สธ. ชี้ยา ‘Doxycycline’ ไม่ได้ป้องกัน ‘ฉี่หนู’ ทั้งหมด ย้ำใช้ตามแพทย์สั่ง

29.09.26 | 11:34 น.

สธ. ชี้ยา ‘Doxycycline’ ไม่ได้ป้องกัน ‘ฉี่หนู’ ทั้งหมด ย้ำใช้เฉพาะกลุ่มเสี่ยงสูง-ต้องอยู่ในดุลยพินิจแพทย์

เมื่อวันที่ 29 กันยายน นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ติดตามความคืบหน้าการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีอย่างเคร่งครัด โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ยกระดับการปฏิบัติงานผ่าน 7 มาตรการหลักอย่างครอบคลุม ได้แก่ 1.การเตรียมความพร้อมสถานพยาบาล จัดทำแผนรองรับน้ำท่วม สำรองระบบไฟฟ้า น้ำประปา ออกซิเจน ระบบสื่อสาร ยา เวชภัณฑ์ เชื้อเพลิง และเตรียมความพร้อมห้องฉุกเฉิน (ER), หอผู้ป่วยหนัก (ICU), ห้องผ่าตัด, ห้องคลอด, การฟอกไต พร้อมวางเส้นทางรถฉุกเฉิน (EMS) สำรอง 2.การดูแลกลุ่มเปราะบาง ทบทวนบัญชีผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก ผู้พิการ ผู้ป่วยฟอกไต/ใช้ออกซิเจน สนับสนุนสุขาภิบาลในศูนย์พักพิง และเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบางล่วงหน้าในพื้นที่เสี่ยงถูกตัดขาด


นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า 3.ระบบการแพทย์ฉุกเฉิน เตรียมทีมระบบการแพทย์ฉุกเฉิน (Emergency Medical Services: EMS) , ทีมปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์ (Medical Emergency Response Team: MERT), ทีมปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์ขนาดเล็ก (Mini Medical Emergency Response Team: Mini-MERT) จัดรถพยาบาลยกสูง เรือ ประสานความร่วมมือกับกลาโหม เหล่าทัพ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) 4.สำรองทรัพยากร ยา และเวชภัณฑ์ สำรองเลือด ออกซิเจน น้ำสะอาด เชื้อเพลิง จัดชุดเวชภัณฑ์สนับสนุนศูนย์พักพิงและประชาชน 5.เฝ้าระวังโรคและอนามัยสิ่งแวดล้อม เฝ้าระวังโรคทางเดินอาหาร โรคผิวหนัง โรคฉี่หนู โรคจากยุง ตรวจสอบคุณภาพน้ำ และให้คำแนะนำความปลอดภัยเรื่องไฟฟ้าและการจมน้ำ 6.การดำเนินงานศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข (Public Health Emergency Operations Center: PHEOC) โดยเปิดศูนย์ PHEOC ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง และรายงานข้อมูลทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์วิกฤต และ 7.การบริหารกำลังคนและทำงานจากที่บ้าน (WFH) ให้บุคลากรที่ไม่ได้ปฏิบัติงานบริการผู้ป่วยหรือฉุกเฉินสามารถทำงานจากบ้าน ตามความเหมาะสม โดยยังคงกำลังหลักไว้เต็มอัตรา

นพ.สมฤกษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับภาพรวมในพื้นที่ 25 จังหวัด ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ได้ให้การดูแลกลุ่มเปราะบางเชิงรุกแล้ว 41,793 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง เด็ก ผู้พิการ รวมถึงหญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยฟอกไต และผู้ป่วยเรื้อรังต่างๆ จัดบริการทางการแพทย์รวม 15,668 ครั้ง โดยจากการคัดกรองสุขภาพจิตรวม 2,139 ราย พบเครียดสูง 161 ราย เสี่ยงภาวะซึมเศร้า 12 ราย พบแพทย์ 2 ราย ได้รับการดูแลจิตใจตามระบบ และมีการสนับสนุนยาและเวชภัณฑ์ให้แก่ประชาชนรวม 47,796 รายการ นอกจากนี้ ยังส่งทีมสนับสนุนการเปิดบริการศูนย์พักพิง 247 แห่ง ใน 11 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ อุทัยธานี ปทุมธานี ปราจีนบุรี จันทบุรี ชลบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ ระยอง และนครราชสีมา รวมรองรับได้ 36,365 คน มีผู้รับบริการสะสม 6,766 คน ขณะที่ยังคงมีสถานพยาบาลได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นเป็น 67 แห่ง ใน 13 จังหวัด แบ่งเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) 53 แห่ง สาธารณสุขอำเภอ 4 แห่ง โรงพยาบาล 8 แห่ง และหน่วยบริการปฐมภูมิ 2 แห่ง เปิดบริการตามปกติ 31 แห่ง ปิดบริการบางส่วน 5 แห่ง และปิดบริการ 31 แห่ง

นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า สธ.ยังได้เน้นย้ำถึงการป้องกันและรักษาโรคฉี่หนูในพื้นที่ประสบอุทกภัย โดยขอให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงสวมรองเท้าบูท ถุงมือ ปิดบาดแผลให้มิดชิด และล้างทำความสะอาดร่างกายทันทีหลังสัมผัสน้ำ สำหรับการใช้ยา Doxycycline เพื่อป้องกันและรักษาโรค ต้องอยู่ภายใต้ดุลยพินิจของแพทย์ ซึ่งจะพิจารณาใช้เฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงสูงตามข้อบ่งชี้ และไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ทั้งหมด

Advertisement

นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า การรักษาผู้ป่วยตั้งแต่ระยะแรกด้วยยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมจะช่วยลดความรุนแรงของโรคและภาวะแทรกซ้อนได้ ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับยา Doxycycline ควรรับประทานยาตามแพทย์สั่ง ดื่มน้ำตามอย่างน้อยหนึ่งแก้วเต็ม และไม่นอนราบภายใน 30 นาทีหลังรับประทานยา เพื่อป้องกันการระคายเคืองหลอดอาหาร หญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร เด็กอายุต่ำกว่า 8 ปี และผู้ที่มีประวัติแพ้ยา ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อนใช้ยา อย่างไรก็ตาม หากมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณน่อง หรือตาแดง หลังสัมผัสน้ำท่วม ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำทันที แม้จะได้รับยาป้องกันแล้วก็ตาม เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที