‘จุลพันธ์’ หารือ IOM มุ่งยกระดับบริหารแรงงานข้ามชาติ หนุนการจ้างงานปลอดภัย-คุ้มครองสิทธิเท่าเทียม
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่กระทรวงแรงงาน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้การต้อนรับ น.ส.ทันยา ปาซิฟิโก (Ms. Tanja Pacifico) หัวหน้าสำนักงานองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) สำนักงานประจำประเทศไทยและ สปป. ลาว พร้อมคณะ ในโอกาสเข้าพบเพื่อหารือข้อราชการทวิภาคี โดยมี น.ส.บุปผา เรืองสุด รองปลัดกระทรวงแรงงาน นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน นายศักดิ์ศิลป์ ตุลาธร รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน นางนิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม นายศักดินาถ สนธิศักดิ์โยธิน ผู้ช่วยปลัดกระทรวงแรงงาน น.ส.ธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ร่วมให้การต้อนรับ
นายจุลพันธ์ เปิดเผยว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อ IOM ในฐานะพันธมิตรที่ไว้วางใจและความร่วมมือทางเทคนิคที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนานโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการโยกย้ายถิ่นฐานของไทย แรงงานข้ามชาติถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในหลากหลายภาคส่วน ทั้งภาคการผลิต การก่อสร้าง เกษตรกรรม ประมง และบริการ ซึ่งช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนแรงงานและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ รัฐบาลไทยมองว่าการโยกย้ายถิ่นฐานด้านแรงงานไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการจ้างงานเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ ความเท่าเทียมทางสังคม และการพัฒนาที่ยั่งยืน
สำหรับการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติ กระทรวงแรงงานมุ่งส่งเสริมการโยกย้ายถิ่นฐานที่ปลอดภัย เป็นระเบียบ และถูกกฎหมาย ผ่านความร่วมมือแบบรัฐต่อรัฐ (G-to-G) และการปรับปรุงระบบบริการภาครัฐให้ทันสมัย เช่น การนำระบบดิจิทัล e-WorkPermit มาใช้เพื่ออำนวยความสะดวก ลดระยะเวลาดำเนินการ และยกระดับความโปร่งใส นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความคุ้มครองแรงงานข้ามชาติอย่างเท่าเทียมตามกฎหมายแรงงานและระบบประกันสังคม ซึ่งปัจจุบันมีแรงงานข้ามชาติกว่า 1.5 ล้านคนอยู่ในระบบประกันสังคม รวมถึงการผลักดันโครงการพัฒนาทักษะฝีมือร่วมกับ IOM อาทิ โครงการรับรองทักษะร่วมกัน (MRS) และกรอบการทำงานอาเซียน (AGP3) เพื่อเตรียมความพร้อมและยกระดับขีดความสามารถของแรงงานในภูมิภาค
ด้าน น.ส.ทันยา ได้กล่าวชื่นชมบทบาทและการดำเนินงานของรัฐบาลไทยในการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติ พร้อมสานต่อความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับกระทรวงแรงงานในมิติต่าง ๆ ทั้งการส่งเสริมการจัดหางานที่มีจริยธรรม (Ethical Recruitment) การเข้าถึงสิทธิประโยชน์ทางสังคม การพัฒนาทักษะแห่งอนาคต ตลอดจนการขับเคลื่อนประเด็นธรรมาภิบาลแรงงานและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้การโยกย้ายถิ่นฐานเกิดประโยชน์สูงสุดต่อทุกฝ่ายอย่างยั่งยืน



