ปลัด สธ.ตั้งกรรมการสอบปมข้อมูลเท็จใน ‘หมอพร้อม’ ชี้พบ 3 ปมหลัก หากเบิกจ่ายเท็จต้องดำเนินการเด็ดขาด
จากกรณีที่ประชาชนจำนวนมากร้องเรียนว่าแอพพลิเคชัน “หมอพร้อม” และไลน์บัญชีทางการ “หมอพร้อม” แสดงข้อมูลประวัติการรักษาที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ทั้งที่ไม่เคยเข้ารับบริการทางการแพทย์ดังกล่าว โดยขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ระบุว่า มีผู้ร้องเรียนแล้วมากกว่า 400 ราย และมีกลุ่มผู้เสียหายประมาณ 80 ราย เตรียมเข้าแจ้งความดำเนินคดีนั้น
ล่าสุด เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 29 กรกฎาคม นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ตนได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ โดยมอบหมายให้ นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งกำกับดูแลงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นประธานคณะกรรมการ และให้ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศของกระทรวงฯ ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) รวบรวมข้อมูลร้องเรียนทั้งหมด เพื่อนำมาจัดหมวดหมู่และวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงของแต่ละกรณี
นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า เบื้องต้นพบว่าเรื่องร้องเรียนมีลักษณะปัญหาหลายรูปแบบ โดยคณะทำงานประเมินว่ามีสาเหตุอยู่ประมาณ 3-4 ประเด็น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างพิสูจน์ข้อเท็จจริง เพื่อยืนยันว่าแต่ละกรณีเกิดจากสาเหตุใด ก่อนจะกำหนดแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบ โดยตั้งเป้าสรุปผลและแถลงข่าวร่วมกับ สปสช. ภายในวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม หลังจากรวบรวมข้อมูลครบถ้วน
ปลัด สธ. กล่าวว่า ประเด็นแรกที่คาดว่าเป็นสาเหตุ คือ การบันทึกข้อมูลของหน่วยบริการ โดยเฉพาะสถานพยาบาลขนาดเล็ก เช่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ซึ่งเกี่ยวข้องกับงานส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค โดยระบบฐานข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้ต้องบันทึกข้อมูลตามมาตรฐาน 16 แฟ้ม หากข้อมูลไม่ครบ เจ้าหน้าที่บางแห่งอาจกรอกข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้ระบบสามารถดำเนินการต่อได้ ซึ่งจำเป็นต้องตรวจสอบว่าการกรอกดังกล่าวเป็นความคลาดเคลื่อนหรือเป็นการบันทึกข้อมูลอันเป็นเท็จ ประเด็นที่ 2 คือ เรื่องตัวชี้วัดหรือ KPI ซึ่งเป็นประเด็นที่กระทรวงสาธารณสุขพยายามปรับลดมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีจำนวนมากและตกอยู่กับหน่วยบริการระดับปฐมภูมิ โดยเฉพาะ รพ.สต. ทั้งนี้ การดำเนินงานด้านการส่งเสริมสุขภาพ เช่น การคัดกรองโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือมะเร็งปากมดลูก จำเป็นต้องบันทึกข้อมูลผ่านระบบ หากพบว่ามีการบันทึกข้อมูลไม่ถูกต้องหรือบันทึกข้อมูลเท็จเพื่อให้ผ่านตัวชี้วัด ก็จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน
นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า ส่วนประเด็นที่ 3 เป็นกรณีที่อาจเกี่ยวข้องกับภาคเอกชน ในส่วนของกระทรวงฯ คาดว่าจะมีไม่มาก และเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ สปสช. ซึ่งยังต้องรอผลการตรวจสอบโดยละเอียดก่อนสรุปข้อเท็จจริง
เมื่อถามว่ามีการแสดงประวัติรักษาโรค เช่น เนื้องอกในสมอง โรคมะเร็ง นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า กรณีที่มีประชาชนพบข้อมูลการรักษาโรคร้ายแรง เช่น มะเร็ง หรือเนื้องอก ทั้งที่ไม่เคยเข้ารับการรักษา ถือเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง เพราะหากเป็นข้อมูลจากระบบการรักษาของโรงพยาบาล ไม่ควรเกิดความผิดพลาดได้ จึงจำเป็นต้องตรวจสอบเป็นรายกรณีอย่างละเอียด
สำหรับกรณีที่มีข้อสงสัยว่าอาจมีการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามข้อมูลดังกล่าว ปลัด สธ. กล่าวว่า ขอให้ผู้เสียหายส่งข้อมูลทั้งหมดมายังกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้คณะกรรมการตรวจสอบเป็นรายกรณี โดยยืนยันว่าจะตรวจสอบทุกเรื่องร้องเรียนอย่างละเอียด และไม่ต้องการให้สรุปจากข้อมูลเพียงบางส่วนหรือการคาดเดา แต่จะยึดข้อเท็จจริงเป็นหลัก
“หากเป็นการเบิกจ่ายเท็จ ก็ต้องดำเนินการอยู่แล้ว วันนี้ทุกหน่วยงานกำลังเผชิญปัญหางบประมาณไม่เพียงพอ หากตรวจพบว่ามีการเบิกจ่ายโดยมิชอบ ก็ต้องดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด” นพ.สมฤกษ์ กล่าว

