ไขรหัส ‘น้ำดื่มฟรี’ เตาปูนโมเดล ใช้พลังงานสะอาดลดต้นทุน ชาวบ้านเข้าถึงน้ำคุณภาพ 1 บาทได้ 20 ลิตร
เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ที่เทศบาลตำบลเตาปูน อ.สอง จ.แพร่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน “เตาปูนโมเดล” ต้นแบบการพัฒนาชุมชนที่ใช้การมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยมีการบริหารจัดการทรัพยากรในพื้นที่อย่างเป็นระบบ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม การจัดการน้ำ การศึกษา และเศรษฐกิจชุมชน จนสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจากทั่วประเทศ
นายณัฐพล ทองไหล นายกเทศมนตรีตำบลเตาปูน กล่าวว่า การพัฒนาตำบลเตาปูนเริ่มต้นจากการเปิดโอกาสให้คนในชุมชนเข้ามาร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ก่อนนำไปสู่การจัดบริการสาธารณะที่ตอบโจทย์ประชาชน ทั้งด้านการศึกษา สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม และการบริหารจัดการน้ำ
“หัวใจสำคัญคือการทำให้ประชาชนรับรู้ปัญหา และเห็นว่าการลงมือทำร่วมกันจะก่อให้เกิดประโยชน์กับคนในชุมชนจริง ๆ จึงต้องสร้างความเข้าใจและเปิดให้ทุกคนมีส่วนร่วม ทั้งการวางแผน การใช้งบประมาณ และการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ” นายณัฐพลกล่าว
นายณัฐพล กล่าวต่อว่า เทศบาลยังให้ความสำคัญกับการสร้างองค์ความรู้แก่ทีมงานและผู้นำชุมชน เพื่อให้เข้าใจแหล่งงบประมาณและบทบาทของหน่วยงานแต่ละกระทรวง สามารถประสานขอรับการสนับสนุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่ ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนงาน อย่างไรก็ตาม ตำบลเตาปูนมีข้อจำกัดสำคัญ เนื่องจากพื้นที่กว่า 80% อยู่ในเขตป่าสงวน ทำให้มีพื้นที่จัดเก็บภาษีน้อย รายได้ของเทศบาลจากภาษีมีเพียงไม่กี่แสนบาทต่อปี ไม่เพียงพอต่อการพัฒนาพื้นที่กว่า 200,000 ไร่ จึงต้องอาศัยการวางแผนและการบูรณาการงบประมาณจากหลายหน่วยงานเข้ามาสนับสนุน นอกจากนี้ เทศบาลยังให้ความสำคัญกับการสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา โดยจัดตั้งโรงเรียนอนุบาลเทศบาลที่เปิดรับเด็กทุกคนโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย เพื่อให้เด็กทุกครอบครัวเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม
นายณัฐพล กล่าวว่า อีกหนึ่งจุดเด่นของ “เตาปูนโมเดล” คือระบบบริหารจัดการน้ำดื่มสะอาดที่ใช้พลังงานสะอาด ลดต้นทุนการผลิต ทำให้ประชาชนสามารถรับน้ำดื่มฟรีตามจุดบริการ หรือใช้น้ำผ่านตู้น้ำหยอดเหรียญในราคาเพียง 1 บาท ต่อน้ำดื่ม 20 ลิตร โดยเปิดให้ประชาชนจากทุกพื้นที่สามารถเข้ามาใช้บริการได้ ไม่จำกัดเฉพาะคนในตำบล โดยเป้าหมายในระยะต่อไป คือการต่อยอดศักยภาพของพื้นที่สู่การท่องเที่ยวชุมชน เพื่อสร้างรายได้ให้ประชาชนจากจุดเด่นของท้องถิ่น แม้จะยังมีข้อจำกัดด้านกฎหมายและระเบียบหลายประการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถดำเนินการได้เองทั้งหมด
นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ประธานกรรมการกำกับทิศทางของแผนสุขภาวะชุมชนพื้นที่ภาคเหนือ สสส. กล่าวว่า บทบาทของ สสส. คือการสนับสนุนองค์ความรู้ เทคนิค และเครื่องมือทางวิชาการ เพื่อให้ชุมชนสามารถวิเคราะห์ปัญหาและพัฒนาวิธีแก้ไขด้วยตนเอง เปรียบเสมือน “น้ำมันหล่อลื่น” ที่ช่วยเสริมศักยภาพของชุมชน มากกว่าการเข้าไปทำแทน
