แรงงานแพลตฟอร์มถูกกฎหมายเมิน ‘เซีย’ ชี้ค่ารอบต่ำ-รายได้ไม่พอเลี้ยงชีพ เปิดช่องอัลกอริทึมคุมงาน-ตัดอำนาจต่อรอง

15.09.26 | 09:00 น.

แรงงานแพลตฟอร์มถูกกฎหมายเมิน ‘เซีย’ ชี้ค่ารอบต่ำ-รายได้ไม่พอเลี้ยงชีพ เปิดช่องอัลกอริทึมคุมงาน-ตัดอำนาจต่อรอง

นายเซีย จำปาทอง ประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาโครงสร้างการจ้างงานสำหรับคนทำงานทุกประเภท คณะกรรมาธิการการแรงงาน เปิดเผยถึงประเด็นปัญหาโครงสร้างการจ้างงานของไทยในปัจจุบัน ที่ตามไม่ทันรูปแบบการทำงานใหม่ๆ โดยเฉพาะเรื่องแรงงานแพลตฟอร์ม ว่า สถานการณ์และรูปแบบการจ้างงานในปัจจุบันเปลี่ยนไป จากการเปลี่ยนแปลงทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำให้รูปแบบการจ้างงานเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ประกอบกับกฎหมายคุ้มครองแรงงานของไทย ซึ่งมีการบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2541 และกำหนดนิยามคำว่า ‘ลูกจ้าง’ และ ‘นายจ้าง’ ในรูปแบบดั้งเดิม ทำให้คนที่ทำงานผ่านแพลตฟอร์มถูกมองว่าไม่ใช่แรงงานตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน


“ผลที่ตามมาคือ เขาไม่มีสวัสดิการ ไม่มีความมั่นคงในการทำงาน และขาดหลักประกัน โดยเฉพาะหลักประกันทางสังคม ไม่มีประกันสังคมหรือสวัสดิการที่จะดูแลในยามที่เจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน อีกส่วนหนึ่งที่เห็นได้ชัด คือรูปแบบการจ้างงานของพวกเขาทำให้รายได้และค่าตอบแทนไม่เป็นธรรม มีรายได้ไม่แน่นอน และค่าตอบแทนต่ำมาก ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำด้วยซ้ำ” นายเซีย กล่าว

นายเซีย กล่าวว่า จากที่ได้เข้าไปร่วมติดตามและพูดคุยกับคนทำงานแพลตฟอร์ม พบว่ามีแพลตฟอร์มหนึ่งที่คิดค่ารอบในการวิ่งงาน เฉลี่ยประมาณกิโลเมตรละ 3 บาท ซึ่งจากการที่ได้เข้าไปช่วยเหลือและนำไปสู่เวทีการพูดคุยเจรจา โดยทางบริษัทแพลตฟอร์มเองก็ยอมรับว่า ค่ารอบ 3 บาทนั้นต่ำกว่าราคาต้นทุนจริง เพราะไม่เพียงพอกับต้นทุนที่คนทำงานต้องลงทุนและแบกรับ เช่น ค่าน้ำมัน ค่าสึกหรอของรถ และต้นทุนอื่นๆ ประเด็นนี้จึงเกี่ยวข้องกับเรื่องค่าตอบแทนที่พวกเขาได้รับ ซึ่งมีจำนวนน้อยมาก

อีกประเด็นหนึ่งคือเรื่อง อำนาจต่อรอง คนทำงานแพลตฟอร์มไม่มีอำนาจต่อรองมากนัก เพราะไม่มีโอกาสพูดคุยกับนายจ้างโดยตรง แต่ต้องทำงานผ่านแพลตฟอร์มและถูกควบคุมโดยแพลตฟอร์ม ดังนั้น หากบริษัทต้องการลดค่ารอบ ก็สามารถลดได้ทันที หรือหากต้องการปิดระบบบัญชีของแรงงานในการรับงาน ก็สามารถปิดได้เลย โดยที่คนทำงานแทบไม่มีสิทธิในการโต้แย้ง ให้ข้อมูล หรือต่อรองกับสิ่งที่เกิดขึ้น

Advertisement

“สถานะและโครงสร้างการจ้างงานของไทยในปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้ว แต่กฎหมายคุ้มครองแรงงานยังไม่ได้รับการแก้ไขเพื่อให้สามารถคุ้มครองแรงงานในส่วนนี้ได้” นายเซีย กล่าว

นายเซีย กล่าวว่า ซึ่งเมื่อ 20 ปีที่แล้วนั้นรูปแบบการจ้างงานยังไม่เหมือนกับปัจจุบัน ยังไม่มีการจ้างงานในรูปแบบที่รับงานและทำงานผ่านแพลตฟอร์ม เช่น การสั่งของ การส่งสินค้า หรือการทำงานผ่านระบบแพลตฟอร์มต่างๆ รูปแบบในปัจจุบันจึงแตกต่างจากในอดีต ขณะที่ความสัมพันธ์ในการจ้างงานแบบเดิมจะต้องมีนายจ้างและลูกจ้างที่ชัดเจน มีการบังคับบัญชา มีเวลาเข้า-ออกงาน มีการจ้างงานรายวันหรือรายเดือน

“อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นคือ คนทำงานแพลตฟอร์มถูกทำให้เข้าใจหรือถูกพูดให้เชื่อว่า เขาเป็นพาร์ทเนอร์ หรือเป็นแรงงานอิสระ ไม่เข้าข่ายเป็นลูกจ้าง ตัวคนทำงานส่วนหนึ่งก็มีความเชื่อแบบนั้นว่า พวกเขาเป็นแรงงานอิสระ และไม่ต้องการถูกควบคุมเรื่องเวลาในการทำงาน เพราะสามารถเลือกได้ว่าจะเข้าทำงานเมื่อใด แต่พวกเขาอาจไม่รู้ว่า จริงๆ แล้วมีการควบคุมผ่านระบบอยู่แล้ว และมีอำนาจการบังคับบัญชาซ่อนอยู่ในระบบดังกล่าว เช่น หากไม่รับงาน ก็อาจมีผลกระทบตามมา อาจมีการหักเงิน หรือมีเงื่อนไขบางอย่างที่ส่งผลต่อคนทำงาน มีการลงโทษหากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข รวมถึงมีการออกคำสั่งจากอัลกอริทึม มีการควบคุมการจ่ายงาน การตัดคะแนน การระงับสัญญาณ หรือการระงับการเข้าถึงระบบ” นายเซีย กล่าว

นายเซีย กล่าวว่า ผลกระทบอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้พวกเขาตกหล่นจากการคุ้มครอง คือกฎหมายไทยยังตามไม่ทันการควบคุมผ่านเทคโนโลยีรูปแบบนี้ ทำให้รัฐยังมองว่าแรงงานเหล่านี้มีความเป็นอิสระ และมีสิทธิที่จะไม่รับงานก็ได้ แต่จริงๆ แล้วมันไม่ได้เป็นแบบนั้น เพราะระบบมีการควบคุมคนทำงานอยู่ในระดับหนึ่ง

“สำหรับตอนนี้ประเด็นเร่งด่วนที่ต้องทำ คือ เรื่องค่ารอบและรายได้ที่ควรจะได้รับ ไม่ว่าจะเป็นแรงงานที่ทำงานบนแพลตฟอร์ม หรือแรงงานที่อยู่ในระบบการจ้างงานปัจจุบัน สิ่งสำคัญที่เป็นต้นเหตุของปัญหาต่างๆ คือ เขามีรายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ เรื่องนี้เป็นจุดแรกที่จะนำไปสู่ปัญหาเรื่องอื่นๆ เพราะเมื่อมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ ก็ทำให้ต้องทำงานหนักมากขึ้น หากเป็นแรงงานในระบบ ก็ต้องทำงานล่วงเวลา หรือ OT มากขึ้น เพื่อให้มีรายได้มากขึ้นและเพียงพอต่อการดำรงชีพ” นายเซีย กล่าว

นายเซีย กล่าวต่อว่า อีกหนึ่งเรื่อง คือ การพูดคุยกันระหว่างคนทำงานกับบริษัทแพลตฟอร์ม จำเป็นต้องมีการพูดคุยกันในฐานะที่ทั้งสองฝ่ายต้องรับรู้ถึงปัญหาของกันและกัน บริษัทแพลตฟอร์มหรือผู้บริหารรู้หรือไม่ว่าในแต่ละวันคนที่ทำงานให้พวกเขาลำบากขนาดไหน ต้องรับต้นทุนและแบกรับความเสี่ยงจากการทำงานมากน้อยเพียงใด เช่น เรื่องอุบัติเหตุ การเจ็บไข้ได้ป่วย และสวัสดิการต่างๆ ที่พวกเขาไม่มี

ในการประชุมใหญ่ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ILO ที่ผ่านมา ก็มีการรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 193 ว่าด้วยงานที่มีคุณค่าในระบบเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม ประเทศไทยเป็นหนึ่งในสมาชิกขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ควรให้การรับรองอนุสัญญาฉบับนี้ และดำเนินการออกกฎหมายเพื่อดูแลสิทธิของพี่น้องที่ทำงานบนแพลตฟอร์ม เพื่อให้เขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ควรมีหลักประกันในการทำงาน มีสวัสดิการที่จะดูแลและมีรายได้ที่เพียงพอต่อการดำรงชีพจากการทำงาน คิดว่านี่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องดำเนินการ

“สิ่งที่เราอยากเห็นคือ ภายในปีนี้รัฐบาลจะให้การรับรองอนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศฉบับนี้ เพื่อจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมและชัดเจนที่สุด โดยเฉพาะเรื่องการกำหนดค่ารอบ หรือการกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำ ฉะนั้น ต้องรอดูว่ารัฐบาลจะดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้หรือไม่ และอาจจะตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่า เมื่อท่านมีโอกาสไปร่วมประชุมองค์การแรงงานระหว่างประเทศ และประเทศไทยก็ให้การสนับสนุนอนุสัญญาฉบับนี้แล้ว เมื่อกลับมาที่ประเทศไทยแล้ว รัฐบาลจะดำเนินการหรือไม่ และจะดำเนินการอย่างไร” นายเซีย กล่าว