สปสช.-ศูนย์เอราวัณ กทม. ระดมช่วยเหลือติดตามอาการผู้ป่วยฟอกไต–กลุ่มติดเตียงพื้นที่ท่วม 

28.09.26 | 14:07 น.

สปสช.-ศูนย์เอราวัณ กทม. ระดมช่วยเหลือติดตามอาการผู้ป่วยฟอกไต–กลุ่มติดเตียงพื้นที่ท่วม 


วันนี้ (28 กันยายน 2569) พ.ท.ทพ.ธนศักดิ์ ถัมภ์บรรฑุ ผู้อำนวยการกลุ่มภารกิจสำนักงานสาขาพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในฐานะรองโฆษกสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า หลังเกิดน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สิ่งที่ต้องติดตามคือ ผู้ป่วยยังเดินทางไปรับบริการตามนัดได้หรือไม่ และหน่วยบริการมีข้อจำกัดในการให้บริการหรือไม่ แม้หน่วยบริการจะเปิดตามปกติ ผู้ป่วยบางคนก็อาจออกจากบ้านหรือเดินทางไปไม่ถึง สปสช. และศูนย์เอราวัณจึงนำข้อมูลพื้นที่มาประกอบการติดตาม ร่วมกับหน่วยบริการที่ดูแลผู้ป่วย

“การดูแลผู้ป่วยช่วงน้ำท่วมต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย สปสช. และศูนย์เอราวัณติดตามสถานการณ์และรับแจ้งปัญหา ขณะที่ศูนย์บริการสาธารณสุขและหน่วยบริการในพื้นที่ช่วยตรวจสอบว่าผู้ป่วยแต่ละรายยังไปตามนัดได้หรือไม่ มียาประจำและผู้ดูแลเพียงพอหรือเปล่า เมื่อทราบปัญหาที่เกิดขึ้นจริง จึงจะประสานการช่วยเหลือได้ตรงกับความจำเป็น และไม่ให้การรักษาหรือการดูแลสะดุดเพราะน้ำท่วม ระหว่างวันที่ 26-27 กันยายนที่ผ่านมา มีผู้ป่วยประสานเข้ามาขอรถรับส่งผู้ป่วยไปฟอกไตแล้วราว 273 ราย และมีผู้ป่วยประสานเข้ามาขอรับยาด้วย” พ.ท.ทพ.ธนศักดิ์ กล่าว

Advertisement

รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ด้านหน่วยบริการสุขภาพในระบบบัตรทองกรุงเทพฯ ข้อมูล ณ วันที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 11.45 น. มีหน่วยบริการรายงานผลกระทบเข้ามาแล้ว 158 แห่ง ในจำนวนนี้ปิดให้บริการชั่วคราว 79 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นคลินิกชุมชนอบอุ่นและคลินิกปฐมภูมิ เปิดบางส่วนหรือลดบริการ 19 แห่ง และเปิดตามปกติ 60 แห่ง ซึ่งรวมถึงโรงพยาบาลเกือบทุกแห่งที่รายงานเข้ามา พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดอยู่ในกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ได้แก่ เขตมีนบุรี คลองสามวา วังทองหลาง สวนหลวง ลาดกระบัง และประเวศ สาเหตุหลักคือ บุคลากรเดินทางมาปฏิบัติงานไม่ได้ น้ำท่วมพื้นที่หน่วยบริการ และถนนถูกตัดขาด สปสช. ได้ใช้มาตรการให้ประชาชนสามารถไปรับบริการที่หน่วยบริการที่เปิดอยู่แทนโดยไม่ต้องใช้ใบส่งตัวได้ถึงวันที่ 29 กันยายน 2569

