‘พัฒนา’ ย้ำกัญชาเพื่อการแพทย์เท่านั้น เร่งดัน พ.ร.บ.ควบคุมเข้าสภาแล้ว พร้อมลุยตรวจร้านผิดกฎหมายทั่วประเทศ
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจงแนวทางการบังคับใช้กฎหมายสมุนไพรควบคุม “กัญชา” แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542 ว่า การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้าใจให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ทั้งการบังคับใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย คำสั่งและประกาศของกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงเตรียมความพร้อมต่อร่าง พ.ร.บ.ควบคุมกัญชา กัญชง พ.ศ. … ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) และเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในระยะอันใกล้
นายพัฒนากล่าวว่า การอบรมวันนี้จะครอบคลุมเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เข้าใจแนวทางการควบคุมการปลูก การจำหน่าย การใช้ประโยชน์ และการตรวจสอบสถานประกอบการที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง โดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกมีระบบฐานข้อมูลและแผนที่ (GPS) ระบุตำแหน่งร้านค้าและสถานพยาบาลที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง หากพบสถานประกอบการที่ไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายได้
“หลังจากเจ้าหน้าที่ได้รับความเข้าใจตรงกันแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการลงพื้นที่ตรวจสอบ หากพบผู้กระทำผิดก็จะดำเนินการตามกฎหมาย ตั้งแต่การสั่งแก้ไขปรับปรุง ไปจนถึงสั่งปิดสถานประกอบการและดำเนินคดี” นายพัฒนากล่าว พร้อมย้ำว่า รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาการใช้กัญชา แม้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมากฎหมายควบคุมกัญชาจะล่าช้าจากปัจจัยทางการเมือง แต่ขณะนี้กำลังเร่งผลักดันให้เกิดขึ้นโดยเร็ว ซึ่งจะครอบคลุมตั้งแต่การปลูก แปลงปลูก ไปจนถึงการจำหน่าย และมีมาตรฐานใกล้เคียงกับแนวทางสากล
เมื่อถามว่าสถานการณ์การเมืองที่ยังไม่มีความแน่นอนจะกระทบต่อการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ควบคุมกัญชาหรือไม่ แล้วจะเสร็จในสมัยนี้หรือไม่ นายพัฒนากล่าวว่า ไม่ได้นำประเด็นการเมืองมาคิด เพราะเมื่อกฎหมายผ่านกระบวนการที่ถูกต้องแล้ว ก็จะเดินหน้าตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนจะมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นระหว่างทางหรือไม่ เป็นเรื่องที่ไม่ควรนำมาเป็นข้อกังวล
เมื่อถามว่าจะนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดหรือไม่ นายพัฒนา ระบุว่า ปัจจุบันสารสกัดที่มีสาร THC เกินร้อยละ 0.2 ถือเป็นยาเสพติดอยู่แล้ว ส่วนการจะกลับไปเป็นยาเสพติดทั้งระบบหรือไม่นั้น เป็นอำนาจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา แต่จุดยืนของกระทรวงสาธารณสุขยังคงชัดเจน คือ “กัญชาเพื่อการแพทย์เท่านั้น”
เมื่อถามว่าหากร่าง พ.ร.บ.ควบคุมกัญชา ฉบับใหม่มีผลใช้บังคับ ผู้ที่เคยขึ้นทะเบียนปลูกหรือได้รับอนุญาตเดิมจะต้องดำเนินการใหม่หรือไม่ นายพัฒนากล่าวว่า ผู้ปลูกจะต้องขออนุญาตตามกฎหมายใหม่ ส่วนผู้ประกอบการร้านค้าที่ได้รับใบอนุญาตแล้ว ยังสามารถประกอบกิจการได้ตามอายุใบอนุญาต ซึ่งแต่ละแห่งมีอายุไม่เท่ากัน โดยปัจจุบันใบอนุญาตมีอายุ 3 ปี
ถามว่าถือเป็นการรีเซ็ตระบบใหม่ทั้งหมดหรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะเป็นการรีเซ็ตทั้งหมด เพราะต้องรอดูรายละเอียดของกฎหมายฉบับสุดท้าย รวมถึงระยะเวลาที่กฎหมายมีผลบังคับใช้
ถามว่าขณะนี้มีร่างพ.ร.บ.ที่เกี่ยวกับกัญชาจากภาคส่วนอื่นกี่ฉบับ ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า ขณะนี้มีร่างกฎหมายเกี่ยวกับกัญชาจากหลายฝ่าย ทั้งร่างภาคประชาชนประมาณ 3-4 ฉบับ และร่างจากพรรคการเมือง ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากรัฐมนตรีลงนามแล้ว ทั้งนี้ ร่างพ.ร.บ.กัญชา ฉบับใหม่นี้ ทางรมว.สธ. ได้ลงนามแล้ว ซึ่งอยู่ในขั้นตอนของสำนักเลขานุการคณะรัฐมนตรีในการส่งเรื่องไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้อง ก่อนเสนอเข้าที่ประชุม ครม.
เมื่อถามว่ามีข้อแนะนำถึงผู้ประกอบการกัญชาในช่วงก่อนกฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้หรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกจะจัดอบรมและให้ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ขอให้ผู้ประกอบการติดตามข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจขัดต่อกฎหมายในอนาคต

