‘จุลพันธ์’ เปิดทิศทางปฏิรูปประกันสังคม เร่งฟื้นความเชื่อมั่น เดินหน้าสร้าง Safety Net แรงงานไทย ยกระดับความคุ้มครอง-ความมั่นคงกองทุน

3.09.26 | 17:14 น.

‘จุลพันธ์’ เปิดทิศทางปฏิรูปประกันสังคม เร่งฟื้นความเชื่อมั่น เดินหน้าสร้าง Safety Net แรงงานไทย ยกระดับความคุ้มครอง-ความมั่นคงกองทุน

เมื่อวันที่ 3 กันยายน ที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานประกันสังคม ครบรอบ 36 ปี ว่า สำนักงานประกันสังคมเดินทางมาครบ 36 ปี หรือ 3 รอบ ซึ่งถือว่าไม่น้อย และหากนับรวมระยะเวลาที่เริ่มต้นภารกิจมาตั้งแต่ช่วงที่ยังเป็นเรื่องของกองทุนทดแทน ก็ถือว่าสำนักงานประกันสังคมมีภารกิจเกี่ยวเนื่องกับการสร้างหลักประกันให้พี่น้องแรงงานมาเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 36 ปีแล้ว ภารกิจของสำนักงานประกันสังคมยังไม่ได้หยุดลง และยังคงมุ่งมั่นในเรื่องการสร้าง Safety Net หรือสร้างตาข่ายรองรับให้กับพี่น้องแรงงานทุกคนในประเทศไทย


“วันนี้พี่น้องที่อยู่ในภาคแรงงานมีประมาณ 45 ล้านคน โดยดูจากจำนวนประชากรและกำลังแรงงาน แต่คนที่เข้าสู่ระบบประกันสังคมยังมีจำนวนไม่ถึงทั้งหมด เนื่องจากมีข้อจำกัดทั้งจากตัวกฎหมายเอง และข้อจำกัดเรื่องแรงจูงใจในการเข้าสู่กระบวนการประกันสังคม นี่เป็นเรื่องของสำนักงานที่จะต้องปรับเปลี่ยนภายในองค์กร เพราะไม่มีองค์กรใดในโลกที่จะอยู่โดยไม่มีการขยับเคลื่อนหรือปรับเปลี่ยนวิธีการ ยุทธวิธี และยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนองค์กร” นายจุลพันธ์ กล่าว

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ตนเข้ามากำกับดูแลสำนักงานประกันสังคม ซึ่งอยู่ภายใต้สังกัดกระทรวงแรงงาน ต้องยอมรับว่าเป็นงานที่ท้าทายและไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีประเด็นที่สังคมจับจ้อง รวมถึงเรื่องการพัฒนา ซึ่งแน่นอนว่าการพัฒนาทุกอย่างไม่มีอะไรที่ราบรื่น แต่มีอุปสรรคทั้งสิ้น เมื่อเกิดอุปสรรค สำนักงานในฐานะองค์กรที่ต้องดำเนินการดูแลภารกิจของตน ก็มีหน้าที่ต้องแก้ไขอุปสรรคเหล่านั้นและผ่านพ้นไปให้ได้ วันนี้บางเรื่องยังคงเป็นปัญหาอยู่ ก็ต้องเดินหน้าต่อไป

“การเข้ามากำกับดูแลสำนักงานประกันสังคมจึงไม่ใช่เรื่องง่ายและเป็นงานที่ท้าทายมาก โดยเฉพาะเรื่อง ความยั่งยืนของกองทุน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่สังคมติดตาม แต่ตนมีความเชื่อมั่นในบุคลากรของสำนักงานประกันสังคมว่าจะสามารถเดินหน้าและปรับเปลี่ยนการทำงานเพื่อบรรลุเป้าหมายได้” นายจุลพันธ์ กล่าว

