‘จุลพันธ์’ ระดมทีมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 25 จว.-กทม. 50 เขต กว่า 1.7 แสนครัวเรือน เร่งเยียวยาทายาทผู้เสียชีวิต ฟื้นฟูโรงงาน-ตั้งศูนย์ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าฟรี
เมื่อวันที่ 28 กันยายน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กถึงสถานการณ์อุทกภัยว่า ขณะนี้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม 25 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร 50 เขต ครอบคลุมประชาชนกว่า 170,000 ครัวเรือน พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง 8 ราย ในจังหวัดสระแก้ว จันทบุรี และสระบุรี โดยในส่วนของผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ในจังหวัดสระแก้ว สำนักงานประกันสังคมได้ดำเนินการมอบเงินชดเชยเยียวยาให้แก่ทายาทเรียบร้อยแล้ว
จากการตรวจสอบเบื้องต้น ในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว พบผู้เสียชีวิต 5 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ทางเลือกที่ 3 จำนวน 1 ราย ซึ่งมีสิทธิได้รับค่าทำศพ 50,000 บาท ส่วนสิทธิประโยชน์อื่นอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ขณะที่ผู้เสียชีวิตอีก 1 รายเคยเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ส่วนผู้เสียชีวิตรายอื่นไม่พบสถานะการเป็นผู้ประกันตน และมี 1 รายที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลเพื่อยืนยันตัวบุคคล
สำหรับจังหวัดจันทบุรี มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยและเหตุที่เกี่ยวเนื่องรวม 3 ราย จากการตรวจสอบพบว่า 2 รายไม่เป็นผู้ประกันตน ส่วนอีก 1 รายเคยเป็นผู้ประกันตน โดยสำนักงานประกันสังคมอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดและสิทธิที่เกี่ยวข้องตามหลักเกณฑ์
ทั้งนี้ กรณีผู้ประกันตนเสียชีวิตโดยไม่เนื่องจากการทำงาน ผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 ที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย มีสิทธิได้รับค่าทำศพ 50,000 บาท รวมถึงเงินบำเหน็จชราภาพพร้อมผลตอบแทน และเงินสงเคราะห์กรณีตายสำหรับผู้ที่เข้าเงื่อนไขการส่งเงินสมทบตามที่กำหนด ส่วนผู้ประกันตนมาตรา 40 ทางเลือกที่ 1 และทางเลือกที่ 2 มีสิทธิค่าทำศพ 25,000 บาท โดยทางเลือกที่ 2 หากส่งเงินสมทบครบตามเงื่อนไข 60 เดือนก่อนเสียชีวิต จะได้รับเงินเพิ่มอีก 8,000 บาท ขณะที่ผู้ประกันตนมาตรา 40 ทางเลือกที่ 3 มีสิทธิค่าทำศพ 50,000 บาท ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์อื่นของผู้เสียชีวิตแต่ละราย สำนักงานประกันสังคมจะตรวจสอบตามเงื่อนไขและประวัติการส่งเงินสมทบเป็นรายกรณี
นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัย กระทรวงแรงงานได้ระดมกำลังจากหน่วยงานในสังกัดร่วมกับทุกภาคส่วน ติดตามเฝ้าระวัง สำรวจความเดือดร้อน และจัดตั้งจุดบริการช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน 3 จุด ในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว พร้อมสนับสนุนเรือท้องแบนเพื่ออำนวยความสะดวกในการสัญจรเข้า-ออกที่พักอาศัยของประชาชนในพื้นที่จังหวัดสระบุรี
“ขณะที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ระดมครูฝึกช่างกว่า 470 คน พร้อมเปิดจุดบริการซ่อมแซม 23 จุด ครอบคลุมพื้นที่ 12 จังหวัดที่ประสบอุทกภัย ให้บริการตรวจเช็กและซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ รถยนต์ รวมถึงเครื่องยนต์เล็กเพื่อการเกษตรโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานยังจัดสรรพื้นที่ของหน่วยงานในสังกัดเพื่อช่วยเหลือประชาชน เช่น สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 14 ปทุมธานี เปิดให้บริการตรวจเช็กและซ่อมรถจักรยานยนต์ ขณะที่สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานนครนายก เปิดพื้นที่รองรับการจอดรถหนีน้ำให้แก่ประชาชน พร้อมสนับสนุนสุขาลอยน้ำและสุขาเคลื่อนที่ไปยังพื้นที่ประสบภัยวิกฤตที่ อ.หนองแค จ.สระบุรี” นายจุลพันธ์ กล่าว
ส่วนผลกระทบต่อสถานประกอบการ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า พบโรงงานและสถานประกอบการได้รับความเสียหาย 19 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดสระแก้วและสระบุรี ส่งผลกระทบต่อลูกจ้างรวม 124 คน โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานร่วมกับสำนักงานประกันสังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหายอย่างละเอียด พร้อมดูแลคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของลูกจ้างและนายจ้าง รวมถึงเตรียมมาตรการรองรับเพื่อฟื้นฟูสถานประกอบการให้สามารถกลับมาดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย
“การให้ความช่วยเหลือของทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่องในทุกพื้นที่ พร้อมติดตามสถานการณ์และความเดือดร้อนของประชาชนอย่างใกล้ชิด หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบเป็นระยะ” นายจุลพันธ์ กล่าว

