สช. เผย โรค NCDs วาระประเทศ ชู 5 แนวทางสู้ ลดความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทางก่อนเข้าสู่ระบบการรักษา
เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม นายสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กล่าวถึงการแก้ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งหัวใจสำคัญนั้น ไม่ใช่เพียงบอกให้คนดูแลสุขภาพ แต่ต้องออกแบบระบบให้สิ่งที่ดีต่อสุขภาพหาง่าย เลือกง่าย ทำได้จริง และยั่งยืน ขณะที่ภาคีทั้ง กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แพทยสภา WHO และเครือข่ายวิชาการ สนับสนุนการป้องกันมากกว่ารักษา โดยเฉพาะการใช้ ภาษีสุขภาพ การควบคุมการตลาดและการเข้าถึงสินค้าทำลายสุขภาพ และการปกป้องเด็กและเยาวชน จากปัจจัยเสี่ยง NCDs. โดยสช. เสนอ 5 แนวทางสำคัญ คือ
1.มาตรการการเงินการคลังเพื่อสุขภาพ ใช้ภาษีและมาตรการด้านราคาลดการบริโภคสินค้าทำลายสุขภาพ ทั้งหวาน เค็ม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยาสูบ
2.เศรษฐศาสตร์พฤติกรรม (Nudge) ออกแบบทางเลือกและสภาพแวดล้อมให้การเลือกสุขภาพดีเป็นเรื่องง่าย
3.ระบบแรงจูงใจ เช่น Health Point และ Calories Credit Challenge (CCC) เชื่อมพฤติกรรมสุขภาพดีกับคะแนนและสิทธิประโยชน์
4.Healthy Public Space สนับสนุนท้องถิ่นลงทุนพื้นที่เดิน–ปั่น–ออกกำลังกาย และเพิ่มการเข้าถึงอาหารสุขภาพ
5.ยกระดับ NCD Ecosystem เป็นวาระร่วม เชื่อมรัฐ ท้องถิ่น เอกชน วิชาการ ประชาสังคม และประชาชน ผ่านกลไกสมัชชาสุขภาพ
นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า ถึงเวลาแล้วที่ NCDs ต้องเป็นวาระร่วมของประเทศ เพราะ ‘หวาน–เค็ม–เมา–ควัน ไม่ใช่ภารกิจของกระทรวงสาธารณสุข หรือบุคลากรทางการแพทย์เพียงฝ่ายเดียว แต่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ การคลัง การศึกษา ท้องถิ่น ผังเมือง ภาคธุรกิจ และวิถีชีวิตของคนทั้งประเทศ
ด้าน ดร.นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ย้ำการลดการเข้าถึงสินค้าทำลายสุขภาพ ควบคู่การควบคุมบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาหารหวาน มัน เค็ม และอาหารแปรรูป พร้อมเพิ่มการเข้าถึงอาหารที่ดีและปกป้องเด็ก เยาวชน และกลุ่มเปราะบาง
ขณะที่ ศ.พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ นายกแพทยสภา ชี้ว่า NCDs เป็น “ภัยเงียบ” ที่ต้องเปลี่ยนน้ำหนักจากการรักษาไปสู่การป้องกัน โดยเสนอให้บังคับใช้กฎหมายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจัง และใช้มาตรการภาษีกับสินค้าทำลายสุขภาพ
ด้าน องค์การอนามัยโลก (WHO) ย้ำว่า “ภาษีสุขภาพ” เป็นมาตรการที่มีความคุ้มค่า ช่วยลดการบริโภค ลดความเสี่ยง NCDs และสร้างรายได้ที่รัฐสามารถนำกลับมาลงทุนด้านสุขภาพและการพัฒนาประเทศ ขณะที่เครือข่ายวิชาการเตือนถึงความเสี่ยง NCDs ที่เริ่มปรากฏในเด็กและเยาวชน จึงต้องจัดการทั้งการตลาด การเข้าถึง และสภาพแวดล้อมควบคู่กับการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ
สำหรับข้อเสนอจัดการ “หวาน–เค็ม–เมา–ควัน” เครือข่ายวิชาการเสนอให้ทบทวนภาษีและฉลากอาหารหวาน ผลักดัน Sodium Tax และ Sodium Benchmark สำหรับอาหารโซเดียมสูง ใช้มาตรการ “5 ป.” ลดภัยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงคงมาตรการห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าและเพิ่มการปกป้องเด็กจากผลิตภัณฑ์นิโคตินและการตลาดออนไลน์
การขับเคลื่อน NCD Ecosystem จึงไม่ใช่เพียงการบอกประชาชนให้ “ลดหวาน ลดเค็ม ลดเหล้า เลิกบุหรี่” แต่คือการออกแบบเศรษฐกิจ สังคม เมือง ชุมชน โรงเรียน และสถานที่ทำงานใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง เป้าหมายคือทำให้ “สุขภาพดี” ไม่ใช่ทางเลือกที่ประชาชนต้องพยายามหา แต่เป็นทางเลือกที่ง่าย เข้าถึงได้ และเกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวันของทุกคน

