สปส.เดินหน้าปรับ ร่าง พ.ร.บ.เงินทดแทน ขยายคุ้มครองลูกจ้างทำงานบ้าน ลดความเหลื่อมล้ำ-ตอบโจทย์แรงงานปัจจุบัน
เมื่อวันที่ 9 กันยายน ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ สำนักงานประกันสังคม (สปส.) จัดเวทีประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติเงินทดแทน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. โดยเปิดเวทีเสวนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้เกี่ยวข้องต่อการปรับปรุงกฎหมายเงินทดแทน โดยมี นายสุรเกียรติ เทียนทอง และ น.ส.บุณยกร ดำรงรัตน์ ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดงานการเสวนาและมอบนโยบาย
นายสุรเกียรติ กล่าวว่า กฎหมายเงินทดแทนเป็นกลไกสำคัญในการคุ้มครองลูกจ้างที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน แต่ด้วยบริบทการจ้างงาน เศรษฐกิจ และสังคม ที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้กฎหมายบางประการอาจไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม จึงดำเนินการปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติเงินทดแทน เพื่อให้กฎหมายมีความทันสมัย เหมาะสม และคุ้มครองลูกจ้างได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
“การรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้เป็นส่วนสำคัญของกระบวนการจัดทำกฎหมายตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 และกฎหมายว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย โดยเปิดโอกาสให้นายจ้าง ลูกจ้าง สถานพยาบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมสะท้อนปัญหาเสนอแนะแนวทาง และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงร่างกฎหมายให้เกิดความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ และตอบโจทย์การคุ้มครองแรงงานในปัจจุบัน” นายสุรเกียรติ กล่าว
นายสุรเกียรติ กล่าวต่อว่า สำหรับสาระสำคัญของการปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติเงินทดแทน ได้แก่ การขยายความคุ้มครองไปยังลูกจ้างทำงานบ้าน ปรับปรุงนิยาม ‘สามีภรรยา’ เป็น ’คู่สมรส‘ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายสมรสเท่าเทียม การขยายสิทธิของบุตร โดยลดข้อจำกัดด้านอายุ การศึกษาและความทุพพลภาพ การเปิดโอกาสให้ลูกจ้างระบุผู้รับเงินทดแทนกรณีเสียชีวิตหรือสูญหาย ยกเลิกการตัดสิทธิคู่สมรส กรณีสมรสใหม่หรือมีพฤติการณ์อยู่กินกันฉันท์สามีภรรยากับบุคคลอื่น รวมถึงการให้ผู้ทุพพลภาพ ตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537 ได้รับเงินทดแทนตลอดชีวิต
“นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงระบบคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน คณะกรรมการการแพทย์ และคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงาน ตลอดจนปรับปรุงหน้าที่ของนายจ้าง เช่น กำหนดให้ยื่นแบบรายการขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วัน และยกเลิกความผิดบางประการที่เป็นความผิดเล็กน้อยและไม่สมควรมีโทษทางอาญา” นายสุรเกียรติ กล่าว
ด้าน น.ส.บุณยกร กล่าวว่า การดำเนินการร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ขึ้นมา เพื่อให้ครอบคลุมกิจการในทุกประเภท และขยายความคุ้มครองไปยังลูกจ้างในทุกประเภทด้วย โดยร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เป็นการปรับปรุง พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 เพื่อให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับยุคสมัยปัจจุบัน รวมถึงปรับปรุงวิธีการเรียกเก็บเงินสมทบต่างๆ เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิ
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า มีการขยายขอบเขตความคุ้มครอง รวมถึงปรับปรุงเพื่อให้ครอบคลุมผู้ค้าหรือลูกจ้างอย่างไรบ้าง น.ส.บุณยกร กล่าวว่า จะครอบคลุมอาชีพที่เป็นลูกจ้าง ที่รับค่าจ้างเป็นรายวัน รายเดือนด้วย นอกจากนี้ ยังมีการขยายความคุ้มครองไปถึงเรื่องกองทุนเงินทดแทน ให้สอดคล้องกับบริบทกฎหมายปัจจุบัน รวมถึงวิธีการเรียกเก็บเงินสมทบ เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิ
“การดำเนินร่าง พ.ร.บ.เงินทดแทน เราได้ฟังความคิดเห็นมาแล้วถึง 4 เวที และมีการเปิดออนไลน์ตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม-30 สิงหาคม และวันที่ 15 กันยายนจะเป็นวันสุดท้ายสำหรับเวทีนี้ ซึ่งก็เป็นเวทีที่ 5 ที่จัดในกรุงเทพฯ เราอยากให้มีการประชาสัมพันธ์ให้เรื่องนี้มีคนมาแสดงความคิดเห็นเยอะๆ โดยที่ผ่านมาในเวทีทั้ง 4 เวทีนี้ มีเสียงตอบรับค่อนข้างดี” น.ส.บุณยกร กล่าว
น.ส.บุณยกร กล่าวต่อว่า ในเรื่องของขั้นตอนการออกกฎหมาย คือปรับร่างแล้วก็นำเข้าสู่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ในระยะต่อไป และผ่านในระดับกฤษฎีกา แล้วก็ผ่านในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนนี้ แล้วแต่ว่าแต่ละขั้นตอนจะใช้ระยะเวลาเท่าไหร่
“แต่เบื้องต้นตั้งเป้าไว้ว่าน่าจะมีผลบังคับใช้ใน ปี พ.ศ. 2571” น.ส.บุณยกร กล่าว


