รมว.สธ.เปิดประชุมวิชาการประจำปี ชู ‘นวัตกรรม-ภูมิปัญญา’ ยกระดับระบบสุขภาพไทย

3.09.26 | 11:51 น.

รมว.สธ.เปิดงานวิชาการประจำปี ชู ‘นวัตกรรม-ภูมิปัญญา’ ยกระดับระบบสุขภาพไทย ลดเหลื่อมล้ำ สร้างเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 3 กันยายน ที่โรงแรมเดอะ เฮอริเทจ แกรนด์ จ.ขอนแก่น นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานเปิดการประชุม “โครงการประชุมวิชาการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปี 2569 สุขภาพดีทุกช่วงวัย สร้างเศรษฐกิจไทย ด้วยนวัตกรรมและภูมิปัญญา” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-4 กันยายน โดยมี นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยผู้บริหาร สธ.ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ รวมถึงบุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุขเข้าร่วมกว่า 3,000 คน


นอกจากนี้ มีพิธีมอบรางวัลเพื่อแสดงความยินดีและเชิดชูเกียรตินักการสาธารณสุขดีเด่น “รางวัลชัยนาทนเรนทร” ประจำปี 2569 และรางวัล “คนดี ศรีสาธารณสุข” ระดับโล่เกียรติยศแห่งความภาคภูมิ เพื่อยกย่องบุคลากรที่มีผลงานและคุณูปการต่อระบบสาธารณสุข

นายพัฒนา กล่าวว่า รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “สุขภาพดีทุกช่วงวัย สร้างเศรษฐกิจไทย ด้วยนวัตกรรมและภูมิปัญญา” โดยการได้พบปะบุคลากรสาธารณสุขจากทั่วประเทศจำนวนมาก ทำให้เห็นถึงพลังของระบบสาธารณสุขไทยที่มีความเข้มแข็งและยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ระบบสาธารณสุขไทยยังต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งการเข้าสู่สังคมสูงวัย ซึ่งมีจำนวนประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โรคอุบัติใหม่ ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการ ข้อจำกัดด้านทรัพยากร ตลอดจนการยกระดับคุณภาพชีวิตและคุณภาพการทำงานของบุคลากรสาธารณสุข รวมถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีดิจิทัล

นายพัฒนา กล่าวว่า ความท้าทายดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกัน และจำเป็นต้องพัฒนาระบบสุขภาพให้สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยบุคลากรทุกระดับต้องร่วมกันยกระดับระบบสาธารณสุขของประเทศให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน สำหรับการประชุมวิชาการครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบสุขภาพ ผ่านการนำเสนอผลงานทางวิชาการ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการนำองค์ความรู้จากงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การปฏิบัติจริง รวมถึงการนำประสบการณ์จากแต่ละพื้นที่กลับมาพัฒนาเป็นองค์ความรู้ในภาพรวม เพื่อขยายผลไปยังพื้นที่และภูมิภาคต่างๆ

Advertisement

นายพัฒนาได้มอบแนวทางการทำงาน 4 ประการแก่ผู้เข้าร่วมประชุม ได้แก่ ประการแรก เปิดกว้างในการแลกเปลี่ยนความรู้และเชื่อมโยงข้อมูลเชิงประจักษ์ รวมถึงประสบการณ์จากแต่ละพื้นที่ เพื่อร่วมกันค้นหาคำตอบที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย ประการที่ 2 ให้นำผลงานทางวิชาการและนวัตกรรมที่ผ่านการพิสูจน์แล้วไปขยายผลในหน่วยบริการและชุมชน โดยมุ่งเน้นผลลัพธ์ที่ประชาชนสามารถสัมผัสได้จริง ทั้งด้านคุณภาพ ความปลอดภัย ความรวดเร็วในการให้บริการ และความเป็นธรรมในการเข้าถึงบริการ ประการที่ 3 สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างส่วนกลาง เขตสุขภาพ จังหวัด หน่วยบริการ สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน เพื่อบูรณาการทรัพยากรและขับเคลื่อนงานอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง และประการสุดท้าย ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคน การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีธรรมาภิบาลและปลอดภัย รวมถึงการประเมินผลการนำองค์ความรู้ไปใช้ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

“เชื่อมั่นว่าผลงานทางวิชาการ ผลวิจัย นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ และแนวทางปฏิบัติต่างๆ ที่นำเสนอในการประชุมครั้งนี้ จะได้รับการต่อยอดและขยายผล ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบสุขภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน” นายพัฒนา กล่าว

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้กล่าวขอบคุณและชื่นชมบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข นักวิชาการ นักวิจัย และผู้ปฏิบัติงานทุกระดับที่ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานและองค์ความรู้ พร้อมขอบคุณนักวิชาการสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 7 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น โรงพยาบาลขอนแก่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตลอดจนภาคีเครือข่ายและคณะกรรมการทุกฝ่ายที่ร่วมกันจัดการประชุมครั้งนี้ พร้อมขอให้ผู้เข้าร่วมประชุมนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปพัฒนาองค์กรและหน่วยงาน เพื่อร่วมขับเคลื่อนระบบสุขภาพของประเทศให้เข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป