เมื่อ AI พาเที่ยวได้ ‘มัคคุเทศก์’ ต้องขายอะไร? ‘ปัณณพัทธิ์’ แนะอัพสกิล สร้างความรู้ที่ AI ให้ไม่ได้

25.09.26 | 07:30 น.

เมื่อ AI พาเที่ยวได้ ‘มัคคุเทศก์’ ต้องขายอะไร? ‘ปัณณพัทธิ์’ แนะอัพสกิล สร้างความรู้ที่ AI ให้ไม่ได้

เมื่อวันที่ 25 กันยายน นายปัณณพัทธิ์ คำนึง มัคคุเทศน์อาชีพ ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นการเปลี่ยนแปลงของอาชีพมัคคุเทศก์ในยุคดิจิทัล หลังพฤติกรรมนักท่องเที่ยวเปลี่ยน ขณะที่แรงงานมัคคุเทศก์อิสระยังขาดหลักประกันและสวัสดิการหลังจบงาน ว่าปัจจุบันอาชีพมัคคุเทศก์มีการเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตค่อนข้างมาก เนื่องจากพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไป โดยเฉพาะคนไทยที่ปัจจุบันเลือกเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเองมากขึ้น สามารถวางแผนการเดินทาง จองที่พัก จองบริการต่างๆ ผ่านแพลตฟอร์มและแอพพลิเคชัน รวมถึงค้นหาข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวผ่านสื่อออนไลน์และสังคมโซเชียลมีเดียได้ด้วยตัวเอง ทำให้การท่องเที่ยวในปัจจุบันแตกต่างจากสมัยก่อนที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากจำเป็นต้องใช้บริการบริษัททัวร์หรือมัคคุเทศก์ในการวางแผนการเดินทาง


“การเปลี่ยนแปลงส่งผลให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น และทำให้บุคลากรด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะมัคคุเทศก์ จำเป็นต้องปรับตัวและพัฒนาตัวเองให้สามารถตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากขึ้น โดยต้องสร้างความแตกต่างจากข้อมูลทั่วไปที่นักท่องเที่ยวสามารถค้นหาได้จากสื่อออนไลน์ สำหรับตัวเองสนใจและมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ จึงพยายามนำเสนอข้อมูลในมุมที่แตกต่างจากข้อมูลทั่วไป เพื่อให้นักท่องเที่ยวเห็นถึงคุณค่าของการใช้บริการมัคคุเทศก์ และรู้สึกว่าเมื่อเดินทางไปยังสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง จำเป็นต้องใช้มัคคุเทศก์ที่มีความรู้เฉพาะด้าน เช่น เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ เพื่อให้ได้รับข้อมูลและมุมมองที่ไม่สามารถหาได้จากการค้นหาข้อมูลทั่วไป” นายปัณณพัทธิ์ กล่าว

นายปัณณพัทธิ์ กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์การทำงานในปัจจุบัน งานของตนยังมีความต่อเนื่องและยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากพยายามปรับรูปแบบการนำเที่ยวให้มีความน่าสนใจ โดยเฉพาะการนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทย เช่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขณะที่มัคคุเทศก์บางส่วนอาจได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์ของโลกและปัจจัยต่างๆ ที่กระทบต่อการเดินทางท่องเที่ยว

“ส่วนปัญหาที่พบจากการทำงานกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ หากเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากับมัคคุเทศก์ ส่วนใหญ่จะให้ความร่วมมือและเชื่อฟังคำแนะนำ เพราะก่อนเดินทางจะมีการแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว กฎ ระเบียบ ข้อห้าม การแต่งกาย รวมถึงสิ่งที่ต้องเตรียมตัว และระยะทางในการเดินทาง แต่หากนักท่องเที่ยวเดินทางด้วยตัวเอง อาจเกิดปัญหาได้ เนื่องจากไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับกติกาและข้อห้ามของสถานที่นั้นๆ เช่น ไม่ทราบว่าจุดใดห้ามปีนป่าย จุดใดไม่เหมาะสมที่จะขึ้นไปยืน หรือสถานที่ใดมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ซึ่งหากมีมัคคุเทศก์คอยให้ข้อมูล จะสามารถช่วยให้นักท่องเที่ยวเข้าใจและปฏิบัติตัวได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น” นายปัณณพัทธิ์ กล่าว

