สอบสวนกลาง ทลายโกดัง จับชาวจีนคุม ‘เก็บ-แพ็ก-ส่ง’ คอนแทคเลนส์เถื่อน นำเข้าจีน ขายไทยวันละ 3 พันชิ้น
เมื่อวันที่ 18 กันยายน ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วม สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แถลงข่าวปฏิบัติการทลายแหล่งจัดเก็บและกระจายเครื่องมือแพทย์คอนแทคเลนส์เถื่อน ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ตรวจยึดของกลาง จำนวน 132,720 ชิ้น มูลค่ากว่า 4,736,930 บาท
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า พฤติการณ์กล่าวคือ สืบเนื่องเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคและเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา มีมาตรการร่วมกันในการเฝ้าระวังการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งจากการตรวจสอบพบร้านค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์รายหนึ่งโฆษณาจำหน่ายคอนแทคเลนส์ที่ไม่ได้รับอนุญาตในราคาต่ำกว่าท้องตลาดอย่างผิดสังเกต จึงสืบสวนขยายผลจนทราบสถานที่จัดเก็บและกระจายสินค้า เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนจนทราบสถานที่จัดเก็บและกระจายสินค้า ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวหากผลิตโดยไม่ได้มาตรฐานการผลิตและไม่ทราบถึงแหล่งที่มาแล้วมีการนำไปใช้กับดวงตา อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการใช้งาน และเกิดความเสี่ยงติดเชื้อจากการใช้งานได้
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า ต่อมาเมื่อวันที่ 10 กันยายน เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ได้ร่วมกับ อย. นำหมายศาลแขวงสมุทรปราการ เข้าตรวจค้นสถานที่จัดเก็บและกระจายสินค้าภายในโกดังแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ตรวจยึดและอายัดของกลาง ดังนี้ 1.ผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ที่ไม่มีทะเบียนประเภท คอนแทคเลนส์ จำนวน 117,839 ชิ้น 2.ผลิตภัณฑ์ยาที่มิได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ประเภท วิตามิน จำนวน 592 ชิ้น 3.ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ที่ไม่มีเลขจดแจ้ง และไม่แสดงฉลากภาษาไทย ประเภท ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวกาย ผลิตภัณฑ์ตกแต่งใบหน้า ผลิตภัณฑ์ตกแต่งริมฝีปาก จำนวน 14,289 ชิ้น รวมตรวจยึดของกลางทั้งสิ้น จำนวน 132,720 ชิ้น มูลค่ากว่า 4,736,930 บาท ส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ดำเนินคดีตามกฎหมาย
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า จากการสืบสวนเพิ่มเติมพบว่า โกดังเก็บสินค้าดังกล่าว มีการบริหารจัดการในลักษณะ “เก็บ แพ็ค ส่ง” โดยมี นายฉินฯ (สงวนนามสกุล) สัญชาติจีน แสดงตัวเป็นผู้ดูแลสถานที่ดังกล่าว รับว่าสินค้าดังกล่าวนำเข้ามาจากประเทศจีน จากนั้นนำมาเก็บไว้ที่โกดังแห่งนี้ เพื่อแพ็คและจัดส่งให้ลูกค้าชาวไทย โดยทำมาแล้วประมาณ 3 ปี มียอดขายวันละประมาณ 3,000 ชิ้น เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามกฎหมายดังนี้ 1.พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เครื่องมือแพทย์ พ.ศ.2551 ฐาน “ขายเครื่องมือแพทย์ไม่ได้รับใบรับแจ้งรายการละเอียด” ระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2.พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 ฐาน “ขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท ฐาน “ขายยาที่มิได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ 3.พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558 ฐาน “ขายเครื่องสำอางที่มิได้จดแจ้ง” ระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท ฐาน “ขายเครื่องสำอางที่ไม่มีฉลากภาษาไทย” วางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า ประชาชนควรใช้ความระมัดระวังในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพ โดยเฉพาะเครื่องมือแพทย์ ควรเลือกซื้อจากร้านขายยา หรือร้านขายอุปกรณ์ทางการแพทย์ หรือร้านค้าที่เชื่อถือได้ และตรวจสอบการได้รับอนุญาตกับเว็บไซต์ อย. ก่อนซื้อ โดยเฉพาะคอนแทคเลนส์ซึ่งนำมาใช้กับดวงตาโดยตรง หากไม่ทราบแหล่งที่มา มาตรฐานการผลิต และกระบวนการจับเก็บ เมื่อนำมาใช้อาจเกิดอาการแพ้ ติดเชื้อ ส่งผลกระทบต่อดวงตาได้ และขอเตือนผู้ที่ลักลอบขายผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้หยุดการกระทำดังกล่าวทันที หากตรวจพบจะดำเนินคดีถึงที่สุด ทั้งนี้หากประชาชนพบเห็นการกระทำความผิด สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน ปคบ. 1135 หรือเพจ ปคบ. เตือนภัยผู้บริโภค
ภญ. สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า อย. มีภารกิจในการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์สุขภาพตลอดวงจร ทั้งการอนุญาต การเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในท้องตลาดและช่องทางออนไลน์ ตลอดจนการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ทราบแหล่งที่มาเข้าถึงผู้บริโภค ในกรณีนี้พบผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมายหลายประเภท ทั้งเครื่องมือแพทย์ ยา และเครื่องสำอาง โดยเฉพาะคอนแทคเลนส์ซึ่งเป็นเครื่องมือแพทย์ที่ใช้สัมผัสกับดวงตาโดยตรง จึงต้องได้รับการควบคุมด้านคุณภาพ มาตรฐาน และความปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนด
ภญ. สุภัทรา กล่าวว่า การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือหรือเลือกจากราคาถูกเพียงอย่างเดียว อาจทำให้ได้รับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบและเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพได้ ขอให้ประชาชนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ตรวจสอบฉลากภาษาไทย แหล่งผลิตหรือผู้นำเข้า และข้อมูลการอนุญาตจาก อย. ให้ถูกต้องก่อนซื้อ โดยเฉพาะการซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ หากพบผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับอนุญาต ไม่มีฉลากภาษาไทย หรือไม่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ ไม่ควรนำมาใช้ และสามารถแจ้งเบาะแสให้ อย. ตรวจสอบเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ได้รับอนุญาตจาก อย. ได้ที่เว็บไซต์ อย. www.fda.moph.go.th


