ยอดเข้าใช้ ‘เช็คน้ำ’ GISTDA พุ่ง 28 ล้านครั้งในวันเดียว จับตาฝนหนักซ้ำพรุ่งนี้ 27 ก.ย.
เมื่อวันที่ 26 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑล หลังมีฝนตกต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและน้ำเอ่อในจุดเสี่ยง กระทบการเดินทางและการจราจร โดยกรุงเทพมหานครยกระดับการรับมือสถานการณ์อุทกภัย หลัง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงนามประกาศขยายพื้นที่ประสบสาธารณภัยครอบคลุมกรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต จากเดิมที่ประกาศไว้ 3 เขต เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าดำเนินการช่วยเหลือและแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างเป็นระบบ
ขณะเดียวกัน กทม.เปิดระบบตรวจสอบสถานการณ์น้ำท่วมบนถนนและเส้นทางการจราจร เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบจุดน้ำท่วมขังและประเมินเส้นทางก่อนออกเดินทาง ท่ามกลางสถานการณ์ฝนที่ยังต้องเฝ้าระวังในหลายพื้นที่ โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลสถานการณ์น้ำและเส้นทางการจราจรได้ผ่านระบบออนไลน์ของ กทม.
ระบบตรวจสอบสถานการณ์น้ำและเส้นทางการจราจร
ล่าสุด สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA เปิดเผยข้อมูลการใช้งานแอพพลิเคชั่น “เช็คน้ำ” (Check Water) พบว่า วันที่ 25 กันยายน มียอดเรียกใช้งานระบบสูงถึง 28,252,239 ครั้ง โดยกราฟการใช้งานพบว่ายอดพุ่งขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงดังกล่าว จากระดับการใช้งานในช่วงก่อนหน้า สอดคล้องกับสถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำท่วมขัง และประชาชนที่ต้องติดตามสถานการณ์น้ำและเส้นทางการเดินทางอย่างใกล้ชิด
สำหรับ “เช็คน้ำ” เป็นแอพพลิเคชั่นที่ GISTDA พัฒนาขึ้นเพื่อใช้ติดตามสถานการณ์น้ำ วิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ประเมินผลกระทบ และแจ้งเตือนสถานการณ์แบบ Near Real-time โดยนำข้อมูลจากดาวเทียมและข้อมูลภูมิสารสนเทศมาประมวลผล ปัจจุบันระบบมีข้อมูลจากหลายแหล่ง รวมถึงข้อมูลระดับน้ำ สภาพอากาศ และจุดเสี่ยงน้ำท่วม เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบสถานการณ์ในพื้นที่ได้
นอกจากนี้ “เช็คน้ำ” ยังมีข้อมูลจากกล้อง CCTV ในบางจุด โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกจุดที่มีการติดตั้งกล้องและเปิดดูภาพเพื่อประกอบการประเมินสถานการณ์จริงในพื้นที่ได้ ทำให้สามารถใช้ข้อมูลจากทั้งแผนที่ความเสี่ยงและภาพจากพื้นที่จริงประกอบการตัดสินใจเดินทางในช่วงที่เกิดน้ำท่วม
ขณะที่ GISTDA ยังเปิดข้อมูลการเฝ้าระวังฝนในช่วงวันที่ 26-30 กันยายน โดยประยุกต์ใช้ข้อมูลการลำเลียงไอน้ำในบรรยากาศ หรือ IVT (Integrated Vapor Transport) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดทิศทางและปริมาณความชื้นที่ถูกลำเลียงไปในบรรยากาศ ประกอบกับข้อมูลภูมิสารสนเทศ แบบจำลองพยากรณ์อากาศ และข้อมูลดาวเทียม เพื่อประเมินพื้นที่ที่มีแนวโน้มเกิดฝนตกหนัก
โดยช่วงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือ วันที่ 26-27 กันยายน เนื่องจากยังพบการลำเลียงความชื้นในระดับปานกลางถึงสูงบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก และบางส่วนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยวันที่ 26 กันยายน คาดว่าพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกอาจมีฝนตกหนักถึงหนักมาก และมีปริมาณฝนมากกว่า 90 มิลลิเมตรต่อวันในบางพื้นที่
ส่วนวันที่ 27 กันยายน แม้การลำเลียงความชื้นจะเริ่มอ่อนตัวลง แต่ยังคงมีความชื้นในระดับปานกลางถึงสูงบริเวณภาคใต้ตอนบน อ่าวไทยตอนบน และบางส่วนของภาคตะวันออก ขณะที่ภาคกลางและภาคตะวันออกยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก โดยมีปริมาณฝนประมาณ 35-90 มิลลิเมตรต่อวัน
จากนั้นในช่วงวันที่ 28-30 กันยายน แนวโน้มการลำเลียงไอน้ำจะลดลงมาอยู่ในระดับอ่อนถึงปานกลางเป็นส่วนใหญ่ แม้ความเสี่ยงฝนตกหนักจะลดลง แต่ยังมีฝนตกกระจายในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันตก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก
ทั้งนี้ GISTDA แนะนำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงวันที่ 26-27 กันยายน ซึ่งยังมีปัจจัยเสี่ยงจากฝนตกหนักและน้ำฝนสะสม พร้อมตรวจสอบเส้นทางและจุดน้ำท่วมก่อนออกเดินทางเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง

