สธ. ระดมทีมลงพื้นที่บ้านบึง จ.ชลบุรี ดูแลสุขภาพประชาชน เฝ้าระวังควันพิษ-สารปนเปื้อน หลังเหตุไฟไหม้โกดังพลาสติก

26.07.26 | 16:47 น.

สธ. ระดมทีมลงพื้นที่บ้านบึง ดูแลสุขภาพประชาชน เฝ้าระวังควันพิษ-สารปนเปื้อน หลังเหตุไฟไหม้โกดังพลาสติก

จากกรณีเหตุการณ์ไฟไหม้โกดังเก็บพลาสติกในพื้นที่อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุข มีความห่วงใยประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่เกิดเหตุและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งอาจได้รับผลกระทบต่อสุขภาพจากควันไฟ ฝุ่นละออง และมลพิษจากการเหตุการณ์ดังกล่าว จึงได้สั่งการให้กรมอนามัยเร่งลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือประชาชนและเฝ้าระวังผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากสถานการณ์เพลิงไหม้โกดังพลาสติกในพื้นที่อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี พบประชาชนบริเวณโดยรอบได้รับผลกระทบจากควันไฟ ฝุ่นละออง และกลิ่นเหม็นจากการเผาไหม้เป็นจำนวนมาก โดยครอบคลุมพื้นที่อาคารหอพักจำนวน 6 อาคาร มีผู้อาศัยประมาณ 1,400 คน รวมถึงบ้านเรือนใกล้เคียงจุดเกิดเหตุในรัศมี 1 กิโลเมตร จำนวน 144 ครัวเรือน 551 ราย โดยหน่วยงานราชการได้แจ้งเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงออกจากพื้นที่เสี่ยงและย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัยจนกว่าสถานการณ์จะสามารถควบคุมได้

การเกิดเพลิงไหม้พลาสติกอาจก่อให้เกิดสารเคมีและสารมลพิษปนเปื้อนในอากาศ เช่น ก๊าซไฮโดรเจนคลอไรด์ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ และสารสไตรีน รวมถึงสารไดออกซิน ซึ่งเป็นสารที่อาจก่อให้เกิดมะเร็งหากได้รับสัมผัสหรือสูดดมเป็นระยะเวลานาน โดยสารเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น แสบตา แสบจมูก ระคายเคืองทางเดินหายใจ ไอ หายใจลำบาก เวียนศีรษะ หรือมึนศีรษะ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ อาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการรุนแรงมากขึ้น จึงได้สั่งการให้กรมอนามัยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูแลเฝ้าระวังสุขภาพประชาชนและผลกระทบสิ่งแวดล้อม

ด้าน พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัย โดยทีม SEhRT ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี ได้ประสานทีม SEhRT สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี สำนักงานสาธารณสุขอำเภอบ้านบึง และโรงพยาบาลบ้านบึง เพื่อร่วมปฏิบัติการเฝ้าระวังดูแลสุขภาพและประเมินความเสี่ยงของควันพิษที่เกิดจากไฟไหม้ ที่อาจส่งกระทบต่อประชาชน

นอกจากนี้ ได้ให้ทีมเฝ้าระวังการปนเปื้อนของสารพิษที่หลังจากการดับไฟในสิ่งแวดล้อม ตลอดจนแหล่งน้ำอุปโภคบริโภค น้ำใช้ในครัวเรือนใกล้เคียง ด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และได้ออกคำแนะนำในการดูแลสุขภาพป้องกันตนเองจากการรับสัมผัสสารมลพิษอย่างต่อเนื่องจนกว่าเหตุการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ

Advertisement

“สำหรับประชาชนในพื้นที่ ขอให้ติดตามสถานการณ์และการแจ้งเตือนภัยสุขภาพจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุ ควรสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือหน้ากากป้องกันมลพิษ สังเกตอาการตนเองและคนในครอบครัว หากมีการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก แน่นหรือเจ็บหน้าอก หัวใจเต้นผิดปกติ คลื่นไส้ เหนื่อยง่ายหรือเริ่มมีอาการปวดศีรษะ ให้พบแพทย์ทันที” พญ.อัมพร กล่าว