‘นักพากย์เรือเยาวชน’ 4 ภาค ReUnion ถอดบทเรียนจากเสียงพากย์สู่เส้นทางชีวิต ต่อยอดทักษะสู่การเรียน-อาชีพ สร้างนักสื่อสารสุขภาวะรุ่นใหม่
เมื่อวันที่ 29 กันยายน มูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม (มพส.) โดยการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับเครือข่ายองค์กรงดเหล้า เครือข่ายนักพากย์เรือสร้างสุข กองทุนเพื่อช่วยเหลือเด็กเยาวชนและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเมาและมูลนิธิพิทักษ์ชีวิต จัดกิจกรรม “ReUnion นักพากย์เรือเยาวชนสร้างสุข 4 ภาค” ภายใต้แนวคิด “จากเสียงพากย์ สู่เส้นทางชีวิต” เมื่อวันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักพากย์เรือเยาวชนสร้างสุขจากทั่วประเทศ กลับมาพบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์และถอดบทเรียนจากการพัฒนาทักษะสู่การศึกษา อาชีพ และการทำงานเพื่อสังคม
นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ประธานมูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม กล่าวว่า มพส. และภาคีเครือข่ายจัดงานฝึกอบรมนักพากย์เรือเยาวชนสร้างสุขอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2554 และยกระดับมาสู่การแข่งขันชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯใน 4 ภูมิภาค เริ่มจาก จ.สุรินทร์ ในปี 2562 ก่อนขยายสู่ จ.น่าน จ.นนทบุรี และ จ.ชุมพร ระหว่างปี 2565–2567 โดยมุ่งใช้ “การพากย์เรือ” ควบคู่กับการสร้างพื้นที่รูปธรรมแข่งเรือปลอดเหล้า เพื่อพัฒนาศักยภาพเยาวชน “การพากย์เรือจึงเป็นมากกว่าการแข่งขัน แต่เป็นพื้นที่สร้างคนและสร้างโอกาส เราต้องการเห็นเยาวชนเติบโตเป็นนักสื่อสารสุขภาวะรุ่นใหม่ ที่สามารถต่อยอดทักษะสู่การพากย์กีฬา พิธีกร ผู้บรรยาย สื่อออนไลน์ Streamer YouTuber Content Creator ที่สามารถสื่อสารงานด้านประเพณีวัฒนธรรมควบคู่กับการสื่อสารด้านสุขภาพลดปัจจัยเสี่ยง การReUnion ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการกลับมาพบกันของศิษย์เก่าครูอาจารย์ แต่เป็นพื้นที่ทบทวนประสบการณ์ แลกเปลี่ยนบทเรียน และร่วมกันหาแนวทางขับเคลื่อนต่อร่วมกันในอนาคต
นายวิษณุ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกันกับ กองทุนเพื่อช่วยเหลือเด็กเยาวชนและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเมา และมูลนิธิพิทักษ์ชีวิต ที่ทำงานร่วมกับเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ จัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่านประสบการณ์จริงของเหยื่อและผู้พิการ พร้อมกับพาเด็กเยาวชนลงพายเรือคายัคในแม่น้ำลพบุรี เพื่อเข้าใจวัฒนธรรมสายน้ำในรูปแบบใหม่ๆ โดยจัดให้มีการพากย์เรือคายัคไปพร้อมกันด้วย
นายจักรรินทร์ ว่องไววาณิชย์ ประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันการประกวดนักพากย์เรือเยาวชนสร้างสุข กล่าวว่า หลังจากเข้าร่วมโครงการฯที่ผ่านมา จึงมีแนวคิดที่จะขยายผลการทำงานเชิงพื้นที่ นำร่องที่จังหวัดชุมพร โดยเตรียมจัดตั้ง “ศูนย์ฝึกนักพากย์เรือเยาวชน (Academy)” เกิดขึ้นเพื่อสืบสานศิลปะการพากย์เรือ ควบคู่กับการสร้างโอกาสให้เยาวชนพัฒนาทักษะอย่างเป็นระบบ โดยเปิดให้ผู้สนใจเข้าฝึกโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมดูแลที่พักและอาหารในช่วงเก็บตัวประมาณ 1–1 เดือนครึ่ง การฝึกครอบคลุมทั้งการพากย์ วินัย สุขภาพ คุณธรรม และทักษะชีวิต โดยเน้นให้เยาวชนมีสมาธิ คิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาเฉพาะหน้า มีจิตสาธารณะ และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
