ไทยเจ้าภาพ ‘ALMM ครั้งที่ 29’ พลิกโฉมทุนมนุษย์อาเซียน ชูมาตรฐานทักษะแรงงาน รับมือ AI-แก้แรงงานขาดแคลน

13.08.26 | 15:32 น.

ไทยเจ้าภาพ ‘ALMM ครั้งที่ 29’ พลิกโฉมทุนมนุษย์อาเซียน ชูมาตรฐานทักษะแรงงาน รับมือ AI-แก้แรงงานขาดแคลน

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ที่กระทรวงแรงงาน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แถลงข่าวเตรียมความพร้อมการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 29 (29th ASEAN Labour Ministers Meeting: ALMM) และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง


ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23–28 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด “การพัฒนาทุนมนุษย์อาเซียน : การรับรองทักษะฝีมือสู่การยอมรับในระดับสากล” มุ่งยกระดับมาตรฐานทักษะแรงงาน ส่งเสริมการรับรองทักษะฝีมือ และผลักดันความร่วมมือด้านแรงงานของประเทศสมาชิกอาเซียนให้สามารถแข่งขันและได้รับการยอมรับในระดับสากล พร้อมจับมือ 11 ประเทศสมาชิก ยกระดับแรงงานภูมิภาคกว่า 357 ล้านคน

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วมการประชุมเกือบครบ โดยมีผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เดินทางมายังประเทศไทยเพื่อร่วมพบปะหารือกับสมาชิกอาเซียนด้วย โดยรวมถึงการประชุมอาเซียนบวกสาม คือกรอบความร่วมมือระหว่าง 10 ชาติสมาชิกอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา 3 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งในปีนี้เป็นรอบที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ซึ่งการประชุมในครั้งนี้

ประเทศไทยจะนำเสนอการขับเคลื่อนระบบนิเวศการรับรองทักษะผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ 1.การรับรองหลักสูตรฝึกอบรมฝีมือแรงงานอาเซียน 2.การรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงานอาเซียนและ 3.การรับรองศูนย์แห่งความเป็นเลิศอาเซียน ภายใต้กรอบการดำเนินงาน 3 ระยะ ตั้งแต่ปี 2026 -2030 โดยจะริเริ่มและนำร่อง “หนังสือเดินทางทักษะดิจิทัลอาเซียน” (ASEAN Digital Skills Passport : DSP) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของแรงงานไทยและแรงงานในภูมิภาคอาเซียนให้เป็นที่ยอมรับในเวทีนานาชาติได้อย่างยั่งยืน

Advertisement

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ต้องการผลักดันการจัดทำ มาตรฐานกลางด้านทักษะฝีมือแรงงานที่ประเทศสมาชิกอาเซียนสามารถยอมรับร่วมกัน เพื่อให้เกิดแนวทางและมาตรฐานเดียวกันในการพัฒนาทักษะแรงงานของภูมิภาค โดยประเทศไทยมีสถานะเป็นทั้งประเทศผู้รับและประเทศผู้ส่งแรงงานในพื้นที่อาเซียน จึงเห็นความสำคัญของการมีมาตรฐานทักษะฝีมือแรงงานที่สามารถใช้ร่วมกันได้

“เป้าหมายสำคัญคือการทำให้มาตรฐานดังกล่าวได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาค และหากสามารถพัฒนาไปสู่มาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลหรือระดับโลกได้ ก็จะยิ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดแรงงานของอาเซียนให้ก้าวไปอีกระดับ ทั้งในด้านการพัฒนาทักษะ การเคลื่อนย้ายแรงงาน และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของแรงงานในภูมิภาค“ นายจุลพันธ์ กล่าว

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ในการประชุมยังจะมีการหารือร่วมกับรัฐมนตรีแรงงานจากประเทศสมาชิกอาเซียนในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน โดยหนึ่งในโจทย์สำคัญที่ทุกประเทศกำลังเผชิญร่วมกัน คือ การเข้ามาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ซึ่งกำลังส่งผลต่อโครงสร้างการแข่งขัน รูปแบบการทำงาน และตลาดแรงงานของประเทศต่างๆ ทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ

”การเปลี่ยนแปลงทำให้เกิดความเสี่ยงใหม่ต่อแรงงาน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้ที่กำลังเข้าสู่ตลาดแรงงาน เนื่องจากการนำ AI มาใช้ในกระบวนการทำงานอาจทำให้ลักษณะงานบางประเภทเปลี่ยนแปลงไป ขณะเดียวกันแรงงานที่ยังไม่มีทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดอาจประสบปัญหาในการเข้าสู่การจ้างงานมากขึ้น“ นายจุลพันธ์ กล่าว

