รพ.กรุงเทพ ชูหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ยกระดับองค์ความรู้-พัฒนาศัลยแพทย์ พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่การรักษาปักหมุดฮับการแพทย์เอเชีย
โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ (รพ.) เดินหน้ายกระดับสู Medical Robot Hub ศูนย์รวมนวัตกรรมหุ่นยนต์ทางการแพทย์ระดับเอเชียแปซิฟิก ด้วยการลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) ร่วมกับบริษัท ดีไวซ์ เทคโนโลยี่ส์ (ไทย) จำกัด เพื่อต่อยอดองค์ความรู้ และพัฒนามาตรฐานการรักษาด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic Surgery) หลังมีประสบการณ์รักษาผู้ป่วยด้วยเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (da Vinci Xi Robotic Surgery) มากกว่า 1,000 เคส ความร่วมมือดังกล่าวมุ่งพัฒนา ศักยภาพของศัลยแพทย์ไทย ผ่านการศึกษา การฝึกอบรม การแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อผลักดันมาตรฐานการผ่าตัดของประเทศไทยสู่ระดับสากล และสร้างผลลัพธ์การรักษาที่ดียิ่งขึ้นแก่ผู้ป่วย
ภายในงานมีการร่วมลงนามโดย นพ.เอกกิตติ์ สุรการ รองผู้อำนวยการ รพ.กรุงเทพ, นพ.ชนินทร์ ปั้นดี ผู้อำนวยการศูนย์ศัลยกรรม รพ.กรุงเทพ และ Mr. Adam Brown, Business Manager–Capital Robotic Surgery จากบริษัท ดีไวซ์ เทคโนโลยี่ส์ (ไทย) จำกัด โดยความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ ผ่านการศึกษา การฝึกอบรม และการต่อยอดนวัตกรรมทางการแพทย์
นพ.เอกกิตติ์ กล่าวว่า โรงพยาบาลให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีทางการแพทย์ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากร โดยประสบการณ์การรักษาผู้ป่วยด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดกว่า 1,000 เคส ได้ก่อให้เกิดองค์ความรู้และการพัฒนาทักษะเฉพาะของทีมศัลยแพทย์ ช่วยยกระดับมาตรฐานการรักษาโรคทางศัลยกรรม ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นก้าวที่สำคัญในการสร้างระบบการเรียนรู้ด้านการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพ และปลอดภัยยิ่งขึ้น
ซึ่งภายใต้บันทึกความร่วมมือในระยะเวลา 1 ปีนี้โครงการสำคัญต่างๆ ที่ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันพัฒนาระบบหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดซึ่งครอบคลุมการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมด้านหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ภายในโรงพยาบาล, การพัฒนาศัลยแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญผ่านการฝึกอบรม และมีระบบการควบคุม ทั้งในระดับประเทศ และนานาชาติ, การจัดทำมาตรฐานการดูแลผู้ป่วย, การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และระบบจำลองการผ่าตัดรวมถึงการจัดประชุมวิชาการ BDMS Robotic Surgery Annual Meeting 2026 ภายใต้หัวข้อ “1,000 Cases Celebration & Scientific Session”
ด้าน นพ.ชนินทร์ กล่าวว่า ปัจจุบันโรงพยาบาลใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดดาวินชี่ ในการรักษาผู้ป่วยโรค ที่มีความซับซ้อนมากกว่า 1,000 เคส ครอบคลุมการผ่าตัดช่องท้อง ปอด ช่องอก นรีเวช และระบบทางเดินปัสสาวะ ใน 3 ปีที่ผ่านมารพ.กรุงเทพ สำนักงานใหญ่ได้ผ่าตัดช่องท้องจำนวน 547 ราย ผ่าตัดปอด 237 ราย ผ่าตัดนรีเวช 131 ราย ผ่าตัดระบบทางเดินปัสสาวะ (ไต, ต่อมลูกหมาก) 92 ราย (ข้อมูลถึงเดือนมิถุนายน 2569) โดยเทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้การผ่าตัดได้ตรงจุด ลดการเสียเลือด ลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อ ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็ว ลดระยะเวลานอนพักในโรงพยาบาล สามารถกลับไปใช้ ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น
“เราเน้นดูแลรักษาแบบสหสาขาวิชาชีพที่ผสานความชำนาญการ และประสบการณ์ของทีมแพทย์เฉพาะทางเข้ากับเทคโนโลยีหุ่นยนต์ทางการแพทย์เพื่อให้การรักษาแบบเฉพาะบุคคล ตั้งแต่ขั้นตอนการวินิจฉัย การ ผ่าตัด การฟื้นฟู ไปจนถึงการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังเดินหน้าร่วมมือกับบริษัทประกันสุขภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยเข้าถึงการ รักษาด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงได้มากยิ่งขึ้น” นพ.ชนินทร์ กล่าว
Mr. Adam Brown กล่าวว่า สำหรับเราเชื่อว่า เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบของการยกระดับการรักษา สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร การสร้างระบบการเรียนรู้ที่มีมาตรฐาน และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เทคโนโลยีถูกนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วย
ซึ่งบริษัทจะร่วมกันพัฒนาศูนย์ฝึกอบรมหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ส่งเสริมการพัฒนาศัลยแพทย์และทีมสหสาขาวิชาชีพผ่านการฝึกอบรมและระบบการควบคุม สนับสนุนการจัดประชุมวิชาการ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระดับนานาชาติ ตลอดจนร่วมพัฒนามาตรฐานการดูแลผู้ป่วยและกระบวนการทำงานเพื่อยกระดับคุณภาพการรักษาด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดอย่างยั่งยืน
นอกจากหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด da Vinci Xi แล้ว โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ยังมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ทางการแพทย์ในหลากหลายสาขา ได้แก่ VELYS™ หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม, ARTIS pheno หุ่นยนต์เอกซเรย์แขนกลสำหรับการผ่าตัดกระดูกและข้อแบบแผลเล็ก และ Walkbot หุ่นยนต์ฟื้นฟูการเดินสำหรับผู้ป่วยระบบประสาท มีผู้ป่วยได้รับการรักษาและ ฟื้นฟูด้วยเทคโนโลยีหุ่นยนต์มากกว่า 600 ราย (ข้อมูลถึงเดือนมิถุนายน 2569)
ทั้งนี้ รพ.กรุงเทพ มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อยกระดับมาตรฐานการรักษา ขยายโอกาสการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง และก้าวสู่การเป็น Medical Robot Hub ศูนย์รวมการรักษาด้วยนวัตกรรมหุ่นยนต์ทางการแพทย์ระดับเอเชียแปซิฟิก ที่พร้อมรองรับผู้ป่วยจากทั่วทุกภูมิภาคด้วยมาตรฐานการรักษาระดับสากล



