‘พัฒนา’ ไม่ตัดประเด็นเบิกเท็จปมสวมสิทธิ ‘หมอพร้อม’ เผยมีคนร้องเข้ามากว่า 400 เคส เร่งสอบ รู้ผลเบื้องต้นใน 2-3 วัน

27.07.26 | 14:43 น.

รมว.สาธารณสุข ยืนยันแอพพลิเคชัน “หมอพร้อม” ทำหน้าที่เพียงรวบรวมและแสดงข้อมูลการรักษาจากหน่วยบริการ ไม่ใช่ต้นทางของข้อมูล หลังมีประชาชนร้องเรียนพบประวัติรักษาที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ชี้สาเหตุอาจเกิดจากการคีย์ข้อมูลผิด ความเข้าใจคลาดเคลื่อน หรือการเบิกเท็จ พร้อมเร่งตรวจสอบรอยรั่วของระบบ คาดรู้ผลเบื้องต้นภายใน 2-3 วัน ขณะที่พบมีประชาชนแจ้งข้อมูลผิดพลาดเข้ามาแล้วราว 400 ราย

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 27 กรกฎาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการสาธารณสุข เปิดเผยถึงประเด็นที่มีผู้ร้องเรียนว่าถูกบุคคลอื่นใช้สิทธิรักษาพยาบาลของตน หลังตรวจสอบประวัติผ่านแอพพลิเคชัน ‘หมอพร้อม’ พบมีข้อมูลใช้โรงพยาบาลแห่งหนึ่งถึง 2 ครั้ง ทั้งที่เจ้าตัวยืนยันไม่เคยไปรักษา ไม่เคยพบแพทย์ หรือรับยาที่โรงพยาบาลดังกล่าวแม้แต่ครั้งเดียว ว่า แอพพ์นี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ซึ่งมีฐานข้อมูลของพี่น้องประชาชนอยู่จำนวนมาก หมอพร้อมไม่ใช่แอพพ์ที่เป็นผู้ไปจัดบริการ แต่เป็นแอพพ์ที่รวบรวมข้อมูลจากหน่วยให้บริการเข้ามาแสดง ซึ่งเป็นนโยบายที่กระทรวงสาธารณสุข ตั้งใจที่จะคืนข้อมูลการรักษาสุขภาพ ให้กับประชาชนทุกๆ คน และทุกคนก็จะได้ข้อมูลที่เป็นส่วนตัว ฉะนั้นต้องบอกว่าเป็นแอพพ์ที่รับข้อมูลและนำมาแสดง

นายพัฒนา กล่าวว่า แต่ตอนหลังก็ถูกพัฒนาให้สามารถเริ่มการจองพบแพทย์ จองฉีดวัคซีน จองใช้บริการของโรงพยาบาล (รพ.) ได้ด้วย ซึ่งการจองเหล่านี้เมื่อไปรับบริการที่หน่วยให้การบริการ ก็จะมีข้อมูลส่งกลับมาในแอพพ์เพื่อบันทึกไว้ให้ถูกต้อง เช่น รพ.ในทุกระดับ ทั้งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่ยังไม่ได้ถ่ายโอน และที่ถ่ายโอนไปแล้ว รวมไปถึงรพ.เอกชนที่แชร์ข้อมูลเข้ามา ซึ่งยังน้อยมากๆ รพ.สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รพ.ที่อยู่ในมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่ผ่านมาก็ได้เริ่มแชร์ข้อมูลเข้ามา แต่ก็ยังไม่มากเช่นเดียวกัน รวมไปจนถึงปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขกำลังขอเชื่อมข้อมูลจากหน่วยให้บริการของสำนักงานหลรกประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่จะนำมาโชว์ในหมอพร้อมด้วยเช่นกัน

“หมอพร้อมจะเป็นแอพพ์ที่แสดงว่าเราไปรักษาสุขภาพที่ไหนบ้าง ได้รับยาอะไรบ้าง ไปตรวจแล็บ ไปตรวจที่ไหนบ้าง ต้องทำความเข้าใจก่อน ซึ่งขณะนี้ได้รับการยืนยันจากทีมงานว่าแอพพ์ทำงานปกติ คือรับข้อมูลมาและแสดงผลปกติ ในส่วนประเด็นที่ประชาชนดูผ่านแอพพ์แล้วไม่ตรงกับของตนเอง สิ่งที่อาจจะเป็นไปได้ คือ มีการคีย์ข้อมูลผิด มีการเข้าใจผิด หรือเป็นเรื่องของการเบิกเท็จ ก็เป็นไปได้เช่นเดียวกัน สิ่งที่เกิดขึ้น คือ จะมีอีกประเด็นหนึ่งที่อาจจะสร้างความสับสนได้ แต่นี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง เช่น รพ.ออกไปตรวจนอกสถานที่ โดยที่ผู้ป่วยอาจจะไม่ทราบว่ามาจากหน่วยใด อาจจะเป็นไปได้ เพราะฉะนั้น ปัจจุบันถ้ามีความไม่ถูกต้องกับที่ได้ไปหาหมอ ไปรับบริการ สามารถแจ้งเข้ามาในแอพพ์ได้ ซึ่งหลังบ้านก็จะพิจารณาปรับให้ เมื่อปรับแล้ว หน้าแอพพ์ข้อมูลเหล่านั้นจะหายไป แต่ข้อมูลที่อยู่ในหลังบ้านไม่หาย พร้อมสำหรับเอาไปตรวจสอบต่อ สืบสวน สอบสวน หาข้อเท็จจริงต่อ” นายพัฒนา กล่าว

นายพัฒนา กล่าวว่า เชิญชวนให้ทุกหน่วยงานที่เป็นหน่วยให้บริการเชื่อมข้อมูลกับหมอพร้อม เพื่อสร้างความโปร่งใส และสร้างฐานข้อมูลเชิงสุขภาพให้กับประชาชนโดยทั่วไปทุกๆ คน และนั่นจะไปนำไปสู่การสร้างนโยบายให้ถูกต้องแม่นยำ ส่วนในเรื่องของการตรวจสอบ ว่ามีการเบิกเท็จจริงหรือไม่ ในทางสืบสวน ทางหลังบ้าน ก็จะเช็คย้อนกลับไป เพราะหลังบ้านรู้อยู่แล้วว่าต้นทางเป็นใคร ที่บันทึกเข้ามาจากหน่วยงานใด บันทึกเข้ามาเมื่อไหร่ สิ่งนี้ตรวจสอบได้

“ขอยืนยันว่าหมอพร้อมทำงานปกติ และหมอพร้อมเป็นแอพพ์ที่นำข้อมูลเหล่านี้ออกมาแสดงเพื่อสร้างความโปร่งใส” นายพัฒนา กล่าว

Advertisement

นายพัฒนา กล่าวต่อว่า ไม่น่าใช่ความผิดพลาดของข้อมูลระบบหลังบ้านของฝั่งกระทรวง แต่ไม่ได้ตัดประเด็น จะรับข้อมูลนี้ไปและจะให้ตรวจสอบว่ามีรอยรั่วจุดไหนบ้าง ซึ่งในเรื่องไทม์ไลน์ เมื่อมีการแจ้งข้อมูลเข้ามาแล้ว คิดว่าไม่นาน 2-3 วันก็คงจะรู้ว่าสาเหตุเป็นเพราะอะไร แต่ถ้าเป็นเรื่องของการเบิกเท็จ ก็ต้องอาศัยเวลาในการสืบสวน ซึ่งถ้าใครทำผิดก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ

เมื่อถามถึงเรื่องการเบิกผิดพลาด ทั้งที่มีระบบมีการยืนยันด้วยบัตรประชาชนอยู่ นพ.วิจักษณ์ กาญจนอุทัย ผู้อำนวยการสำนักสุขภาพดิจิทัล กล่าวว่า จะเป็นการเปิดข้อมูลของแต่ละสถานบริการ ที่มีระบบการบริการอยู่ ซึ่งโดยปกติการบริการจะมีการพิสูจน์และยืนยันตัวตนด้วยระบบบัตรประชาชน ซึ่งจริงๆ แล้ว ในกระทรวงสาธารณสุขถ้าไปใช้บริการที่สถานพยาบาล ในหลายแห่งจะมีระบบการยืนยันตัวตนด้วยการเสียบบัตรประชาชน ที่บริเวณตู้คีออสอยู่แล้ว

“แต่อย่างที่แจ้งว่าอาจจะมีการออกหน่วยไปใช้บริการนอกพื้นที่ ซึ่งในบางจุดอาจจะมีการใช้วิธีการเขียน การคีย์ข้อมูลผิดพลาด การลงข้อมูลผิดได้ ซึ่งในจุดนี้อาจจะมีการตรวจสอบเบื้องต้นอีกครั้งหนึ่ง”  นพ.วิจักษณ์ กล่าว

นพ.วิจักษณ์ กล่าวต่อว่า ข้อมูลที่มีการตรวจสอบเบื้องต้นนั้น เนื่องจากระบบการตรวจสอบข้อมูลที่ให้ประชาชนคีย์เข้ามา ได้มีการดำเนินการแล้ว อย่างเมื่อวานนี้ (26 ก.ค.) มีเข้ามาประมาณ 400 รายการ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมเป็นรายวันอยู่ และจะมีการประชุมกันเป็นรายวันในการที่จะมอนิเตอร์ดู ซี่งเป็นช่องทางที่ประชาชนสามารถแจ้งเข้ามาได้ ถ้ามีข้อมูลที่ผิดพลาด

ด้าน นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กรณีของ จ.ปทุมธานี รพ.ประชาธิปัตย์นั้น ทางกระทรวงสาธารณสุขมีการตรวจสอบแล้ว ซึ่งพบว่าเป็นความผิดพลาดในการบันทึกข้อมูลของทาง รพ. เนื่องจากการให้บริการในครั้งแรกถูกต้อง แต่ในครั้งที่ 2 ประชาชนยังไม่ได้รับบริการจริง แต่กลับมีการบันทึกข้อมูลในลักษณะความเข้าใจคลาดเคลื่อน ส่งผลให้มียอดบันทึกรายการเบิกจ่ายยา ทั้งที่ในความเป็นจริงไม่ได้มีการให้บริการและไม่มีการเบิกจ่ายจริง ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว

นพ.สมฤกษ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของจังหวัดร้อยเอ็ด อุดรธานี ก็จะมีการตรวจสอบทั้งหมด ต้องบอกว่าการให้บริการ ถ้าเป็นบริการทางการแพทย์แบบรักษาพยาบาล ส่วนมากยืนยันตัวตนหมด ซึ่งกำลังสอบถามทางสปสช.อยู่ว่า กรณีส่งเสริมสุขภาพอาจจะไม่ได้ยืนยันตัวตน กำลังไล่เช็คเรื่องนี้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นการเริ่มต้นของรัฐมนตรี เพื่อให้ประชาชนได้มีสิทธิเห็นข้อมูลจากหมอพร้อมเอง เมื่อประชาชนเห็น ก็ฟีตแบคกลับมาถือว่าดี

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า จะทราบข้อมูลว่ามีการเบิกจ่ายเท็จจริงหรือไม่ เมื่อไหร่ นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า คาดว่า 2 สัปดาห์จะมีข้อมูลชัดเจน