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า หนึ่งในโจทย์ที่เห็นได้ชัด คือ เด็กจบใหม่อาจเผชิญกับความยากลำบากในการหางาน หากตำแหน่งงานบางส่วนถูกปรับเปลี่ยนหรือใช้เทคโนโลยีเข้ามาทดแทนงานบางประเภท ดังนั้น การเตรียมความพร้อมด้านทักษะใหม่ หรือการยกระดับและปรับเปลี่ยนทักษะของแรงงาน จึงเป็นเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

“สำหรับประเทศไทย กระทรวงแรงงานอยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทางและมาตรการที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยมองว่าการพัฒนาทักษะของแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะช่วยให้แรงงานสามารถปรับตัวและยังคงมีความสามารถในการแข่งขันได้ในอนาคต” นายจุลพันธ์ กล่าว

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า การเข้ามาของ AI ไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อแรงงานหรือการจ้างงานเท่านั้น แต่ยังนำมาซึ่งความเสี่ยงในหลายมิติ หากไม่มีการกำกับดูแลที่เหมาะสม ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และรูปแบบการทำงาน ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการพูดคุยและกำหนดแนวทางร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิก เพื่อให้การใช้เทคโนโลยีเกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและตลาดแรงงาน ขณะเดียวกันต้องสามารถลดหรือป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนและแรงงานได้

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่ไทยต้องการผลักดันในการประชุม คือการจัดทำระบบรับรองทักษะฝีมือแรงงานกลางของอาเซียน เพื่อให้ประเทศสมาชิกสามารถยอมรับทักษะและคุณสมบัติของแรงงานร่วมกัน และเอื้อต่อการเคลื่อนย้ายแรงงานภายในภูมิภาค

“เราพยายามที่จะผลักดันเพื่อให้เกิดประโยชน์ในการส่งแรงงานไปทำงานในภูมิภาคเดียวกัน” นายจุลพันธ์กล่าว

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ระบบรับรองทักษะร่วมกันจะช่วยให้ประเทศผู้รับมีความมั่นใจในคุณภาพของแรงงานจากประเทศสมาชิก โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีการรับแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน และจำเป็นต้องได้แรงงานที่มีทักษะตรงกับความต้องการของตลาด เพื่อไม่ให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจสะดุด ขณะเดียวกัน หากมาตรฐานการรับรองทักษะของอาเซียนสามารถพัฒนาไปสู่การเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล จะเพิ่มโอกาสให้แรงงานไทยสามารถไปทำงานในประเทศนอกภูมิภาคได้มากขึ้น และทำให้การส่งออกแรงงานสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้สูงขึ้น ทั้งต่อประเทศผู้ส่งและประเทศผู้รับ

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวมีความสำคัญต่อการแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานของไทยด้วย เนื่องจากปัจจุบันไทยยังมีความต้องการแรงงานในหลายอุตสาหกรรม ขณะที่แรงงานที่มีอยู่บางส่วนยังมี ทักษะไม่ตรงกับความต้องการของตลาด ดังนั้น การแก้ปัญหาต้องทำควบคู่กันทั้งการพัฒนาทักษะแรงงานไทย และการนำเข้าแรงงานจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมที่ขาดแคลน โดยต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าแต่ละอุตสาหกรรมต้องการแรงงานกลุ่มใด และต้องมีทักษะด้านใด

“เราต้องการแรงงานที่เข้ามาแล้วมีความพร้อมและมีทักษะที่เพียงพอในการทำงาน เพื่อที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเรา” นายจุลพันธ์ กล่าว

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า การเคลื่อนย้ายแรงงานในภูมิภาคจะต้องอยู่ภายใต้กลไกของกฎหมาย และการกำกับดูแลของทั้งประเทศผู้ส่งและประเทศผู้รับ เพื่อให้การนำเข้าและส่งออกแรงงานเป็นระบบ ขณะเดียวกันต้องให้ความสำคัญกับการยกระดับทักษะของแรงงาน เพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานในแต่ละประเทศ

ทั้งนี้ ไทยอยู่ระหว่างหารือกับประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดหาแรงงาน โดยมีการทำ MOU ด้านแรงงานกับเมียนมาแล้ว ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านแรงงานในภูมิภาคอาเซียน