‘พัฒนา’ เปิด 3 โครงการสุขภาพ ชูรถทันตกรรม–โรงอาหารสุขภาพ–ฟิตเนส ยกระดับสุขภาวะบุคลากร

16.09.26 | 15:19 น.

‘พัฒนา’ เปิด 3 โครงการสุขภาพ ชูรถทันตกรรม–โรงอาหารสุขภาพ–ฟิตเนส ยกระดับสุขภาวะบุคลากร

เมื่อวันที่ 16 กันยายน ที่กระทรวงสาธารณสุข นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานพิธีเปิดโครงการ Lion Smile Express ปีที่ 3 ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการไลอ้อน-กรมอนามัย เด็กไทยฟันดี เพื่อพัฒนาระบบบริการรถทันตกรรมเคลื่อนที่ขยายความครอบคลุมการเข้าถึงบริการทันตกรรม และตอกย้ำความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการยกระดับสุขภาพช่องปากของประชาชนทุกกลุ่มวัย พร้อมทั้งเปิด Healthy Canteen โรงอาหารดีต่อสุขภาพ และฟิตเนส กรมอนามัย โดยมี พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย นายประเสริฐ สุรัตนเมธากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด และคณะผู้บริหาร เข้าร่วมงาน


นายพัฒนา กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญเป็นอย่างมากกับการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการแปรงฟันอย่างถูกวิธี การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากอย่างเหมาะสม ตลอดจนการปลูกฝังพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากที่ดีตั้งแต่วัยเด็ก เพราะสุขภาพช่องปากที่ดีมิใช่เพียงเรื่องของฟันและเหงือกเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นฐานสำคัญของการมีสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในทุกวัน

“เด็กถ้าสุขภาพช่องปากไม่ดี โภชนาการก็คงจะได้รับไม่เต็ม 100 % ส่วนผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุ ปัญหาอาจจะเป็นอีกแบบหนึ่ง เด็กอาจอยู่ในช่วงที่ฟันยังขึ้นไม่ครบหรือดูแลสุขภาพช่องปากไม่ดี ขณะที่ผู้สูงอายุฟันอาจจะไม่ครบ จึงต้องดูแลสุขภาพช่องปากร่วมกัน เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานที่สุด ซึ่งสะท้อนเป็นเรื่องของโภชนาการไปพร้อมกันเช่นเดียวกัน” นายพัฒนา กล่าว

นายพัฒนา กล่าวต่อว่า ในปีงบประมาณ 2568 กรมอนามัย ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับบริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนโครงการไลอ้อน กรมอนามัย เด็กไทยฟันดีโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาต้นแบบและการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก ภายใต้แนวคิดแซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) จังหวัดเด็กฟันดี ในพื้นที่ 13 จังหวัด ครอบคลุมทุกเขตสุขภาพทั่วประเทศ

Advertisement

“หนึ่งในโครงการภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว คือ โครงการไลอ้อน สไมล์ เอ็กซ์เพรส หรือโครงการรถทันตกรรมเคลื่อนที่ ซึ่งนำบริการทันตกรรมที่ได้มาตรฐานออกไปให้บริการแก่ประชาชนในชุมชน โดยเฉพาะผู้ที่มีข้อจำกัดในเรื่องของการเข้าถึงบริการ ได้แก่ เด็กนักเรียนในชุมชน เด็กเปราะบาง ผู้สูงอายุ ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ห่างไกลและชุมชนแออัด โครงการดังกล่าวนับเป็นการให้บริการที่ให้ทั้งโอกาสและให้ทั้งความเท่าเทียมกันในด้านสุขภาพแก่ประชาชน” นายพัฒนา กล่าว

นายพัฒนา กล่าวต่อว่า คอนเซ็ปต์ของโครงการนี้อาจไม่ได้วัดจากจำนวนผู้ที่ได้รับบริการแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เราจะต้องพิจารณาถึงการที่ประชาชนและเด็กนักเรียนมีความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพช่องปาก ตลอดจนนำความรู้ไปดูแลตนเองและสมาชิกในครอบครัวได้อย่างถูกต้องและต่อเนื่องในระยะยาว

พญ.อัมพร กล่าวว่า กรมอนามัยยังคงเดินหน้าส่งเสริมสุขภาพในมิติอื่นควบคู่กันโดยพัฒนาโรงอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Healthy Canteen) เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นต้นแบบด้านอาหารปลอดภัย สุขภาพดี และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามนโยบายลดปัจจัยเสี่ยงโรค NCDs พร้อมมุ่งสู่แนวคิด Less Plastic เพื่อให้บุคลากรและผู้รับบริการเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัย มีคุณค่าทางโภชนาการ ลดขยะอาหาร และลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง

“ความร่วมมือจากผู้ประกอบการร้านค้าภายในโรงอาหารในการปรับเปลี่ยนสู่ภาชนะและวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ด้วยการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ในอาคาร 7 แห่ง สามารถผลิตพลังงานสะอาดและช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ยังยกระดับมาตรฐานฟิตเนส” พญ.อัมพร กล่าว

พญ.อัมพร กล่าวต่อว่า เราได้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย 5 ด้าน ได้แก่ อาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อม อุปกรณ์ออกกำลังกาย การคัดกรองสุขภาพ บุคลากรหรือเทรนเนอร์ และมาตรการความปลอดภัยกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการส่งเสริมสุขภาพที่มีมาตรฐานและปลอดภัย สนับสนุนให้บุคลากรมีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม ทั้งด้านการมีกิจกรรมทางกายและการบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพ นำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีและเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านสุขภาพของประเทศต่อไป

ด้าน นายประเสริฐ กล่าวว่า บริษัท ไลอ้อน ประเทศไทย จำกัด ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของคนไทย โดยมองว่าสุขภาพช่องปากเป็นจุดเริ่มต้นของสุขภาพที่ดี จึงริเริ่มโครงการไลอ้อน สไมล์ เอ็กซ์เพรส ร่วมกับกรมอนามัย เพื่อนำบริการทันตกรรมไปให้ประชาชนที่เข้าถึงบริการได้ยาก โดยตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ให้บริการแล้วกว่า 53 แห่ง ใน 23 จังหวัด มีผู้ใช้บริการเกือบ 5,000 คน ครอบคลุมทั้งเด็ก ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และประชาชนในชุมชนแออัด

ทั้งนี้ ในปีที่ 3 จะเดินหน้าขยายการให้บริการให้ครอบคลุมกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ห่างไกลมากขึ้น พร้อมส่งเสริมความรู้และพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากที่ถูกต้องแก่ประชาชนทุกช่วงวัย ภายใต้ความร่วมมือโครงการไลอ้อน กรมอนามัย เด็กไทยฟันดี และ จังหวัดเด็กฟันดี เพื่อสร้างต้นแบบการดูแลสุขภาพช่องปากในระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่อง