‘พัฒนา’ ย้ำ สธ.ยังขาดอัตรากำลัง ชี้ ‘ไม่เพิ่มตำแหน่ง’ ไม่ได้แปลว่า ‘ไม่เลื่อนตำแหน่ง’ ลั่นคุย ก.พ. ตลอด

9.09.26 | 13:45 น.

‘พัฒนา’ ย้ำ สธ.ยังขาดอัตรากำลัง ชี้ ‘ไม่เพิ่มตำแหน่ง’ ไม่ได้แปลว่า ‘ไม่เลื่อนตำแหน่ง’ ลั่นคุย ก.พ. ตลอด

เมื่อวันที่ 9 กันยายน ที่กระทรวงสาธารณสุข นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ครั้งที่ 9/2569 ว่า การประชุมในวันนี้เป็นการประชุมประจำเดือนของปี 2569 โดยก่อนการประชุมได้มีการแสดงความยินดีกับโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า และโรงพยาบาลนครปฐม ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพด้านการพยาบาลในระดับสากล เรื่องดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า พยาบาลและโรงพยาบาลของประเทศไทยในปัจจุบันมีคุณภาพ และมีมาตรฐานในระดับสูง โดยประเทศไทยมีมาตรฐานจากหน่วยงานและสถาบันต่างๆ รวมถึงการที่โรงพยาบาลสามารถขอรับการรับรองมาตรฐานในระดับสากลได้ ถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ยืนยันว่าโรงพยาบาลของประเทศไทยมีมาตรฐานในระดับสูง


นายพัฒนา กล่าวต่อว่า หากมองในอีกแง่มุมหนึ่ง การมีโรงพยาบาลที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล จะช่วยรองรับการเข้ามาของชาวต่างชาติ ทั้งนักท่องเที่ยวและผู้ที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย เนื่องจากเมื่อเกิดการเจ็บป่วย ชาวต่างชาติอาจให้ความสนใจกับมาตรฐานการรักษาพยาบาลที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ดังนั้น การที่มีโรงพยาบาลขนาดใหญ่ 2 แห่งที่สามารถรองรับผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าวได้ จึงถือเป็นเรื่องที่ดี

นายพัฒนา กล่าวอีกว่า ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขกำลังขยายศูนย์กลางในด้าน Medical Investment Hub ซึ่งการที่โรงพยาบาลได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ป่วยจากต่างประเทศที่ต้องการเข้ามารับการรักษาพยาบาลในประเทศไทยในอนาคต นอกจากนี้ ภายหลังการประชุมยังมีการมอบโล่เกียรติคุณแก่ผู้บริหารที่เกษียณอายุราชการ และมอบโล่รางวัลให้แก่โรงพยาบาลที่สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในเรื่องของค่าแล็บต่างๆ ได้เป็นอย่างดี โดยหลายโรงพยาบาลสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ตั้งแต่ 25-40% ซึ่งถือเป็นผลงานที่น่าชื่นชม

เมื่อถามถึงความคืบหน้าโครงการอาสาพยาบาลชุมชน (อสพ.) นายพัฒนา กล่าวว่าการเปิดรับสมัครรอบแรกมีผู้สมัครประมาณ 20,000 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาในระดับจังหวัด ก่อนเข้าสู่กระบวนการฝึกอบรม โดยผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะต้องผ่านการฝึกอบรมเพื่อให้มีความรู้และทักษะที่เหมาะสมกับการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ประมาณ 600 ตำบลที่ไม่มีผู้สมัคร จึงได้เปิดรับสมัครในรอบที่ 2 โดยกระบวนการดังกล่าวจะดำเนินต่อเนื่อง เพื่อให้มีอาสาพยาบาลเข้ามาช่วยสนับสนุนการทำงานในพื้นที่ โดยกระบวนการรับสมัครจะดำเนินการต่อเนื่อง เพื่อให้ได้บุคลากรที่มีคุณภาพและสามารถทำงานได้ตามเป้าหมายของโครงการ

Advertisement

นายพัฒนา กล่าวว่า สำหรับอาสาพยาบาลที่ผ่านการคัดเลือกในชุดแรก มีแผนให้เริ่มปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม จากนั้นจะมีการบันทึกผลและประเมินการทำงาน เพื่อนำข้อมูลไปใช้ปรับปรุงคุณภาพการให้บริการต่อไป

