กรมแพทย์แผนไทย กางแผน 5 ปี ดัน 7 เครื่องยนต์เศรษฐกิจสุขภาพ ชู Wellness-Longevity ผสาน AI สร้างมูลค่าสูง
เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์การดำเนินงานในช่วง 5 ปีข้างหน้านี้ มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจสุขภาพของประเทศผ่านเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ โดยได้กำหนด “7 เครื่องยนต์เศรษฐกิจ” (7 Wonders Growth Engines) ได้แก่ 1.Functional Foods & Beverages อาหารและเครื่องดื่มฟังก์ชันจากสมุนไพรไทย 2.Herbal Bio Innovation นวัตกรรมชีวภาพเพื่อการแปรรูปสมุนไพรระดับอุตสาหกรรม 3.Cosmeceutical เวชสำอางผสานเทคโนโลยีชะลอวัย 4.Medical Cannabis ผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานและปลอดภัย 5.Functional Pet Food สมุนไพรเพื่อสุขภาพสัตว์เลี้ยง 6.Wellness & Longevity อุตสาหกรรมบริการสุขภาพและการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ และ 7.Digital Health การประยุกต์ใช้นวัตกรรมดิจิทัลเพื่อยกระดับระบบบริการสุขภาพ
ดร.นพ.พงศธร กล่าวว่า ในบรรดาเครื่องยนต์เศรษฐกิจทั้ง 7 ด้านนั้น อุตสาหกรรม Wellness & Longevity มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงทั้งระบบบริการสุขภาพ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สมุนไพรไทย และภูมิปัญญาไทย ซึ่งการพัฒนานี้จะถูกขับเคลื่อนใน 2 มิติหลัก ได้แก่ 1.การส่งเสริมสุขภาพและการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ โดยเน้นการต่อยอดบริการสุขภาพที่เป็นอัตลักษณ์ของไทย เช่น การนวดไทย การใช้ยาสมุนไพรไทย สปาไทย และอาหารไทยเพื่อสุขภาพ รวมไปถึงการฝึกจิตสมาธิ การดูแลคุณภาพการนอน การฟื้นฟูร่างกาย และการดูแลผู้สูงอายุแบบองค์รวม และ 2.การพัฒนาเศรษฐกิจการมีอายุยืน (Longevity Economy) เป็นการผสานภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยเข้ากับเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ ทั้งการแพทย์เชิงป้องกัน (Preventive Medicine) การแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) การแพทย์ฟื้นฟู (Regenerative Medicine) การใช้ข้อมูลพันธุกรรม (Genomics) เพื่อประเมินความเสี่ยงและวางแผนดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล รวมถึงการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI Health) มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ สนับสนุนการวางแผนการรักษา และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการสุขภาพให้ครอบคลุมทั้งการดูแลสุขภาพกาย สุขภาพจิต การออกกำลังกาย และการดูแลผู้สูงอายุ
ดร.นพ.พงศธร กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ที่สร้างจากรากฐานการมองอนาคต (Strategic Foresight) แผนยุทธศาสตร์ 5 ปี (พ.ศ. 2571–2575) ฉบับนี้ เป็นผลลัพธ์จากการประชุมระดมความคิดเห็น จากผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนหน่วยงานและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องร่วมแลกเปลี่ยนให้ข้อเสนอแนะ เมื่อวันที่ 20–21 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยกรมฯ ได้นำกระบวนการคาดการณ์อนาคต (Strategic Foresight) มาใช้อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การวิเคราะห์แนวโน้มระดับโลก (Mega Trends) เช่น สังคมสูงวัย (Super-aged Society) การเติบโตของ Wellness Economy เทคโนโลยี AI และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อสร้างภาพอนาคต (Future Scenario) และกำหนดสมมติฐานทางยุทธศาสตร์ที่แม่นยำ
“การแพทย์แผนไทยจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศ การผสานจุดแข็งของสมุนไพรไทย การนวดไทย และภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย เข้ากับเทคโนโลยีด้านสุขภาพ จะช่วยยกระดับคุณภาพบริการ สร้างนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน” ดร.นพ.พงศธร กล่าว