นายจักรรินทร์ กล่าวว่า ผลจากกระบวนการฝึกสะท้อนผ่านเส้นทางของเยาวชนหลายคน อาทิ วรการณ์ ทางรอด นำผลงานจากการแข่งขันไปจัดทำ Portfolio จนเข้าศึกษาต่อคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขณะที่ น้องเจมส์ จากเด็กที่ไม่มั่นใจในการพูด พัฒนาสู่การคว้าแชมป์ประเทศไทยและสร้างรายได้จากการรับงานพากย์เรือ ส่วน น้องเบาวิ๋ว นำทักษะไปต่อยอดสู่บทบาทประธานวัฒนธรรมอำเภอหลังสวนและพิธีกรในงานสำคัญ สะท้อนว่าการพากย์เรือสามารถเป็นทั้งพื้นที่สืบสานวัฒนธรรมและพัฒนาทักษะที่เปิดโอกาสให้เยาวชนเติบโตในเส้นทางชีวิตที่หลากหลาย
ขณะที่ นายจิตติพัทธ์ ต่อสุข (พี่เจ) อายุ 20 ปี นักศึกษารัฐศาสตร์การปกครอง มหาวิทยาลัยรามคำแหง นักพากย์เรือฯ จ.สุรินทร์ กล่าวว่า เริ่มพากย์เรือจากการเป็นเด็กที่ชอบพูดและมีไหวพริบ ก่อนเข้าสู่การแข่งขันในปี 2562 และได้รับรางวัลรองชนะเลิศ ประสบการณ์ดังกล่าวช่วยพัฒนาทักษะการสื่อสารจนต่อยอดเป็นอาชีพและสร้างรายได้ สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนตัวและช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว นอกจากนี้ ยังนำเวลาส่วนหนึ่งทำงานจิตอาสากู้ภัย และใช้ทักษะการสื่อสารให้คำแนะนำเด็กและเยาวชนเกี่ยวกับผลกระทบจากสุรา บุหรี่ สารเสพติด และอุบัติเหตุ โดยตั้งใจนำประสบการณ์จากงานจิตอาสาและทักษะการสื่อสารไปต่อยอดสู่การสอบเป็นตำรวจ เพื่อทำงานช่วยเหลือประชาชน
นายกิตติธัช ลิ่มบุตร (น้องพาย) อายุ 19 ปี นักศึกษาสาขาพลศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม นักพากย์เรือฯ จ.ชุมพร กล่าวว่า จากเด็กที่ไม่มั่นใจและไม่กล้าแสดงออก การฝึกพากย์เรือทำให้กล้าพูด กล้าแสดงออก รู้จักจัดลำดับความคิดและเรียบเรียงข้อมูล จนพัฒนาผลงานสู่การแข่งขันระดับประเทศและมีโอกาสช่วยถ่ายทอดประสบการณ์ให้รุ่นน้องจนทีมคว้าอันดับ 1 และถ้วยพระราชทาน ทักษะที่ได้รับยังเป็นส่วนหนึ่งของ Portfolio และช่วยในการเรียนด้านพลศึกษา ปัจจุบันให้ความสำคัญกับสุขภาพ หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และการดื่มหนัก พร้อมตั้งใจนำทักษะการสื่อสารไปใช้ในการกีฬาและการสอน เพื่อก้าวสู่การเป็นครูพลศึกษาและต้นแบบด้านสุขภาพแก่เยาวชน
ด้าน นายนพพล วันเจริญชัยสุข (น้องฟลุค) อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภช บางขุนเทียน นักพากย์เรือฯ กรุงเทพฯ กล่าวว่า เริ่มฝึกพากย์เรือจากคำชวนของปู่ตั้งแต่ชั้น ป.6 ก่อนมีโอกาสลงสนามจริงในการแข่งขัน “เรือขึ้นโขนชิงธง” จ.ชุมพร และคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้เห็นว่าการพูดซึ่งเคยเป็นจุดอ่อนสามารถพัฒนาเป็นทักษะได้ จึงฝึกฝนทั้งการศึกษาข้อมูล การเตรียมสคริปต์ การฟัง จับจังหวะ และแก้ปัญหาเฉพาะหน้า จนสามารถนำไปใช้ทั้งการเป็นพิธีกร พากย์กีฬา พากย์เกม และการนำเสนองาน รวมถึงทำงานจิตอาสา โดยใช้ทักษะการพูดสื่อสารเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการลดปัจจัยเสี่ยงจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่
การรวมตัวของนักพากย์เรือเยาวชน 4 ภาคในครั้งนี้ จึงเป็นมากกว่าการพบปะของศิษย์เก่า แต่เป็นการรวบรวม “ต้นทุนประสบการณ์” จากเยาวชนที่เติบโตผ่านกระบวนการพัฒนาทักษะจริง เพื่อถอดบทเรียนและต่อยอดสู่ระบบสนับสนุนเยาวชนที่เชื่อมโยงการเรียนรู้ ทักษะ อาชีพ จิตอาสา และการสร้างประโยชน์แก่สังคม พร้อมสืบสานศิลปะการพากย์เรือให้เป็นทุนทางวัฒนธรรมที่สร้างโอกาสและสุขภาวะให้คนรุ่นใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง

