เด็กโคราชไม่ไหว! เกือบ 70% บอกเครียดจากเรียนและสอบ-ถูกบูลลี่
เมื่อวันที่ 24 กันยายน ที่ MCC HALL เดอะมอลล์โคราช เครือข่ายเด็กและเยาวชนนักสื่อสารสุขภาวะ มูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดนครราชสีมา บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนครราชสีมา และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงานมหกรรมวันเยาวชนแห่งชาติจังหวัดนครราชสีมา ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “เสียงเด็กเยาวชนเปลี่ยนเมือง : โคราชเมืองปลอดภัย เมืองสร้างสรรค์ สร้างเสริมสุขภาวะเพื่อทุกคน” พร้อมเปิดผลสำรวจความคิดเห็นเด็กและเยาวชน และข้อเสนอการพัฒนาเมืองจากเสียงเยาวชน
น.ส.ปรัชสุตา ชูเดชา นักกิจกรรมและออกแบบสื่อสร้างสรรค์ เปิดเผยผลสำรวจเด็กและเยาวชน 1,070 คน ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นอายุ 13-18 ปี และอยู่ใน จ.นครราชสีมา พบว่า เยาวชนมีคะแนนความสุขเฉลี่ย 3.70 จาก 5 คะแนน ขณะที่คะแนนความกดดันเฉลี่ย 3.19 และร้อยละ 40.5 รู้สึกกดดันในระดับสูง โดยประสบการณ์ที่ส่งผลต่อชีวิตมากที่สุด ได้แก่ ความเครียดจากการเรียนและการสอบ ร้อยละ 69.4 การถูกบูลลี่ ร้อยละ 40.6 และความกดดันจากครอบครัว ร้อยละ 38.9
น.ส.ปรัชสุตา กล่าวว่า เด็กและเยาวชนใช้ชีวิตทั้งในโรงเรียน ครอบครัว กลุ่มเพื่อน โลกออนไลน์ และพื้นที่สาธารณะ โดยร้อยละ 64.8 ใช้โซเชียลมีเดีย และร้อยละ 54.9 เคยเห็นการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่สาธารณะ สะท้อนว่าเด็กไม่ได้ต้องการเพียงสถานที่สำหรับเด็ก แต่ต้องการเมืองที่รับฟัง ปลอดภัย ให้โอกาส มีพื้นที่คิดและลงมือทำ รวมถึงเอื้อต่อการเติบโตอย่างมีความสุขและลดความกดดัน
นายภานุพงศ์ สพะเนา ประธานสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า เด็กไม่ได้เป็นเพียงผู้รับอนาคต แต่สามารถร่วมออกแบบอนาคตได้ตั้งแต่วันนี้ จึงขอให้ทุกภาคส่วนรับฟังเสียงเด็ก เปิดพื้นที่ให้มีส่วนร่วม และนำข้อเสนอไปสู่การปฏิบัติ โดยเครือข่ายเสนอ 6 แนวทาง ได้แก่ 1.เมืองสุขภาพดี มีความสุข ส่งเสริมสุขภาพกายและใจ 2.เมืองที่เคารพความแตกต่าง อยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียม 3.เมืองที่ทุกคนมีส่วนร่วม เปิดโอกาสให้เด็กและประชาชนร่วมพัฒนาเมือง 4.เมืองที่เปิดพื้นที่ให้เด็กคิดและเติบโต มีพื้นที่ปลอดภัย ทักษะชีวิต และการเรียนรู้นอกห้องเรียน 5.เมืองปลอดยาเสพติดและปัจจัยเสี่ยง ลดการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้า น้ำกระท่อม และสารเสพติด และ 6.เมืองปลอดภัย ลดความรุนแรง อาชญากรรม และปัจจัยเสี่ยงในชีวิตประจำวัน
ด้าน น.ส.สุมณฑา ปลื้มสูงเนิน ผู้ประสานงานกลุ่มไม้ขีดไฟ กล่าวว่า ถึงเวลาที่สังคมต้อง “ให้” มากกว่า “ห้าม” เพราะเด็กและเยาวชนอยู่ในเมืองที่มีข้อห้ามจำนวนมาก การห้ามโดยอ้างความรักและความห่วงใยอาจไม่ช่วยให้เด็กปลอดภัย แต่ควรสร้างโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้และเติบโต โดยผู้ใหญ่ควรสร้างพื้นที่ให้เด็กเล็ก “ได้เล่น” เด็กโต “ได้ลอง” และวัยรุ่น “ได้ตัดสินใจ” พร้อมมองเด็กเป็นหุ้นส่วนของเมือง ไม่ใช่เพียงผู้รอรับ แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับกรอบคิด “สร้างนำซ่อม” ของ สสส. ที่มุ่งสร้างสุขภาวะทั้งกาย ใจ และปัญญา เพราะเมืองและสภาพแวดล้อมที่ดีมีส่วนสำคัญต่อการเติบโตของเด็ก หากเมืองอ่อนแอ เด็กและเยาวชนอาจเข้าสู่วงจรอบายมุขและปัจจัยเสี่ยง ซึ่งนำไปสู่ปัญหาสุขภาพและปัญหาสังคมในระยะยาว
ด้าน ดร.เอนกชัย เรืองรัตนากร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า วันเยาวชนแห่งชาติเป็นโอกาสสำคัญในการตระหนักถึงคุณค่าและศักยภาพของเด็กและเยาวชน ซึ่งไม่ใช่เพียงอนาคตของชาติ แต่สามารถร่วมคิดและพัฒนาชุมชนได้ตั้งแต่วันนี้ โดย พม. มุ่งส่งเสริมและคุ้มครองเด็ก ทั้งด้านการศึกษา ทักษะอาชีพ สุขภาพกายและใจ ความปลอดภัย และการเปิดพื้นที่ให้แสดงความคิดเห็นในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิต
“การสร้างโคราชเมืองปลอดภัย เมืองสร้างสรรค์ ต้องอาศัยความร่วมมือจากครอบครัว สถานศึกษา ชุมชน ท้องถิ่น ภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม พร้อมเปิดโอกาสให้เด็กมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง โดยการสร้างสุขภาวะต้องครอบคลุมทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต ความปลอดภัย การรู้เท่าทันสื่อ การป้องกันปัจจัยเสี่ยง และการมีพื้นที่เรียนรู้ เพื่อให้เด็กและเยาวชนเติบโตอย่างมีคุณภาพและร่วมออกแบบอนาคตของเมือง” ดร.เอนกชัย กล่าว

