‘พลเทพ’ ห่วงผลประโยชน์ธุรกิจแทรก สรรหา 4 ผู้ทรงคุณวุฒิคุมเหล้าชุดใหม่
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ศ.ดร.นพ.พลเทพ วิจิตรคุณากร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดเผยว่า ทาง ศวส. พร้อมกับเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และภาคีเครือข่ายรณรงค์ ได้ร่วมเสนอรายชื่อบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ เพื่อเข้าสู่กระบวนการสรรหาเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชุดใหม่ ตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับที่ 2 ที่จะต้องเร่งสรรหาและแต่งตั้งกรรมการตามมาตรา 10 ให้ครบจำนวนเต็มคณะ 33 คน ภายในไม่เกิน 150 วันหลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้ ซึ่งได้ผ่านไปแล้ว คือวันที่ 7 เมษายน 2569 โดยกฎหมายระบุกรรมการโดยตำแหน่งราชการ และการเสนอแต่งตั้งมาจากภายนอก ได้แก่ ผู้แทนองค์กรปกครองท้องถิ่น ผู้แทนภาคธุรกิจผู้ผลิตนำเข้าหรือขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผู้แทนองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
“การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิครั้งนี้มีความสำคัญ เพราะกรรมการจะมีส่วนกำหนดมาตรการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน เราไม่ได้คาดหวังว่าผู้ทรงคุณวุฒิทุกคนจะต้องเห็นตรงกันในทุกเรื่อง แต่คาดหวังว่าทุกคนจะใช้ความรู้และหลักฐานทางวิชาการอย่างอิสระ ไม่ถูกครอบงำด้วยผลประโยชน์ของฝ่ายใด และยึดเจตนารมณ์ของกฎหมายในการป้องกันและลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสำคัญ” ศ.ดร.นพ.พลเทพ กล่าว
ศ.ดร.นพ.พลเทพ กล่าวว่า กรณีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จะมีส่วนสำคัญที่จะต้องมีความรู้และประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์ ซึ่งในบทบาทของกรรมการบอร์ดคุมเหล้านี้ คงจะต้องใช้หลักวิชาการในการตัดสินใจกำหนดมาตรการเพื่อให้มีประสิทธิภาพ โดย ศวส. สคล. และภาคีเครือข่ายได้เสนอรายชื่อครอบคลุม 4 สาขาตามที่กฎหมายกำหนด ได้แก่ 1.ด้านการแพทย์ จิตวิทยา การสาธารณสุข หรือการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้มีปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2.ด้านเศรษฐศาสตร์หรือนิเทศศาสตร์ 3.ด้านเทคโนโลยีและสารสนเทศ และ 4.ด้านกฎหมายหรือสังคมศาสตร์ โดยข้อ 6 แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการสรรหาและการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2569 กำหนดให้การสรรหาคำนึงถึงความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ รวมทั้งบุคคลนั้นต้องไม่เคยมีพฤติกรรมที่เป็นปฏิปักษ์ต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าด้วยการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
“หลักเกณฑ์ดังกล่าวมีความสำคัญต่อการทำให้คณะกรรมการประกอบด้วยบุคคลที่สามารถให้ข้อเสนอแนะได้อย่างรอบด้าน โดยยึดประโยชน์ด้านสุขภาพของประชาชน ข้อมูลทางวิชาการ และเจตนารมณ์ของกฎหมายเป็นสำคัญ โดยจากระเบียบฯ ดังกล่าว ได้มีการตั้งกรรมการขึ้นมาพิจารณาขึ้นมามีอธิบดีกรมควบคุมโรคเป็นประธาน มีผู้แทนจากหน่วยงานราชการและผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมฯ อีก 7 คน เป็นกรรมการ จึงควรพิจารณาคัดเลือกอย่างเที่ยงตรงทั้งวุฒิการศึกษา ประสบการณ์ ผลงานทางวิชาการ ประวัติการทำงาน และความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นอิสระ” ศ.ดร.นพ.พลเทพ กล่าว
ศ.ดร.นพ.พลเทพ กล่าวต่อว่า เงื่อนไขดังกล่าวไม่ควรถูกตีความว่าผู้ทรงคุณวุฒิต้องเห็นด้วยกับมาตรการควบคุมทุกเรื่อง แต่ผู้ได้รับการแต่งตั้งควรสามารถนำเสนอความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์บนพื้นฐานของข้อมูลและหลักวิชาการ โดยไม่ขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายในการคุ้มครองสุขภาพและลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จึงขอขอเชิญชวนประชาชนและทุกภาคส่วนร่วมติดตามว่า ผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 4 สาขาจะเป็นใคร รวมถึงติดตามการทำงานภายหลังการแต่งตั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าการปฏิบัติหน้าที่เป็นไปอย่างอิสระ โปร่งใส และยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ
ด้าน นายธีระ วัชรปราณี ผู้อำนวยการเครือข่ายงดเหล้า กล่าวว่า ในการคัดเลือกกรรมการจากภาคส่วนภาคธุรกิจ 1 คน ภาคเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร 4 คน ได้ผลบุคคลที่มีการเลือกกันเองแล้ว ซึ่งตนเองได้รับการเลือกให้เป็นบอร์ดในสัดส่วนองค์กรไม่แสวงหากำไรด้านการรณรงค์ฯ แต่ขณะนี้ยังรอการประกาศว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 4 คนนั้น จะเป็นใคร? จึงขอเชิญชวนประชาชน นักวิชาการ ภาคประชาสังคม และสื่อมวลชนร่วมติดตามผลการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 4 สาขาอย่างสร้างสรรค์ รวมทั้งร่วมทำความรู้จักประวัติ ความเชี่ยวชาญ และมุมมองของผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งในอนาคต
“คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะมีบทบาทสำคัญในการให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนโยบายและมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามบทบาทในมาตรา 16 ซึ่งมุมมองทางวิชาการและประสบการณ์จะช่วยให้การพิจารณานโยบายมีความรอบด้านและสอดคล้องกับสถานการณ์” อย่างไรก็ตาม ตนเองก็หวั่นใจว่า จะเกิดข้อครหาความเป็นธรรมาภิบาลและอิสระเพราะผลประโยชน์มหาศาลของตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จึงเรียกร้องให้จับตาและติดตามผลการพิจารณาดังกล่าว” นายธีระ กล่าว

