ศาลปกครองกลาง ยังไม่มีคำสั่ง เพิกถอนประกาศ ชะลอเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

5.08.26 | 17:36 น.

ศาลปกครองกลางไต่สวนฉุกเฉิน หลังทีมประกันสังคมก้าวหน้า ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนประกาศชะลอเลือกตั้งบอร์ด สปส. ให้เลือกตั้งตามกำหนดเดิม 27 ก.ย.นี้ แต่ศาลยังไม่มีคำสั่ง พร้อมขอพิจารณาและนัดฟังคำสั่งโดยเร็วที่สุด

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงเช้า นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี อดีตบอร์ดประกันสังคมฝ่ายผู้ประกันตน หัวหน้าทีมประกันสังคมก้าวหน้า พร้อมตัวแทนผู้สมัครบอร์ด สปส.ฝั่งนายจ้างและลูกจ้างทีมประกันสังคมก้าวหน้า เข้ายื่นศาลปกครองกลาง เปิดไต่สวนฉุกเฉิน กรณีเพิกถอนประกาศชะลอการเลือกตั้งของคณะกรรมการเลือกตั้งประกันสังคม จากการที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งทุเลาการบังคับใช้ข้อ 2 ของประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ซึ่งกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งกับสำนักงานประกันสังคม ส่งผลให้คณะกรรมการการเลือกตั้งฯ สปส.มีมติชะลอการจัดการเลือกตั้งออกไปก่อนเพื่อรอคำวินิจฉัยของศาลปกครอง โดยทีมประกันสังคมก้าวหน้า มองว่า กระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคมทำเกินกว่าเหตุ พร้อมขอให้เลือกตั้งตามกำหนดการเดิม วันที่ 27 ก.ย.2569


โดยศาลปกครองกลาง รับคำร้องของทีมประกันสังคมก้าวหน้า ก่อนเปิดไต่สวนฉุกเฉิน ในเวลา 14.00 น. ซึ่งมี นายษัษฐรัมย์ ขึ้นให้การไต่สวน

ต่อมา เวลา 16.15 น. ศาลปกครองกลางได้ไต่สวนคำร้องเสร็จแล้ว แต่ศาลยังไม่มีคำสั่ง ซึ่งศาลแจ้งว่าจะทําการพิจารณาและมีคําสั่งโดยเร็วที่สุด ซึ่งในชั้นการไต่สวน รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ได้อธิบายถึงประเด็นผลกระทบต่อการเลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมออกไปที่จะมีผลกระทบต่อผู้ประกันตนทั้งหมด 11.9 ล้านคน โดยในขณะนี้ เป็นคณะกรรมการประกันสังคม ชุดรักษาการ ทําให้คณะอนุกรรมการพัฒนาสิทธิประโยชน์ ไม่มีการประชุมพิจารณาในเรื่องค่าว่างงาน เงินบํานาญชราภาพ และเงินเลี้ยงดูเด็กเล็ก จึงทําให้ผู้ประกันตนเสียประโยชน์

ส่วนกระบวนการต่อจากนี้ ศาลจะมีหมายแจ้งคำสั่งส่งไปยังบ้านของผู้ฟ้อง คือ นายษัษฐรัมย์ ดูในคำสั่งนั้นจะแจ้งว่า จะมีคำสั่งทุเลาหรือคุ้มครองชั่วคราวคำร้องของทีม ทีมประกันสังคมก้าวหน้าหรือไม่ โดยหากศาลมีคำสั่งทุเลาหรือคุ้มครอง ก็จะต้องมีการจัดการเลือกตั้งตามกำหนดการเดิม คือวันที่ 27 ก.ย.2569

Advertisement

จากนั้น นายษัษฐรัมย์ ให้สัมภาษณ์ ถึงความรู้สึกภายหลังขึ้นไต่สวนว่า ตนเองได้ให้ข้อมูลว่ามีความจำเป็นเร่งด่วน ต่อการมีส่วนร่วมและการเปลี่ยนประชาธิปไตยเป็นหัวใจสำคัญของประกันสังคมที่ยึดโยงกับนายจ้าง และผู้ประกันตนจำนวนมหาศาลของประเทศ

ขณะเดียวกันตนคิดว่ากระบวนการทางกฎหมาย ผ่านกระบวนการทางยุติธรรม เป็นช่องทางที่ทำให้การปฏิรูปประกันสังคมสามารถเดินหน้าได้อย่างเต็มที่ แต่ว่าหัวใจสำคัญจริงๆ อยู่ที่ผู้ประกันตนและนายจ้าง ถ้าเราพร้อมใจกันที่จะยืนยันกับการการปฏิรูป และก็มองให้ออกกันว่าการพยายามเลื่อนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม จะเรียกว่าเลื่อน-ชะลอ หรือว่ายกเลิก ซึ่งเหล่านี้ก็จะเป็นการกีดขวางการปฏิรูปทั้งสิ้น หัวใจสำคัญของการผลักดันเรื่องนี้ให้สำเร็จ อยู่ที่เจตนาของผู้ประกันตนแล้วก็นายจ้างหลายสิบล้านคนทั่วประเทศ