เมื่อถามถึงกรณีที่กระบวนการดำเนินงานล่าช้า นายพัฒนา กล่าวว่า มีการใช้เวลาเพิ่มขึ้นประมาณ 1 สัปดาห์ เนื่องจากต้องตรวจสอบข้อมูลประวัติและความเหมาะสมของผู้สมัครมากขึ้น เพราะอาสาพยาบาลจะต้องเข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่และเกี่ยวข้องกับประชาชนโดยตรง จึงจำเป็นต้องตรวจสอบให้รอบคอบก่อนเข้าสู่การฝึกอบรมและปฏิบัติหน้าที่

เมื่อถามถึงกรณีการแต่งตั้งแพทย์และผู้อำนวยการโรงพยาบาล รวมถึงข้อสงสัยเรื่องผลประโยชน์ได้เสีย และการดำเนินการตามกระบวนการ นายพัฒนา กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวได้มีการสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยการดำเนินการจะต้องเป็นไปตามกระบวนการและหลักเกณฑ์ที่กำหนด

เมื่อถามถึงมาตรการควบคุมกำลังคนภาครัฐ โดยเฉพาะกรณีชะลอการกำหนดตำแหน่งใหม่ และข้อกังวลของพยาบาลว่าอาจส่งผลต่อการเลื่อนตำแหน่ง นายพัฒนา กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้แจ้งต่อรัฐบาลแล้วว่า กระทรวงยังมีความขาดแคลนอัตรากำลังและมีความจำเป็นด้านตำแหน่งจากภาระงานที่มีอยู่จำนวนมาก โดยได้ชี้แจงถึงความจำเป็นดังกล่าวให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบแล้ว

นายพัฒนา กล่าวว่า กรณีที่มีข่าวว่ารัฐบาลไม่ได้เพิ่มตำแหน่งนั้น ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถเลื่อนตำแหน่งได้ โดยยกตัวอย่างว่า หากตำแหน่งระดับอธิบดีมีอยู่แล้ว และผู้ดำรงตำแหน่งเกษียณอายุราชการ ตำแหน่งดังกล่าวว่างลง บุคลากรที่มีคุณสมบัติสามารถเลื่อนขึ้นมาครองตำแหน่งได้ตามปกติ แม้จะไม่มีการเพิ่มกรอบตำแหน่งใหม่ก็ตาม

เมื่อถามถึงกรณีบุคลากรที่รอการเลื่อนตำแหน่งมีจำนวนมากกว่าตำแหน่งที่มีอยู่ และบางรายกำลังจะเกษียณอายุราชการในปี 2570 จึงกังวลว่าจะไม่สามารถเลื่อนตำแหน่งได้ทัน นายพัฒนา กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ชี้แจงถึงความจำเป็นของกระทรวงไปแล้ว โดยเฉพาะภาระงานที่ยังมีอยู่มาก จึงยังยืนยันว่ากระทรวงมีความจำเป็นที่จะต้องมีอัตราตำแหน่งเพิ่มขึ้น

นายพัฒนา กล่าวว่า ขณะเดียวกันเข้าใจภาพรวมของภาครัฐว่า งบประมาณด้านบุคลากรอยู่ในระดับสูง แต่ด้วยเหตุผลและภาระงานของกระทรวงสาธารณสุข เมื่อมีตำแหน่งที่สามารถเพิ่มได้ เชื่อว่ากระทรวงสาธารณสุขน่าจะอยู่ในลำดับต้นๆ ที่ได้รับการพิจารณา

เมื่อถามว่าการชะลอการเพิ่มตำแหน่งจะกระทบต่อการพัฒนากำลังคนในระบบสุขภาพและขวัญกำลังใจของบุคลากรหรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวต้องบริหารจัดการ โดยผู้บริหารกระทรวง ทั้งรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง และผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง ได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่า กระทรวงสาธารณสุขเป็นหนึ่งในไม่กี่กระทรวงหรือหน่วยงานที่ยังมีความจำเป็นต้องเพิ่มอัตรากำลัง

เมื่อถามว่า กระทรวงจะหารือกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เพื่อขอให้พิจารณามาตรการดังกล่าวหรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า “ขออนุญาต เพราะว่าผมก็คุยกันตลอด”