พ.ท.ทพ.ธนศักดิ์ กล่าวว่า สปสช. ติดตามผู้ป่วยฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมในกรุงเทพฯ ซึ่งมีทั้งหมด 5,816 ราย พบว่า 1,749 ราย มีที่อยู่ตามบัตรประชาชนใน 20 เขตที่มีจุดวัดน้ำท่วมถนนตั้งแต่ 10 เซนติเมตรขึ้นไป (ข้อมูลระดับน้ำจากสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ณ วันที่ 26 กันยายน 2569 เวลา 17.45 น.) กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ สปสช. ให้ความสำคัญในการตรวจสอบเรื่องการเดินทางไปฟอกไตตามนัด ปัจจุบัน มีหน่วยที่รายงานว่าปิดชั่วคราว 1 แห่ง ได้แก่ ลาดพร้าว 114 คลินิกเวชกรรม เขตลาดพร้าว (อาจใช้เวลา 1 สัปดาห์ จึงกลับมาเปิดบริการได้) มีผู้ป่วยที่รับบริการกับหน่วยนี้รวม 26 ราย และผู้ป่วยได้รับการส่งต่อผู้ป่วยไปยังหน่วยบริการใกล้เคียง 2 แห่ง แล้วทั้งหมด ทั้งนี้ กลุ่มภารกิจสำนักงานพื้นที่สาขากรุงเทพฯ จะติดตามการเข้าถึงบริการอย่างใกล้ชิด

“ผู้ป่วยที่มีนัดฟอกไต หากหน่วยบริการเดิมปิดหรือเดินทางไปไม่ได้ ขอให้รีบติดต่อหน่วยฟอกไตที่ดูแลอยู่เพื่อวางแผนการรักษา อย่าหยุดฟอกไตเอง และควรประสานก่อนเดินทางไปหน่วยแห่งใหม่ หากติดต่อหน่วยเดิมไม่ได้ โทรสายด่วน สปสช.1330 พร้อมแจ้งชื่อหน่วยฟอกไต วันนัด และปัญหาที่พบ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยประสานต่อ” พ.ท.ทพ.ธนศักดิ์ กล่าว

พ.ท.ทพ.ธนศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับผู้ติดบ้านติดเตียง สปสช. และศูนย์เอราวัณนำข้อมูลของ กทม.มาช่วยดูว่าควรติดตามพื้นที่ใดก่อน ฐานข้อมูลรอบเดือนมิถุนายน 2569 ระบุว่ามีผู้ติดเตียง 4,787 คน และผู้ติดบ้าน 4,855 คน เมื่อนำมาเทียบกับข้อมูลจุดวัดน้ำท่วมถนนวันที่ 26 กันยายน พบ 4,200 คน อยู่ในเขตที่มีจุดวัดน้ำท่วมระดับกลางถึงสูง โดยเขตที่มีผู้ติดบ้านติดเตียงจำนวนมาก ได้แก่ เขตสายไหม 378 คน เขตสวนหลวง 349 คน และเขตบางเขน 340 คน

พ.ท.ทพ.ธนศักดิ์ กล่าวว่า ข้อมูลระดับเขตช่วยให้เห็นว่าควรเริ่มประสานศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่ใดก่อน แต่ยังบอกไม่ได้ว่าบ้านหลังใดถูกน้ำท่วมหรือผู้ป่วยรายใดขาดการดูแล ต้องตรวจสอบเป็นรายคนว่าผู้ดูแลหรือเจ้าหน้าที่เข้าถึงบ้านได้หรือไม่ มียาประจำเพียงพอหรือมีนัดพบแพทย์ที่อาจได้รับผลกระทบ ทั้งนี้หากครอบครัวผู้ติดบ้านติดเตียงพบปัญหาจากน้ำท่วม ขอให้ติดต่อศูนย์บริการสาธารณสุขหรือหน่วยบริการที่ดูแลอยู่ หากติดต่อไม่ได้ โทรสายด่วน สปสช. 1330 พร้อมแจ้งที่อยู่ผู้ป่วย ปัญหาที่พบ และวันนัดรักษาหากมี เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยประสานการดูแล ทั้งนี้ สปสช. และศูนย์เอราวัณจะติดตามสถานการณ์ร่วมกับศูนย์บริการสาธารณสุขและหน่วยบริการในพื้นที่ นำปัญหาที่ประชาชนแจ้งเข้ามาประสานการดูแลเป็นรายกรณี พร้อมติดตามผลว่าผู้ป่วยได้รับบริการตามนัดหรือได้รับความช่วยเหลือที่จำเป็นแล้ว เพื่อไม่ให้น้ำท่วมทำให้ผู้ป่วยขาดการฟอกไต ขาดยา หรือขาดการดูแลที่บ้าน