Advertisement

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ก้าวต่อไปมีหลายภารกิจที่ต้องเร่งขับเคลื่อน 1.เรื่องของการสร้างความมั่นใจกลับมาที่สำนักงานประกันสังคม ยังมีความเชื่อมั่นในเรื่องของจิตใจของคนที่อยู่ในสำนักงานประกันสังคม เพราะ โดยภารกิจหลักคือเรื่องของการสร้าง Social Security ให้กับพี่น้องแรงงานที่เข้าสู่ประกันสังคม ฉะนั้นโจทย์สำคัญ คือทำอย่างไรที่จะสร้างความคุ้มครองให้กับพี่น้องแรงงานให้ได้มากขึ้น ให้ได้ดีขึ้น และให้ได้เร็วขึ้น 2.เรื่องความมั่นคงของตัวสำนักงาน ไม่มีองค์กรใดในโลกที่จะอยู่โดยไม่มีการปรับเปลี่ยนได้ โลกเปลี่ยน เศรษฐกิจเปลี่ยน มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง มีรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงมาจากเดิม โจทย์ต่างๆ มันถึงต้องเดินเข้ามา

“การปรับเปลี่ยนใหญ่ เช่น เรื่องของการปรับสัดส่วนของการลงทุนที่จะทำให้การคาดหวังในเรื่องของเม็ดเงินผลตอบแทนมากขึ้น นี่ก็เป็นอีกหนึ่งโจทย์ที่เราต้องทำ และเราทำแล้ว” นายจุลพันธ์ กล่าว

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เรื่องของสูตร CARE เป็นอีกหนึ่งในโจทย์ที่ต้องเปลี่ยน เพราะสังคมเปลี่ยน โครงสร้างทางการจ้างงาน ทางเศรษฐกิจเปลี่ยน สำนักงานประกันสังคมเองก็ต้องปรับ เพื่อให้มันเกิดความเป็นธรรมกับผู้ประกันตนทุกคน ใครที่ส่งมากก็ได้มาก จะไม่มีใครที่ส่งเม็ดเงินไปแล้วจะทำให้สุดท้ายเม็ดเงินที่เพิ่มเข้ามา ทำให้บำนาญชราภาพของตนได้ลดลง จะไม่เกิดต่อไป การส่งทุกบาทมันจะนำให้เม็ดเงินของบำนาญชราภาพท่านเพิ่มขึ้นนะครับ นี่คือความเป็นธรรมที่เราสร้างขึ้น

“ฉะนั้นมันยังมีอีกหลายภารกิจที่ต้องทำ ทั้งการเลือกตั้งก็เช่นเดียวกัน เรายังคงยืนยันว่าการเลือกตั้งยังคงเป็นวันเดิมอยู่ ซึ่งไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ต้น” นายจุลพันธ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ปัจจุบันผู้ประกันตนคาดหวังสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มมากขึ้น มีสิทธิประโยชน์ที่อยู่ระหว่างการผลักดันที่จะเกิดขึ้นให้ผู้ประกันตนบ้างหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า จริงๆ แล้วกระบวนการนี้คงยังไม่กล้าที่จะมาบอกก่อนทั้งหมด มีอยู่ในไพป์ไลน์ที่เตรียมเข้า แต่มันต้องผ่านกระบวนการพิจารณา ทั้งอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง เช่น อนุกรรมการในเรื่องการพิจารณาในส่วนของบอร์ดใหญ่ สุดท้ายก็อยู่ที่รัฐมนตรี ฉะนั้นขั้นตอนเยอะเกินไป กว่าที่จะบอกว่าอะไรจะผ่านไม่ผ่าน อาจจะไม่ได้ทุกอย่างที่อยากที่เราอยากได้ แต่เราก็ได้วางโจทย์ไว้แล้วว่าอะไรที่ง่าย อะไรที่เร็ว เราจะทำ

“มีโจทย์ที่จะดำเนินการในเรื่องของการพยายามสร้างให้มันเกิดความเท่าเทียมระหว่าง 2-3 กองทุนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องประกันสุขภาพ จะทำอย่างไร โดยไม่เป็นภาระต่องบประมาณโดยรวมมากขึ้น และเกิดสิทธิประโยชน์ที่มีความเหมาะสมกับผู้ประกันตน ส่วนเรื่องการบริหารจัดการเรื่องงบประมาณ สามารถมาคุยกันได้ เราก็มานั่งคิดโจทย์ตรงนี้ว่าจะทำอย่างไรเพื่อการขับเคลื่อนในเรื่องของการให้บริการประชาชน ในเรื่องการรักษาพยาบาลจะดีขึ้นกว่าเดิม” นายจุลพันธ์ กล่าว