‘นาริฐา’ จี้เปิดห้องประชุม กกต.เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ถามศาลไม่ได้สั่งชะลอ เหตุใดจึงมีคำสั่งเลื่อน
เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม น.ส.นาริฐา โภไคยอนันต์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งกรรมการประกันสังคม ฝ่ายผู้ประกันตน ในนามทีมประกันสังคมก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลปกครองกลางมีคำสั่งทุเลาการบังคับใช้ข้อ 2 ของประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ซึ่งกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งกับสำนักงานประกันสังคม จนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติชะลอการเลือกตั้งออกไป ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เกิดคำถามต่อการตัดสินใจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพราะคำสั่งของศาลปกครองไม่ได้สั่งให้ชะลอหรือเลื่อนการเลือกตั้ง แต่เพียงให้แก้ไขข้อ 2 ของประกาศที่เกี่ยวกับการลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งเท่านั้น
“จริง ๆ มันเป็นเรื่องที่เราเปิดคำถามมากกว่าว่า ทำไม กกต.ประกันสังคมถึงตัดสินใจประกาศชะลอ เพราะมันไม่ใช่คำสั่งศาล ศาลไม่ได้สั่งให้ชะลอ ศาลแค่บอกว่าข้อ 2 ที่ไม่ชอบ คุณต้องไปแก้ ซึ่งสำนักงานประกันสังคมเองก็ชี้แจงว่ามีข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งอยู่แล้ว ในเมื่อศาลแค่บอกว่าคุณต้องไม่จำกัดสิทธิ แต่กลายเป็นว่าคุณประกาศชะลอ อันนี้มันเกิดคำถามว่าเหตุผลอะไรที่สำนักงานต้องประกาศชะลอ คุณต้องอธิบายให้ได้ว่าที่คุณชะลอเพราะอะไร ในเมื่อคุณก็พูดเองว่าคุณมีข้อมูล และศาลก็ไม่ได้สั่งให้ชะลอหรือเลื่อน ยังจัดการเลือกตั้งได้ตามเดิม” น.ส.นาริฐา กล่าว
เมื่อถามว่าหากท้ายที่สุดมีการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปจริง จะเกิดผลกระทบหรือความเสียหายอย่างไร ทั้งต่อกระบวนการเลือกตั้ง งบประมาณ และผู้สมัคร น.ส.นาริฐา กล่าวว่า ในฐานะผู้สมัคร ตนไม่ได้มองเรื่องความเสียโอกาสของผู้สมัครมากนัก เพราะทีมประกันสังคมก้าวหน้าไม่ได้ใช้เงินในการสมัครหรือหาเสียง แต่สิ่งที่น่าเสียดายคือการใช้งบประมาณของสำนักงานประกันสังคม
“ในมุมส่วนตัวเราไม่ได้มองเรื่องเสียโอกาสของผู้สมัคร เพราะทีมประกันสังคมก้าวหน้าไม่ได้ใช้เงินในการสมัคร เราใช้ความเชื่อใจและความสามารถ แต่สิ่งที่น่าเสียโอกาสคือสำนักงานประกันสังคมใช้งบประชาสัมพันธ์ไปแล้ว ทั้งที่ตอนประชาสัมพันธ์ก็ประชาสัมพันธ์ช้ามาก คนจำนวนหนึ่งอาจไม่รู้ข่าวการเลือกตั้ง ทั้งที่สำนักงานใช้งบประมาณจากเงินของผู้ประกันตน นายจ้าง และภาครัฐไปแล้ว แต่สุดท้ายกลับประกาศชะลอการเลือกตั้ง” น.ส.นาริฐา กล่าว
น.ส.นาริฐา กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้สำนักงานประกันสังคมเองได้ชี้แจงต่อศาลว่า การยืดระยะเวลาของคณะกรรมการชุดรักษาการจะส่งผลกระทบต่อความโปร่งใสและการบริหารงาน ดังนั้น เมื่อสำนักงานเคยชี้แจงเช่นนั้น จึงเกิดคำถามว่าทำไมจึงตัดสินใจชะลอการเลือกตั้งเสียเอง
“สำนักงานประกันสังคมไปชี้แจงต่อศาลเองว่า การยืดบอร์ดชุดแรกออกไปจะกระทบต่อความโปร่งใสและกระบวนการบริหารงาน ในเมื่อคุณยื่นต่อศาลเองว่า ถ้าเลือกตั้งช้าไปอีกจะกระทบต่อความโปร่งใส ซึ่งบอร์ดก็หมดวาระมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์แล้ว แล้วทำไมคุณถึงประกาศเลื่อน ทั้งที่คุณก็ชี้แจงต่อศาลเองว่าการเลื่อนจะส่งผลกระทบ” น.ส.นาริฐา กล่าว
