‘จุลพันธ์’ นำทัพบินถึงเมืองจีน จับมือ ‘หัวเว่ย’ ปั้นกำลังคนดิจิทัลไทยสู่เวทีโลก
วันนี้ (22 กันยายน 2569) เวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของสาธารณรัฐประชาชนจีน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในกิจกรรม Executive Sharing Session และร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการพัฒนาฝีมือแรงงานด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ระหว่างกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน กับ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด โดยมี พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน น.ส.บุปผา เรืองสุด อธิบดี กพร. ร่วมลงนาม นายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงาน คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และ นางพลาพร รัตนปริคณน์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กพร. ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ Huawei Lianqiu Lake R&D Center เมืองเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า การพัฒนากำลังคนให้มีทักษะสอดรับกับเทคโนโลยีและความต้องการของภาคอุตสาหกรรม เป็นภารกิจสำคัญของกระทรวงแรงงาน โดยเฉพาะในช่วงที่เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบอัจฉริยะ เทคโนโลยีการเชื่อมต่อขั้นสูง และพลังงานสะอาด กระทรวงแรงงานจึงต้องเร่งพัฒนาทักษะแรงงานให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลง สามารถนำความรู้และเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ในการทำงานจริง พร้อมส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งด้านการพัฒนาหลักสูตร การพัฒนาครูฝึก มาตรฐานฝีมือแรงงาน การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อให้ระบบการพัฒนาฝีมือแรงงานสามารถตอบสนองต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจครั้งนี้ ถือเป็นกรอบสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือด้านการพัฒนาทักษะเทคโนโลยีดิจิทัลและพลังงานแสงอาทิตย์ โดยครอบคลุมทั้งการพัฒนาหลักสูตร การเรียนรู้ผ่านระบบดิจิทัล การฝึกอบรมเทคโนโลยีขั้นสูง และการพัฒนามาตรฐานฝีมือแรงงาน โดยมุ่งให้การพัฒนาทักษะเกิดผลเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงการวัดจากจำนวนผู้ผ่านการฝึกอบรม แต่ต้องทำให้แรงงานมีทักษะตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานและสามารถนำไปใช้ในการทำงานได้จริง ขณะเดียวกัน นายจ้างสามารถเข้าถึงกำลังคนที่มีสมรรถนะตรงตามความต้องการ ซึ่งจะนำไปสู่การมีงานทำ รายได้ และความก้าวหน้าในอาชีพที่ดีขึ้นของแรงงานไทย

ด้าน น.ส.บุปผา กล่าวว่า กพร. กับ หัวเว่ย มีความร่วมมือด้านการพัฒนาทักษะดิจิทัลมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 โดยได้ร่วมกันพัฒนาทักษะในหลากหลายด้าน อาทิ ระบบโทรคมนาคม 4G และ 5G การสร้างและพัฒนาแอพพลิเคชัน การบริหารจัดการโครงการโทรคมนาคม และเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้งในรูปแบบการฝึกอบรมและการสนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับการฝึก
“สำหรับผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ระหว่างปี 2564–2568 มีผู้ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรการติดตั้งระบบส่งสัญญาณโทรคมนาคมในระบบ 4G และ 5G จำนวน 347 คน ขณะที่ในปี 2566 มีผู้ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรการสร้างและพัฒนาแอพพ์ จำนวน 83 คน และหลักสูตรการบริหารจัดการโครงการโทรคมนาคม จำนวน 30 คน นอกจากนี้ ในปี 2567 กพร.ได้จัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมเทคโนโลยีด้านการติดตั้งอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 14 ปทุมธานี โดย หัวเว่ยสนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับการฝึก มูลค่า 640,000 บาท พร้อมร่วมจัดฝึกอบรมบุคลากรฝึกของ กพร.และประชาชน รวม 171 คน” น.ส.บุปผา กล่าว

อธิบดี กพร. กล่าวว่า การทำงานร่วมกับหัวเว่ย เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคแรงงาน เพื่อร่วมกันพัฒนากำลังคนให้มีทักษะสอดคล้องกับทิศทางของเทคโนโลยีและความต้องการของภาคอุตสาหกรรม โดยในระยะต่อไป กพร.จะมุ่งต่อยอดการพัฒนาทักษะให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ทั้งการพัฒนาครูฝึก การปรับปรุงหลักสูตรให้ทันต่อเทคโนโลยี การเชื่อมโยงการฝึกกับมาตรฐานทักษะและความต้องการของภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านระบบดิจิทัล เทคโนโลยีขั้นสูง และ AI เพื่อให้แรงงานสามารถนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ไปใช้ในการทำงานได้จริง รองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและความต้องการของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต พร้อมสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่อการพัฒนากำลังแรงงานไทยในระยะต่อไป