“เป้าหมายสำคัญคือทำให้ชุมชนสามารถจัดการตนเองได้ พึ่งพาตนเองได้ และเกิดความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน โดยเตาปูนถือเป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่าการทำงานร่วมกันระหว่างท้องถิ่น ท้องที่ ภาครัฐ และประชาชน สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ได้จริง” นายสืบศักดิ์ กล่าว
นายสืบศักดิ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ สสส. ยังสนับสนุนให้เทศบาลตำบลเตาปูนพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านการพัฒนาชุมชน โดยจัดทำหลักสูตรถ่ายทอดองค์ความรู้ 4 หลักสูตร ครอบคลุมด้านการจัดการน้ำ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจชุมชน และการบริหารจัดการชุมชน เพื่อเปิดโอกาสให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจากทั่วประเทศเข้ามาศึกษา แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตนเอง
ด้าน นายศุภชัย ทิวปา ผู้ช่วยนายช่างไฟฟ้า เทศบาลตำบลเตาปูน กล่าวว่า ระบบผลิตน้ำดื่มของเทศบาลแยกออกจากระบบน้ำอุปโภคอย่างชัดเจน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงน้ำดื่มที่มีคุณภาพ โดยใช้น้ำดิบจากแหล่งน้ำซึมธรรมชาติที่ขุดข้างลำห้วย ซึ่งน้ำจะซึมผ่านชั้นดินและชั้นทรายตามธรรมชาติก่อนเข้าสู่บ่อสูบน้ำ ช่วยเพิ่มคุณภาพน้ำตั้งแต่ต้นทาง จากนั้นเทศบาลสูบน้ำขึ้นสู่ระบบผลิตด้วยปั๊มน้ำที่ใช้ทั้งไฟฟ้าและพลังงานแสงอาทิตย์ควบคู่กัน เพื่อลดต้นทุนด้านพลังงานและเพิ่มความมั่นคงของระบบ โดยจุดผลิตตั้งอยู่สูงกว่าระดับหมู่บ้านประมาณ 170 เมตร จึงสามารถอาศัยแรงโน้มถ่วงในการกระจายน้ำลงสู่ชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายศุภชัย กล่าวว่า ภายหลังการสูบน้ำ น้ำจะผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพ ทั้งการเติมสารส้มเพื่อช่วยตกตะกอน การฆ่าเชื้อด้วยคลอรีน และการกรองหลายขั้นตอน ตั้งแต่ระบบกรองทรายแบบดั้งเดิม ไปจนถึงระบบกรองนวัตกรรมของไทย ก่อนเก็บสำรองไว้ในถังเก็บน้ำขนาด 3,000 ลิตร จำนวน 22 ถัง เพื่อรองรับการจ่ายน้ำให้ประชาชน น้ำดื่มที่ผ่านการผลิตจะถูกส่งไปยังจุดบริการทั้ง 10 หมู่บ้าน ก่อนผ่านระบบกรองแบบ RO (Reverse Osmosis) และ UV (Ultraviolet) อีกครั้ง เพื่อให้ได้มาตรฐานน้ำดื่ม พร้อมเปิดให้ประชาชนรับน้ำฟรีตามจุดบริการ และติดตั้งตู้น้ำหยอดเหรียญในชุมชน โดยคิดค่าบริการเพียง 1 บาท ต่อน้ำดื่ม 20 ลิตร ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือน โดยคุณภาพน้ำได้รับการตรวจวิเคราะห์จากกรมอนามัยและมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ผ่านเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำดื่ม 21 พารามิเตอร์ จึงมั่นใจได้ว่าน้ำที่ผลิตมีความสะอาดและปลอดภัยต่อการบริโภค ทั้งยังออกแบบระบบให้สามารถขยายการเชื่อมต่อไปยังครัวเรือนในอนาคตได้ หากประชาชนมีความประสงค์จะติดตั้งท่อรับน้ำเข้าบ้าน โดยเทศบาลมีทีมช่างคอยให้การสนับสนุน




