ทีมก้าวหน้า แพ้เสียงข้างมากบอร์ดประกันสังคม อนุมัติงบ 8 ล้าน ศึกษาปฏิรูปกองทุน ‘ชลิต’ ชี้ TOR ซ้ำซ้อนของเดิม
เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) มีการประชุมคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ชุดที่ 14 ครั้งที่ 10/2569 เพื่อพิจารณาวาระสำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่ เรื่องที่ 1 การกำหนดหลักเกณฑ์และอัตราค่าบริการทางการแพทย์กรณีผ่าตัดแบบวันเดียวกลับ (One Day Surgery) เรื่องที่ 2 การขออนุมัติจัดสรรเงินกองทุนเพื่อการบริหารงานของสำนักงานประกันสังคมเพิ่มเติม ประจำปี 2569 สำหรับโครงการจ้างที่ปรึกษาวิจัยการปฏิรูปโครงสร้างสำนักงานประกันสังคม วงเงิน 8.9 ล้านบาท และ เรื่องที่ 3 การจำหน่ายหนี้ค้างชำระกองทุนประกันสังคมออกจากบัญชีเป็นสูญ จำนวน 7 ราย
สำหรับวาระที่ได้รับความสนใจ คือ การขออนุมัติงบประมาณเพื่อจ้างที่ปรึกษาศึกษาแนวทางปฏิรูปโครงสร้างสำนักงานประกันสังคม โดยที่ประชุมมีการลงมติ และเสียงข้างมากเห็นชอบให้อนุมัติงบประมาณประมาณ 8 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการดังกล่าว
นายชลิต รัษฐปานะ รักษาการบอร์ดประกันสังคม ฝ่ายผู้ประกันตน เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ในการพิจารณาอนุมัติงบจ้างที่ปรึกษาศึกษาแนวทางปฏิรูปโครงสร้างสำนักงานฯ มีการลงคะแนนเสียง ซึ่งแตกต่างจากแนวปฏิบัติโดยทั่วไปที่บอร์ดมักใช้วิธีหาฉันทามติ โดยตัวแทนทีมประกันสังคมก้าวหน้าลงมติคัดค้านทั้งหมด เนื่องจากเห็นว่าเป็นการใช้งบประมาณที่ไม่คุ้มค่า และซ้ำซ้อนกับงานวิจัยด้านการปฏิรูปประกันสังคมที่เคยจัดทำมาแล้ว
“งานวิจัยเรื่องการปฏิรูปประกันสังคมเริ่มมีมาตั้งแต่ปี 2537-2538 และมีการจัดทำมาแล้วประมาณ 5 ฉบับ ครั้งนี้จึงเท่ากับเป็นการศึกษาฉบับที่ 6 ทั้งที่ปัจจุบันมีข้อมูลเพียงพอสำหรับการผลักดันการปฏิรูปแล้ว” นายชลิต กล่าว
นายชลิต กล่าวว่า หากต้องการปฏิรูปประกันสังคมอย่างจริงจัง สำนักงานประกันสังคมควรเร่งขับเคลื่อนการแก้ไขกฎหมายหรือทำงานร่วมกับฝ่ายนิติบัญญัติโดยตรง มากกว่าการว่าจ้างศึกษาวิจัยเพิ่มเติม เพราะกระบวนการวิจัยจะเป็นการเก็บข้อมูล สัมภาษณ์ จัดทำโฟกัสกรุ๊ป และสรุปผล ซึ่งสุดท้ายก็มักได้ข้อเสนอในลักษณะเดิม เช่น การเพิ่มความคล่องตัวของสำนักงานประกันสังคม ซึ่งเป็นประเด็นที่ทุกฝ่ายรับทราบอยู่แล้ว นอกจากนี้ ขอบเขตงาน (TOR) ของโครงการมีเนื้อหาหลายส่วนซ้ำกับงานวิจัยทั้ง 5 ฉบับที่ผ่านมา โดยทีมประกันสังคมก้าวหน้าได้จัดทำข้อมูลเปรียบเทียบรายละเอียดของงานวิจัยเดิม ทั้งในด้านขอบเขตการศึกษา การลงทุน และธรรมาภิบาล ส่งให้คณะกรรมการพิจารณาแล้ว แต่เสียงข้างมากยังยืนยันให้เดินหน้าโครงการ
“หลายคนบอกว่าวงเงิน 8 ล้านบาทเป็นเงินจำนวนไม่มากเมื่อเทียบกับงบประมาณของสำนักงานประกันสังคม แต่สำหรับเรา ต่อให้เป็นเงินเพียง 1 บาท ก็ต้องอธิบายให้ได้ว่ามีความจำเป็นและคุ้มค่าหรือไม่ บางครั้งงานวิจัยลักษณะนี้ก็เหมือนพิมพ์กระดาษแล้วนำไปทิ้งถังขยะ เพราะทำเสร็จแล้วไม่ได้นำไปใช้จริง” นายชลิต กล่าว
นายชลิต กล่าวอีกว่า ตนไม่ได้คัดค้านเพียงอย่างเดียว แต่ติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่สมัย น.ส.ตรีนุช เทียนทอง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และเห็นด้วยกับการปฏิรูปประกันสังคม เพียงแต่ตั้งคำถามว่าทำไมจึงต้องใช้งบประมาณทำวิจัยเพิ่มเติม ทั้งที่มีผลงานวิจัยรองรับอยู่แล้วหลายฉบับ รวมทั้งมีร่างกฎหมายที่รอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ทั้งนี้ หลังจากโครงการได้รับความเห็นชอบ จะเข้าสู่ขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งตนจะติดตามกระบวนการดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะจำนวนผู้ยื่นข้อเสนอและผู้ได้รับการคัดเลือก พร้อมคาดว่ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการศึกษาวิจัยจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี
นายชลิต กล่าวว่า ส่วนวาระอื่นของการประชุม ที่ประชุมเห็นชอบการปรับหลักเกณฑ์การจ่ายค่ารักษาพยาบาลกรณีผ่าตัดแบบวันเดียวกลับ (One Day Surgery) เพื่อให้สอดคล้องกับอัตราการจ่ายของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มากขึ้น โดยมีการปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อย และไม่มีข้อทักท้วงจากที่ประชุม



