‘ชลิต’ ร้อง กมธ. ปมถูกตัดสิทธิชิงบอร์ดฯ กะทันหัน ‘รักชนก’ ชี้เข้าข่ายกลั่นแกล้งทางการเมือง จี้ตรวจสอบความเป็นธรรม
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน และคณะ พร้อมด้วย น.ส.รักชนก ศรีนอก ประธานคณะ กมธ.ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ รับยื่นหนังสือจากนายชลิต รัษฐปานะ ทีมประกันสังคมก้าวหน้า เพื่อร้องเรียนกรณีถูกสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ตัดรายชื่อออกจากการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมอย่างไม่เป็นธรรม
นายชลิต กล่าวว่า เนื่องจากปัจจุบันเป็นกรรมการประกันสังคมชุดรักษาการ กลับถูกกองกฎหมาย สำนักงานประกันสังคม ตัดสิทธิการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นตัวแทนฝ่ายผู้ประกันตนเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยอ้างเหตุผลว่าขาดความเป็นผู้ประกันตน ซึ่งตนถือว่าเป็นการลิดรอนสิทธิอย่างชัดเจน เนื่องจากในวันรับสมัคร ข้อมูลในแอปพลิเคชัน SSO Plus และเว็บไซต์ของสำนักงานฯ ยังคงระบุสถานะความเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ของตนอย่างชัดเจนจนถึงวันที่ 10 กรกฎาคม แม้ตนจะเพิ่งพ้นสภาพจากการเป็นพนักงานบริษัทก็ตาม นอกจากนี้ ระบบของ สปส. เองที่มีความลักลั่น ทำให้ตนไม่สามารถเปลี่ยนไปสมัครมาตรา 39 ในวันที่ 1 กรกฎาคมได้ทันที ทั้งที่หลักการของประกันสังคมเป็นการส่งเงินสมทบแบบรายเดือน เมื่อส่งครบงวดเดือน สิทธิการคุ้มครองย่อมต้องครอบคลุมทั้งหมดตลอดทั้งเดือนนั้น
นายชลิต กล่าวว่า บุคคลในกองกฎหมายที่ลงนามตัดสิทธิเป็นผู้ที่ตนเคยมีกรณีข้อพิพาทด้วยมาโดยตลอด ทั้งในประเด็นการคัดค้านการแก้สูตรเลือกตั้งจาก 1 เลือก 7 เป็น 1 เลือก 1 และประเด็นที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าชนะคดีในศาลปกครอง ทำให้ สปส. ต้องจัดการเลือกตั้งในวันที่ 27 กันยายนตามกำหนดเดิม ไม่สามารถเลื่อนออกไปได้ ตนจึงตั้งข้อสังเกตว่า การตัดสิทธิครั้งนี้อาจเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง และเป็นผลสืบเนื่องจากการที่ตนเดินหน้าทำหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันในสำนักงานประกันสังคมอย่างเข้มข้น จนนำไปสู่การยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. แล้วหลายกรณี
น.ส.รักชนก กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า กรณีการตัดสิทธิผู้สมัครนั้น สะท้อนให้เห็นถึงการใช้ดุลพินิจของฝ่ายกฎหมาย สำนักงานประกันสังคม ที่เข้าข่ายการกลั่นแกล้งกันทางการเมือง หาก สปส. ตรวจสอบพบว่านายชลิตขาดคุณสมบัติ ก็สมควรที่จะปฏิเสธการรับสมัครตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่ปล่อยให้กระบวนการดำเนินไปจนกระทั่งปิดรับสมัครแล้วจึงมาประกาศตัดสิทธิในภายหลัง ส่งผลให้ทีมประกันสังคมก้าวหน้าสูญเสียผู้สมัครไป 1 คน เหลือเพียง 6 คน ซึ่งถือเป็นการตัดโอกาสของประชาชนในการเลือกผู้แทน จึงขอตั้งข้อสังเกตเพิ่มว่า การกระทำดังกล่าวอาจเกิดจากความไม่พอใจที่ถูกตรวจสอบอย่างหนัก ประกอบกับการที่ สปส. เพิ่งแพ้คดีในศาลปกครองจากการที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าร้องเรียนให้เพิกถอนคำสั่งชะลอการเลือกตั้งหรือไม่
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า กองทุนประกันสังคมเป็นเรื่องระดับชาติที่เกี่ยวข้องกับเงินมหาศาลและผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนจำนวนมาก คณะกรรมาธิการฯ มีความห่วงใยต่อสถานการณ์การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมในครั้งนี้ที่ปรากฏร่องรอยความไม่ชอบมาพากล และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะไม่มีการใช้อำนาจบีบบังคับให้เจ้าหน้าที่ต้องกระทำการกลั่นแกล้งหรือขัดขวางกระบวนการตรวจสอบ เพราะการตรวจสอบทุกขั้นตอนล้วนทำไปเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนในระบบประกันสังคม ซึ่งทางคณะกรรมาธิการฯ จะติดตามกรณีการตัดสิทธินายชลิตอย่างใกล้ชิด และจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบต่อไป
ทั้งนี้ ขอเรียกร้องให้สื่อมวลชนและสังคมร่วมกันจับตาเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพราะไม่ใช่เพียงการรักษาสิทธิของบุคคลเพียงคนเดียว แต่เป็นการปกป้องความโปร่งใสของระบบประกันสังคม หากปล่อยให้มีการบริหารจัดการที่ไม่ดี หรือมีการทุจริตเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง อาจนำมาซึ่งความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อประเทศชาติ โดยคณะกรรมาธิการฯ พร้อมสนับสนุนบทบาทในการผลักดันให้สำนักงานประกันสังคมมีความก้าวหน้าและโปร่งใสอย่างแท้จริง
ซึ่งเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ในวันเดียวกัน นางนิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการและโฆษก สปส. เปิดเผยว่า หลักเกณฑ์ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ต้องมีเงินสมทบครบ 36 เดือนติดต่อกัน หากขาดส่งแม้เพียง 1 เดือนถือว่าขาดคุณสมบัติ พร้อมต้องมีสถานะเป็นผู้ประกันตนในวันที่ประกาศรายชื่อ โดยข้อมูลจะถูกตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนเสนอ กกต.พิจารณา
นางนิยดา กล่าวว่า ผู้ที่ไม่มีชื่อในประกาศยังสามารถยื่นขอเพิ่มชื่อได้ถึงวันที่ 24 สิงหาคม โดยนำเอกสารหรือข้อเท็จจริงยื่นต่อคณะกรรมการดำเนินการเลือกตั้งระดับจังหวัด ก่อนส่งต่อ กกต. หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีคุณสมบัติครบถ้วน สามารถเพิ่มชื่อกลับได้ โดยคาดว่าจะประกาศรายชื่อที่ผ่านการทบทวนอีกครั้งประมาณวันที่ 29 สิงหาคม นี้



