‘จุลพันธ์’ เปิดศูนย์ ‘ซ่อม สร้าง สุข’ 30 จว. 79 จุด ช่วยซ่อมรถ-เครื่องใช้ไฟฟ้าฟรี หลังน้ำลด
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ที่โรงเรียนวัดหลักสี่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดให้บริการโครงการ “ซ่อม สร้าง สุข” และกิจกรรมออกหน่วยบริการด้านแรงงาน เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย โดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานร่วมให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ทั้งด้านการซ่อมแซมยานพาหนะและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม การดูแลสุขภาพกายและใจ ตลอดจนการให้คำปรึกษาและประสานสิทธิประโยชน์ด้านแรงงาน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของผู้ประสบภัยให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
โดยมี นายสมชาย มรกตศรีวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงาน, น.ส.บุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน, นายสุรชาติ เทียนทอง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, นายก่อแก้ว พิกุลทอง ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) และน.ส.ธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เข้าร่วม
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานก็เป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลในการขับเคลื่อนการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด โดยที่ผ่านมาเราได้ดำเนินการช่วยเหลือในเรื่องของเครื่องอุปโภคบริโภค การดำรงชีพ และอาหารต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
“แต่ขณะนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว สิ่งที่มีความจำเป็นในช่วงเวลานี้จึงเป็นเรื่องของการซ่อมแซมสิ่งของที่ได้รับความเสียหาย กระทรวงแรงงานจึงได้ดำเนินโครงการศูนย์ซ่อมสร้างชุมชนของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ซึ่งเปิดให้บริการมาแล้วหลายวัน เพื่อช่วยเหลือประชาชนในการซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม รวมถึงรถจักรยานยนต์และรถยนต์
จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนเข้ามาใช้บริการได้ โดยขณะนี้เราเปิดให้บริการในพื้นที่ 30 จังหวัด รวมทั้งสิ้น 79 จุด ประกอบด้วยศูนย์บริการของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และหน่วยบริการเคลื่อนที่ (Mobile Unit) ซึ่งทุกจุดมีเป้าหมายเพื่อให้บริการประชาชนและช่วยให้สามารถกลับคืนสู่สภาพปกติได้โดยเร็วที่สุด โดยไม่มีค่าใช้จ่าย” นายจุลพันธ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า สำหรับศูนย์บริการในกรุงเทพมหานคร มีการกระจายจุดให้บริการอย่างไรบ้าง นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ในกรุงเทพมหานครมีทั้งหมด 13 จุด และจะมีการหมุนเวียนสับเปลี่ยนกำลังเจ้าหน้าที่ไปให้บริการตามความจำเป็น ซึ่งในขณะนี้จะระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือในจุดที่มีความจำเป็นเร่งด่วนก่อน โดยนำบุคลากรและช่างจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเข้าไปดำเนินการ รวมถึงได้ขอความร่วมมือจากมูลนิธิพระดาบส ซึ่งได้ส่งบุคลากรที่เป็นอาจารย์ช่างเข้ามาช่วยเหลือในงานซ่อมบำรุงต่างๆ ด้วย
“ขณะนี้เราได้เข้ามาดำเนินการในพื้นที่เขตหลักสี่แล้ว หลังจากนี้จะมีกระบวนการหมุนเวียนและย้ายกำลังเจ้าหน้าที่ไปยังพื้นที่อื่นๆ เช่น เขตลาดกระบัง และเขตมีนบุรี โดยจะพิจารณาจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างหนักเป็นหลัก เพื่อเข้าไปให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างทั่วถึง” นายจุลพันธ์ กล่าว
นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ขณะนี้ยังมีการทำงานร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยร่วมกันพัฒนาแอพพลิเคชัน Traffy Fondue (ทราฟฟี่ ฟองดูว์) เพื่อรองรับการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในช่วงนี้ประชาชนสามารถดาวน์โหลดแอพพ์เพื่อแจ้งจุดและระบุพิกัดพื้นที่ที่ต้องการความช่วยเหลือได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะบริหารจัดการข้อมูลผ่านระบบหลังบ้าน เพื่อประสานงานและส่งเจ้าหน้าที่ รวมถึงนัดหมายประชาชนให้เข้าไปใช้บริการยังศูนย์ซ่อมบำรุงของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน รวมถึงหน่วยงานด้านอาชีวศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้ประชาชนไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปรอรับบริการโดยไม่จำเป็น และสามารถเข้ารับการซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือยานพาหนะได้ตามวันและเวลาที่นัดหมายไว้
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า แสดงว่าแต่ละจุดไม่ได้เปิดให้บริการประจำอยู่ตลอด และอาจมีการหมุนเวียนเปลี่ยนพื้นที่ ดังนั้นประชาชนต้องตรวจสอบจุดให้บริการก่อนเดินทางไปใช้บริการด้วยใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ใช่ อยากให้ประชาชนติดตามและตรวจสอบข้อมูลก่อนเดินทางเข้ามาใช้บริการ เนื่องจากหากปริมาณผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ใดเริ่มลดลง เราอาจมีการขยับหรือย้ายจุดให้บริการไปยังพื้นที่อื่น
“เพราะขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมยังส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง เราจึงจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายกำลังเจ้าหน้าที่และจุดให้บริการไปยังพื้นที่ต่างๆ เพื่อให้สามารถรองรับและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพมากที่สุด จึงขอให้ประชาชนติดต่อสอบถามข้อมูลก่อนเข้ารับบริการ” นายจุลพันธ์ กล่าว
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า โครงการนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจและน้ำใจจากกระทรวงแรงงานที่ต้องการส่งมอบให้แก่พี่น้องประชาชนในยามที่ประสบความยากลำบาก จึงขอเชิญชวนประชาชนที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือยานพาหนะ ไม่ว่าจะเป็นรถจักรยานยนต์หรือรถยนต์ ที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วม เข้ามาใช้บริการได้ เราพร้อมให้บริการซ่อมแซมสิ่งของและยานพาหนะที่ได้รับความเสียหาย เพื่อช่วยให้สามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมได้ จึงขอเชิญชวนประชาชนติดต่อประสานงานเข้ามาใช้บริการ ซึ่งเราจะเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ ปัจจุบันกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้จัดตั้งศูนย์ “ซ่อม สร้าง สุข” แล้ว จำนวน 30 จังหวัด รวม 79 แห่ง พื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 13 แห่ง ปริมณฑล จำนวน 10 แห่ง ซึ่งประชาชนที่ต้องการซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า และยานพาหนะ สามารถเช็คศูนย์ “ซ่อม สร้าง สุข” ได้ที่ เพจกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือ https://eit.dsd.go.th/rep 





