‘พัฒนา’ ลงพื้นที่ ลพบุรี ดันสู่ ‘จังหวัดสุขภาพคุณภาพ’ เผย รพ.มะเร็งคิวรอรักษาสั้นสุด ฟื้นฟูผู้ป่วยกลับมาเดินได้ 85%

9.08.26 | 13:04 น.

‘พัฒนา’ ลงพื้นที่ ลพบุรี ดันสู่ ‘จังหวัดสุขภาพคุณภาพ’ เผย รพ.มะเร็งคิวรอรักษาสั้นสุด ฟื้นฟูผู้ป่วยกลับมาเดินได้ถึง 85%

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมสถานบริการสาธารณสุขในพื้นที่จังหวัดลพบุรีเมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา ว่า จังหวัดลพบุรี กำลังก้าวสู่การเป็นจังหวัดสุขภาพคุณภาพ โดยการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกช่วงวัย และขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของกระทรวงสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด One Province One Hospital (1 จังหวัด 1 โรงพยาบาล) ที่มุ่งเน้นการแบ่งปันทรัพยากรและบุคลากรเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการดูแลประชาชนกว่า 719,000 คน และยังมุ่งพัฒนาสู่การเป็นโรงพยาบาลสีเขียว พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพ พัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรชุมชนสู่ตลาดต่างประเทศเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่


ด้าน นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การพัฒนาระบบบริการสุขภาพที่สำคัญของสถานพยาบาลในจังหวัดลพบุรี เช่น โรงพยาบาลท่าวุ้ง ดูแลผู้ป่วยครบทุกมิติ ตั้งแต่ระดับปฐมภูมิจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต มีผลสำเร็จในการดูแลผู้ป่วยระยะกลาง (Intermediate Care) สามารถฟื้นฟูผู้ป่วยให้กลับมาเดินได้อีกครั้งสูงถึง ร้อยละ 85 และยังมีแผนจัดตั้งศูนย์สุขภาพปฐมภูมิเพื่อให้การดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจร

นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า ขณะที่ โรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี ได้พัฒนาศักยภาพการบริการด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ เครื่อง MR-Linac ที่สามารถปรับแผนการรักษาได้ทันทีตามตำแหน่งก้อนมะเร็ง และเทคนิคการฉายรังสีศัลยกรรมที่มีการฝังทอง เพื่อความแม่นยำสูงสุดในการฉายรังสีมะเร็งต่อมลูกหมาก รวมถึงนวัตกรรม Hyperthermia ใช้คลื่นวิทยุเพิ่มอุณหภูมิทำลายเซลล์มะเร็ง และการรักษามะเร็งตับด้วยวิธี TACE โดยไม่ต้องผ่าตัด ทำให้มีระยะเวลารอคอยการรักษาที่สั้นที่สุดในกลุ่มโรงพยาบาลรัฐ มีการก่อสร้างสะพานทางเชื่อมกับโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช เพื่อความสะดวกและปลอดภัยในการรับส่งผู้ป่วย พร้อมทั้งนำระบบ Telemedicine มาใช้ลดความแออัดในโรงพยาบาล เป็นต้น

โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยปลัดกระทรวงสาธารณสุขและคณะ ได้เยี่ยมเสริมพลัง อสม. จังหวัดลพบุรี เน้นย้ำ ความสำคัญของ อสม. ในการขับเคลื่อนงาน ทั้งการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันและเฝ้าระวังโรค การดูแลผู้สูงอายุ รวมถึงผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ซึ่งกระทรวงได้เร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.อสม. เพื่อสร้างความมั่นคงในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพ และยกระดับการทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อให้ อสม. สามารถดูแลสุขภาพของประชาชน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Advertisement