Advertisement

เมื่อถามว่า อาชีพมัคคุเทศก์ยุคใหม่ต้องอัพสกิลอะไรบ้าง นอกจากภาษา ต้องเพิ่มทักษะด้าน AI หรืออื่นๆ ด้วยหรือไม่ นายปัณณพัทธิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันการมีเพียงทักษะด้านภาษาอาจไม่เพียงพอสำหรับการทำงานด้านมัคคุเทศก์ เพราะทุกอาชีพจำเป็นต้องพัฒนาตัวเองให้รอบรู้และก้าวให้ทันนักท่องเที่ยว หรืออย่างน้อยต้องมีความรู้ในระดับที่เทียบเท่ากับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะเรื่องข่าวสาร เหตุการณ์ปัจจุบัน สถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง AI และสื่อออนไลน์
“เราต้องรอบรู้ควบคู่ไปกับนักท่องเที่ยว หรือเราต้องรู้มากกว่านักท่องเที่ยว เช่น เรื่องข่าวสารต่างๆ ที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน เราก็ต้องนำเสนอในมุมที่เป็นบวก เพราะอาชีพมัคคุเทศก์จะต้องเป็นเหมือนทูตทางวัฒนธรรมอยู่กลายๆ” นายปัณณพัทธ์ กล่าว

นายปัณณพัทธิ์ กล่าวต่อไปว่า AI ก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับอาชีพมัคคุเทศก์ได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและสร้างความแตกต่างให้กับตัวเอง เช่น การจัดทำข้อมูลหรือเอกสารให้กับนักท่องเที่ยวก่อนเดินทาง สามารถนำ AI มาช่วยจัดทำข้อมูลในรูปแบบต่างๆ เช่น การทำเอกสารหรือแบนเนอร์สำหรับส่งให้ลูกค้า โดยระบุสถานที่ที่จะเดินทางไป จุดนัดพบ รูปภาพ และรายละเอียดที่จำเป็น รวมถึงสามารถนำเทคโนโลยีมาช่วยค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่โดยรอบสถานที่ท่องเที่ยว นอกจากนี้ มัคคุเทศก์ยังควรรู้ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งจำเป็นสำหรับนักท่องเที่ยว เช่น โรงพยาบาล ร้านอาหาร หรือสถานีตำรวจในบริเวณใกล้เคียง เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉิน นักท่องเที่ยวจะต้องได้รับคำแนะนำที่รวดเร็วและเหมาะสม

“AI ถ้ามันจะเข้ามาแย่งงาน อย่างไรก็ต้องแตกต่างจากคนอยู่แล้ว เราต้องทำตัวให้ผสมผสานกลมกลืนไป ใช้ AI ให้เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพ เพราะสุดท้ายแล้ว AI ก็ถูกควบคุมโดยมนุษย์อยู่ดี เราต้องนำส่วนนี้เข้ามาช่วยให้อาชีพเราสอดคล้องกับสิ่งที่เราจะทำและดำเนินต่อไป” นายปัณณพัทธิ์ กล่าว

นายปัณณพัทธิ์ กล่าวว่า หากมัคคุเทศก์ไม่พัฒนาตัวเอง นักท่องเที่ยวก็อาจหันไปพึ่ง AI และเชื่อข้อมูลจาก AI มากขึ้น ดังนั้นจึงต้องพัฒนาตัวเองควบคู่ไปกับการพัฒนาของเทคโนโลยี โดยในปัจจุบัน AI ยังไม่สามารถเข้ามาทดแทนอาชีพมัคคุเทศก์ได้ทั้งหมด เพราะงานดังกล่าวเป็นงานเฉพาะทางและต้องอาศัยความรู้เกี่ยวกับสถานที่จริง

“แม้นักท่องเที่ยวจะสามารถใช้ AI ค้นหาข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวได้ แต่ข้อมูลดังกล่าวอาจยังไม่สามารถตอบคำถามหรืออธิบายรายละเอียดที่นักท่องเที่ยวต้องการได้ทั้งหมด จึงยังจำเป็นต้องมีมนุษย์ที่มีความรู้เฉพาะทางเข้ามาอธิบายและสร้างความเข้าใจ” นายปัณณพัทธิ์ กล่าว

นายปัณณพัทธิ์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือ มัคคุเทศก์ต้องวิเคราะห์ก่อนว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางไปด้วยมีความรู้เกี่ยวกับสถานที่ที่จะไปมากน้อยเพียงใด เช่น หากจะพานักท่องเที่ยวไป จ.พระนครศรีอยุธยา ต้องรู้ก่อนว่านักท่องเที่ยวมีความรู้เกี่ยวกับอยุธยามากน้อยแค่ไหน จากนั้นจึงนำข้อมูลดังกล่าวมาวางแผนว่าจะนำเสนอเรื่องราวในทิศทางใด เพื่อให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า

