบลเตาปูนจะเข้ามาสนับสนุนการก่อสร้างระบบผลิตก๊าซชีวภาพ เพื่อนำมูลสุกรมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ปัจจุบันฟาร์มมีสุกรประมาณ 2,000 ตัว สามารถผลิตก๊าซชีวภาพส่งให้ประชาชนในหมู่ 7 และหมู่ 8 รวมประมาณ 200 ครัวเรือน ใช้เป็นเชื้อเพลิงหุงต้มในครัวเรือน
ขณะที่ นายไกรวิชญ์ ปัญต่า รองประธานกลุ่มวิสาหกิจผู้ใช้ก๊าซชีวภาพ กล่าวว่า สมาชิกเสียค่าบำรุงเพียงครัวเรือนละ 50 บาทต่อเดือนในช่วงที่มีการจ่ายก๊าซ ช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการซื้อก๊าซหุงต้มได้เฉลี่ยประมาณ 450 บาทต่อเดือน โดยระบบส่งก๊าซผ่านท่อไปยังแต่ละบ้าน และเปิดจ่ายเป็นช่วงเช้าและช่วงเย็นเพื่อให้มีปริมาณก๊าซเพียงพอต่อการใช้งานของทุกครัวเรือน พร้อมระบุว่าโครงการยังช่วยลดปัญหากลิ่นจากฟาร์มสุกรได้ราว 80-90% ทำให้ชุมชนและฟาร์มสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน
ด้าน นางโฉมยงค์ คำเขิน ผู้ใช้ก๊าซชีวภาพในชุมชน กล่าวว่า ก่อนเข้าร่วมโครงการต้องเสียค่าใช้จ่ายซื้อก๊าซหุงต้มประมาณ 500 บาทต่อเดือน แต่หลังเปลี่ยนมาใช้ก๊าซชีวภาพ เสียค่าบำรุงเพียง 50 บาทต่อเดือนในช่วงที่มีการจ่ายก๊าซ ประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก อีกทั้งยังรู้สึกว่าปัญหากลิ่นจากฟาร์มสุกรลดลงอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับในอดีต ทำให้คุณภาพชีวิตของคนในชุมชนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


