‘ษัษฐรัมย์’ จี้ สปส.เปิดกล้องนับคะแนนทุกหน่วย ลั่น ‘อย่าคิดสั้น’ แลกผลประโยชน์

22.09.26 | 12:00 น.

‘ษัษฐรัมย์’ จี้ สปส.เปิดกล้องนับคะแนนทุกหน่วย ลั่น ‘อย่าคิดสั้น’ แลกผลประโยชน์

เมื่อวันที่ 22 กันยายน รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ผู้นำทีมประกันสังคมก้าวหน้า และอดีตคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ชุดที่ 14 ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นแนวโน้มการออกมาใช้สิทธิการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2569 ว่า หากเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งเมื่อปี พ.ศ.2566 คาดว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิเพิ่มขึ้น โดยประเมินว่า อย่างน้อยน่าจะมีผู้มาใช้สิทธิประมาณ 1 ล้านคน ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ จัดโดยคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน (กกต.) ของประกันสังคม ซึ่งถือว่าไม่ได้มีความชำนาญเมื่อเทียบกับ กกต.ใหญ่ และเป็นการจัดการเลือกตั้งที่เป็นสเกลทั้งประเทศ มีบัตรเลือกตั้งที่ถูกพิมพ์มาสิบกว่าล้าน


“สิ่งสำคัญ คือ การทำให้กระบวนการเลือกตั้งมีความโปร่งใส โดยเฉพาะขั้นตอนการนับคะแนน อยากให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจับตาและติดตามการดำเนินการนับคะแนน ซึ่งจะแตกต่างจากการเลือกตั้งใหญ่ โดยการนับคะแนนในระดับหน่วยน่าจะดำเนินการได้ค่อนข้างรวดเร็ว” รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าว

รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่อยากเรียกร้องไปยังสำนักงานประกันสังคม คือ อยากให้มีการบันทึกวิดีโอการนับคะแนนของทุกหน่วยเลือกตั้ง เพื่อให้สามารถตรวจสอบกระบวนการย้อนหลังได้ ซึ่งมันใช้อุปกรณ์ไม่เยอะและแต่ละหน่วยใช้เวลาในการนับคะแนนไม่นาน โดยเฉพาะบางหน่วยในต่างจังหวัด หรือหน่วยเลือกตั้งฝ่ายนายจ้างที่อาจมีผู้มาใช้สิทธิเพียงหลักร้อยคน อาจจะใช้ระยะเวลาไม่ถึง 15 นาที

เมื่อถามว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ มีช่องโหว่ตรงไหนที่ต้องจับตาเป็นพิเศษหรือไม่ รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า การจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้จัดผ่านองค์กรอิสระ ขนาดจัดผ่านองค์กรอิสระก็ยังพบปัญหาได้ แต่กรณีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเป็นการจัดของคนที่มีส่วนได้ ส่วนเสียโดยตรง เมื่อได้ดูรายชื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง จะพบว่าเป็นผู้บริหารหรือผู้อำนวยการจากฝ่ายต่างๆ ของสำนักงานประกันสังคม ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับประเด็นที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้ากำลังตรวจสอบอยู่

Advertisement

“สิ่งหนึ่งที่จะทำให้เรื่องเหล่านี้สิ้นความสงสัย คือการอัดคลิปวิดีโอของการนับคะแนนทั้งหมด น่าจะสามารถช่วยได้ อยากให้ช่วยกันประชาสัมพันธ์ส่วนนี้ ที่มากกว่าเรื่องการไปลงคะแนน ก็เป็นเรื่องของการติดตามหน่วยเลือกตั้งที่ตนไปลงคะแนน นี่ก็เป็นส่วนสำคัญเหมือนกัน” รศ.ดร.ษัษฐรัมย์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า สำหรับจำนวนผู้มาใช้สิทธิอยากให้มาใช้สิทธิมากแค่ไหน ถ้าคนมาใช้สิทธิน้อยจะกังวลเรื่องไหนหรือไม่ รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีจำนวนประมาณ 10 ล้านคน จึงอยากให้ผู้มีสิทธิออกมาใช้สิทธิให้มากที่สุด เพื่อให้ผลการเลือกตั้งสะท้อนความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่เช่นนั้นก็จะถูกกลับไปเป็นแบบเดิม

“หากมีผู้มาใช้สิทธิน้อย อาจทำให้กลุ่มจัดตั้งสามารถเข้ามามีบทบาทได้มากขึ้น เช่น หากกลุ่มหนึ่งสามารถคุมคนได้หลักหมื่นคน ก็สามารถเข้ามาได้แล้ว หัวใจสำคัญ ถ้าคนมาใช้สิทธิเยอะ เชื่อว่ามันจะสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปฏิรูปประกันสังคม สิทธิประโยชน์ ความโปร่งใส ตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชันต่างๆ เพราะเราจะเห็นได้ว่าจะมีกลุ่มจัดตั้งบางกลุ่มที่ไม่พูดถึงการทุจริตเลย นี่เป็นสิ่งที่เราพยายามให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้น” รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า การติดตามและสังเกตการณ์การนับคะแนนของทีมประกันสังคมก้าวหน้า จะมีไปร่วมนับคะแนนจุดใด รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการจัดทีมขึ้นเพื่อทำหน้าที่ติดตามการเลือกตั้งในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ โดยจะให้ความสำคัญทั้งพื้นที่ที่มีผู้มีสิทธิจำนวนมาก และพื้นที่ที่ประเมินว่ามีความสุ่มเสี่ยงต่อความผิดปกติของคะแนน

“ฝากไปถึงคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคม และผู้ที่สมัครเข้ามาทำหน้าที่ดูแลหน่วยเลือกตั้ง อย่าคิดสั้นด้วยเรื่องการได้รับผลประโยชน์เพียงเล็กน้อยแล้วนำสู่การทุจริต เพราะทีมประกันสังคมก้าวหน้าตอนนี้เราทำวอร์รูม และมีอาสาสมัครทั่วประเทศ ประมาณ 80% ของพื้นที่ที่เราเห็นว่ามีความสำคัญ ขอให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริตที่สุดและไม่ตัดสินใจทำสิ่งที่ผิดกฎหมายเพื่อแลกกับผลประโยชน์เพียงเล็กน้อย เรามีประสบการณ์ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา หากพบประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต ก็จะดำเนินการตรวจสอบและส่งเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แน่นอน” รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าว

รศ.ดร.ษัษรัมย์ กล่าวต่อว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นการเลือกตั้งขนาดใหญ่อันดับสองของประเทศ และมีความเกี่ยวข้องกับสิทธิประโยชน์ของประชาชนโดยตรง เนื่องจากภารกิจของบอร์ดประกันสังคมมีความชัดเจน ทั้งในเรื่องสวัสดิการ การบริหารงบประมาณ และการบริหารกองทุน ทั้งฝั่งของนายจ้างและผู้ประกันตน

“โดยเฉพาะในส่วนของนายจ้าง อยากให้นายจ้างออกมาใช้สิทธิกันเยอะๆ แม้ขั้นตอนการเตรียมเอกสารอาจมีรายละเอียดมากกว่าฝั่งผู้ประกันตนก็ตาม สำหรับผู้ที่มี 2 สถานะ คือเป็นทั้งผู้ประกันตนและนายจ้าง อยากเชิญชวนให้ไปใช้สิทธิในฝั่งนายจ้าง เพื่อจะได้ป้องกันเสียงจัดตั้งด้วยเช่นเดียวกัน ตอนนี้พยายามให้เป็นเสียงของประชาชนให้ได้มากที่สุด” รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าว