เมื่อถามว่า หลังโควิด-19 โครงสร้างแรงงานในภาคท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง คนรุ่นใหม่ยังอยากทำงานนี้อยู่หรือไม่ นายปัณณพัทธิ์ กล่าวว่า เปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก โดยบริษัทที่เคยจ้างบุคลากรจำนวนมาก ปัจจุบันมีการจ้างงานลดลง ขณะที่นักท่องเที่ยวภายในประเทศ หรือกลุ่มโดเมสติก ก็หันมาเดินทางด้วยตัวเองมากขึ้น โดยสามารถจองโรงแรม ที่พัก และบริการต่างๆ ผ่านแพลตฟอร์มหรือเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้น

นายปัณณพัทธิ์ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้อาชีพมัคคุเทศก์ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 ซึ่งได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก แม้ปัจจุบันสถานการณ์กำลังฟื้นตัว แต่ภาคการท่องเที่ยวยังคงได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่างๆ ทั้งสงคราม โรคระบาด การเมือง และข่าวสารต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลก เพราะทุกปัจจัยสามารถส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวได้ เราจำเป็นต้องบริหารจัดการตัวเอง และอาจต้องมีอาชีพสำรองควบคู่ไปด้วย เพื่อรองรับสถานการณ์ที่งานมัคคุเทศก์ลดลงหรือได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก

“ทั้งปัจจุบันจำนวนคนที่เลือกเรียนด้านการท่องเที่ยวมีแนวโน้มลดลง โดยผู้ที่เรียนด้านการท่องเที่ยวบางส่วนไม่ได้มุ่งไปประกอบอาชีพมัคคุเทศก์โดยตรง แต่เลือกนำความรู้ไปประกอบอาชีพอื่นที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เช่น พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน สจ๊วต แอร์โฮสเตส งานโรงแรม งานที่พัก หรืออาชีพอื่นๆ ที่สามารถต่อยอดกับสายงานด้านการท่องเที่ยวได้” นายปัณณพัทธิ์ กล่าว

สำหรับการพัฒนาทักษะของมัคคุเทศก์ นายปัณณพัทธิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) มีการจัดกิจกรรมและหลักสูตรอบรมสำหรับมัคคุเทศก์อาชีพที่มีใบอนุญาต เพื่อให้สามารถพัฒนาทักษะและเพิ่มความรู้เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงความรู้เฉพาะทางด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง การอบรมดังกล่าวมีส่วนช่วยให้มัคคุเทศก์มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมากขึ้น และสามารถสร้างจุดเด่นให้กับตัวเอง จนทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเลือกหรือร้องขอมัคคุเทศก์ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องที่ตัวเองสนใจได้

นายปัณณพัทธิ์ กล่าวถึงข้อเสนอที่อยากให้กระทรวงแรงงานเข้ามาดูแล ว่า อาชีพมัคคุเทศก์เป็นอาชีพอิสระ แม้จะเป็นอาชีพที่มีใบอนุญาตประกอบอาชีพ แต่ยังขาดความมั่นคงด้านสวัสดิการ โดยเฉพาะกลุ่มมัคคุเทศก์ที่ทำงานแบบฟรีแลนซ์ ซึ่งไม่ได้สังกัดบริษัททัวร์ แม้กฎหมายจะกำหนดให้บริษัททัวร์ต้องมีประกันในระหว่างที่มัคคุเทศก์ปฏิบัติหน้าที่ แต่เมื่อจบงานแล้ว มัคคุเทศก์ที่เป็นแรงงานอิสระยังไม่มีระบบสวัสดิการที่รองรับอาชีพอย่างชัดเจน

“สิ่งที่อยากฝากถึงกระทรวงแรงงาน คือ อยากให้เข้ามาดูแลอาชีพมัคคุเทศก์ในส่วนของสวัสดิการ หรือมีแนวทางดึงแรงงานกลุ่มนี้เข้าสู่ระบบที่สามารถได้รับสวัสดิการใกล้เคียงกับอาชีพอื่น โดยเฉพาะเรื่องหลักประกันด้านสุขภาพและประกันสังคม ปัจจุบัน มัคคุเทศก์ที่ทำงานเป็นพนักงานของบริษัททัวร์ สามารถเข้าสู่ระบบประกันสังคม มาตรา 33 และมีการส่งเงินสมทบได้ แต่มัคคุเทศก์ที่ทำงานแบบฟรีแลนซ์ ไม่ได้มีสถานะเช่นเดียวกัน จึงต้องพึ่งพาระบบประกันสังคม มาตรา 40 ซึ่งต้องการให้ภาครัฐพิจารณาแนวทางรับรองและดูแลแรงงานกลุ่มนี้ ให้สามารถเข้าสู่ระบบประกันสังคม มาตรา 33 และได้รับสวัสดิการที่เหมาะสมกับลักษณะการทำงานมากขึ้น” นายปัณณพัทธิ์ กล่าว