เมื่อถามว่าหลายฝ่ายมองว่าการประกาศชะลออาจเป็นเพียงมาตรการชั่วคราวเพื่อให้ประชาชนรับทราบ ก่อนจะไปดำเนินการแก้ไขรายละเอียดภายหลัง น.ส.นาริฐา กล่าวว่า การประกาศดังกล่าวกลับส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกันตนและประชาชนมากกว่า
“เราว่ามันกระทบกับความเชื่อมั่นของประชาชนมากกว่า เพราะศาลใช้คำว่าทุเลาข้อ 2 แปลว่าให้เอาข้อ 2 ออก ศาลไม่ได้สั่งสักคำว่าให้ชะลอ กลับไปใช้หลักเกณฑ์เดิม ศาลประเมินว่าข้อ 2 ทำให้คนใช้สิทธิไม่ได้ ขณะที่สำนักงานก็บอกเองว่ามีฐานข้อมูลอยู่แล้ว มันไม่ได้มีความจำเป็นเลยที่จะต้องชะลอหรือเลื่อน เพราะศาลใช้คำว่า ‘ทุเลา’ ข้อ 2 และก็มีทางออกให้แล้ว แต่กลับประกาศชะลอ ทำให้ผู้ประกันตนเกิดความกังวลว่า สรุปจะเลือกตั้งเมื่อไรกันแน่” น.ส.นาริฐา กล่าว
เมื่อถามว่ามองหรือไม่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจะทำให้ผู้ประกันตนเกิดความเบื่อหน่ายและไม่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง น.ส.นาริฐา กล่าวว่า ตนกลับมองว่ากรณีดังกล่าวจะทำให้ผู้ประกันตนสนใจการเลือกตั้งมากขึ้น ยิ่งทำให้คนอยากไปเลือกตั้ง เพราะมันทำให้เกิดการตั้งคำถามต่อการทำงานของสำนักงานประกันสังคมมากขึ้น
เมื่อถามว่าทีมประกันสังคมก้าวหน้ามีนโยบายผลักดันให้เปิดเผยข้อมูลการประชุมของคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือไม่ น.ส.นาริฐา กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นประโยชน์สาธารณะ และสำนักงานประกันสังคมควรเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมด โดยเฉพาะเหตุผลที่คณะกรรมการมีมติชะลอการเลือกตั้ง ทั้งที่คำสั่งศาลไม่ได้ระบุเช่นนั้น
“อันนี้สำคัญมาก เพราะเราจะต้องถาม กกต.ให้ได้ว่า ในเมื่อศาลไม่ได้สั่งให้คุณชะลอ แล้วทำไมคุณถึงตัดสินใจแบบนี้ คุณคุยอะไรกันในที่ประชุม เพราะคนข้างนอกไม่มีโอกาสรับรู้ แม้แต่ประกาศหน้ากระทรวงแรงงานก็ไม่ได้อธิบายรายละเอียดหรือคำสั่งศาลว่าเกิดอะไรขึ้น เราคิดว่าเรื่องนี้เป็นประโยชน์สาธารณะ ยังไงสำนักงานประกันสังคมก็ต้องเปิดเผย” น.ส.นาริฐา กล่าว
เมื่อถามว่าอยากให้ผู้สมัครรายอื่นออกมาแสดงจุดยืนร่วมกันหรือไม่ น.ส.นาริฐา กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ควรเป็นเรื่องของทีมประกันสังคมก้าวหน้าเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นเรื่องของผู้สมัครและผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคน เพราะทุกฝ่ายล้วนเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
“มันเป็นหลักการพื้นฐานที่ผู้สมัครทุกคนและผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มันไม่ควรจำกัดแค่ประกันสังคมก้าวหน้า คนที่ลงทะเบียนไปแล้ว วางแผนจะไปเลือกตั้งวันที่ 27 กันยายน ทุกคนมีส่วนร่วมในเรื่องนี้ แล้วเราคิดว่าทุกคนควรช่วยกันส่งเสียงว่า การที่สำนักงานประกันสังคมทำแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง คุณกำลังสร้างความตื่นตระหนกให้ผู้คนหรือเปล่า เพราะการประกาศชะลอมันขัดกับคำสั่งศาล และเป็นการดำเนินการเกินกว่าสิ่งที่ศาลกำหนด” น.ส.นาริฐา กล่าว



