‘พัฒนา-สมฤกษ์’ สั่ง สธ.รับมือฝนหนักใต้ เร่งฟื้น รพ.น้ำท่วมระยอง

5.10.26 | 17:27 น.

‘พัฒนา-สมฤกษ์’ สั่ง สธ.รับมือฝนหนักใต้ เร่งฟื้น รพ.น้ำท่วมระยอง ย้ำบริการสุขภาพต้องต่อเนื่อง-ปลอดภัย

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ขานรับข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี เตรียมความพร้อมรับมือฝนตกหนักในช่วงสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ที่อาจเสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน พร้อมกำชับสถานบริการสาธารณสุขในพื้นที่ประสบอุทกภัยให้จัดบริการประชาชนอย่างต่อเนื่องและปลอดภัย รวมถึงเร่งฟื้นฟูโรงพยาบาลที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม


นพ.สมฤกษ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC) กรณีสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ผ่านระบบออนไลน์ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้เน้นย้ำการเตรียมความพร้อมรับมือระดับน้ำที่ยังสูงขึ้นของโรงพยาบาลใน จ.ฉะเชิงเทรา โดยเฉพาะโรงพยาบาลพุทธโสธร ตลอดจนปฏิบัติตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีในการเตรียมพร้อมรับมือมวลน้ำระลอกใหม่จากการคาดการณ์ฝนตกหนักในช่วงสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้

“วันนี้ได้กำชับให้จังหวัดพื้นที่ภาคใต้ทบทวนแผนประคองกิจการ และเตรียมความพร้อมย้ายผู้ป่วย กลุ่มเปราะบาง ตรวจสอบเส้นทางเลี่ยงเพื่อปรับแผนการส่งต่อผู้ป่วยวิกฤต เร่งรัดค้นหาและเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบาง สั่งการโรงพยาบาลที่เสี่ยงน้ำท่วมสำรองยา เวชภัณฑ์ ออกซิเจน และทรัพยากรสำคัญให้เพียงพอขั้นต่ำ 72 ชั่วโมง ดูแลสุขาภิบาล และเฝ้าระวังโรค ตลอดจนสื่อสารความเสี่ยงให้ประชาชน” นพ.สมฤกษ์ กล่าว

นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า เขตสุขภาพที่ 11 และ 12 ได้เตรียมความพร้อมทั้งระบบบริการทางการแพทย์และสถานพยาบาล เส้นทางลำเลียงและส่งต่อผู้ป่วย ระบบสำรองไฟฟ้า เชื้อเพลิง น้ำประปา ออกซิเจนทางการแพทย์ และระบบการสื่อสารให้พร้อมใช้งาน รวมถึงการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามได้ทันทีหากจำเป็น พร้อมเตรียมกำลังคน เวชภัณฑ์สำคัญ 13 รายการ และจัดทำพิกัดและรายชื่อกลุ่มเปราะบาง เพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัยได้อย่างรวดเร็วเมื่อได้รับแจ้งเตือนภัย

Advertisement

นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า สำหรับภาพรวมพื้นที่ประสบอุทกภัยล่าสุดลดลงเหลือ 23 จังหวัด มีสถานบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบ 153 แห่ง เปิดบริการตามปกติ 87 แห่ง ให้บริการบางส่วน 11 แห่ง และหยุดบริการ 55 แห่ง มีการจัดทีมแพทย์และสาธารณสุขลงพื้นที่ดูแลกลุ่มเปราะบาง 87,489 ราย ให้บริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขรวม 238,836 ครั้ง สนับสนุนศูนย์พักพิงที่ยังเปิดอยู่ 184 แห่ง มีผู้รับบริการรวม 14,207 คน และสนับสนุนยาและเวชภัณฑ์รวม 234,264 รายการ

ขณะที่ จ.ระยอง ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2569 โดย นายพัฒนา ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การให้บริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขที่โรงพยาบาลแกลง พร้อมให้กำลังใจบุคลากรสาธารณสุขและมอบชุดยาและเวชภัณฑ์แก่ อาสาสมัครสาธาณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และผู้ประสบภัย โดยระบุว่า จ.ระยองได้รับผลกระทบรวม 8 อำเภอ 55 ตำบล มีประชาชนที่ต้องเฝ้าระวังด้านสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง 3,676 คน และมีหน่วยบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบ 6 แห่ง

นายพัฒนา กล่าวว่า โรงพยาบาลแกลงเปิดให้บริการบางส่วน และคาดว่าจะกลับมาเปิดบริการเต็มรูปแบบในวันที่ 8 ตุลาคมนี้ ส่วนโรงพยาบาลบ้านค่ายกลับมาเปิดบริการตามปกติตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา สามารถรับผู้ป่วยในและรับส่งต่อผู้ป่วยกลับได้ ขณะที่โรงพยาบาลระยอง สาขาเกาะหวาย กลับมาเปิดบริการตามปกติได้ในวันนี้ โดยที่ผ่านมา มีการส่งต่อผู้ป่วยรวม 78 ราย ไปยังโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติฯ 35 ราย โรงพยาบาลระยอง 19 ราย โรงพยาบาลบ้านฉาง 15 ราย และโรงพยาบาลวังจันทร์ 9 ราย

“จากการลงพื้นที่พบว่า โรงพยาบาลแต่ละแห่งมีการเตรียมความพร้อม วางแผนและมาตรการรองรับสถานการณ์อย่างเป็นระบบ ทั้งการป้องกันความเสี่ยงน้ำท่วมโรงพยาบาล ระบบไฟฟ้า แหล่งกำเนิดไฟฟ้า ปกป้องทรัพยากรต่างๆ จัดทำแผนให้บริการสุขภาพตามระดับสถานการณ์ เพื่อให้สามารถดูแลประชาชนได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย รวมถึงมีแผนฟื้นฟูความเสียหายต่างๆ ของโรงพยาบาล” นายพัฒนากล่าว

นายพัฒนากล่าวต่อว่า ได้กำชับให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง จัดเตรียมยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้เพียงพอ ดูแลสุขภาพจิตผู้ประสบภัย เฝ้าระวังโรคและภัยสุขภาพระหว่างและหลังน้ำท่วม สุขาภิบาลอาหารและน้ำดื่ม การป้องกันโรคจากน้ำและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการฟื้นฟูสุขภาพกายและจิตหลังสถานการณ์คลี่คลาย เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างทั่วถึง รวดเร็ว และปลอดภัย

ด้าน นพ.สุภโชค เวชภัณฑ์เภสัช ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 6 กล่าวว่า จ.ระยองมีการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ 10 หน่วย รวมบุคลากร 106 ราย ให้บริการเทเลเมดิซีน 114 ราย ดูแลกลุ่มเปราะบาง 3,676 คน และผู้ป่วยฟอกไต 62 คน ขณะที่ สสอ.ร่วมกับ รพ.สต.จัดหน่วยดูแลสุขภาพในศูนย์พักพิง 53 แห่ง ดูแลผู้อพยพ 4,556 คน มอบชุดช่วยเหลือน้ำท่วมแก่ประชาชน 5,532 ชุด ประเมินความเสี่ยงโรคหลังน้ำลด 7 แห่ง และคัดกรองสุขภาพจิต 5,266 ราย พบผู้มีความเครียดสูง 100 ราย และเสี่ยงภาวะซึมเศร้า 27 ราย โดยให้การดูแลช่วยเหลือตามระบบแล้ว ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมความพร้อมทั้งด้านระบบบริการ บุคลากร ยาและเวชภัณฑ์ ตลอดจนแผนฟื้นฟู เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่องและปลอดภัยตั้งแต่ระยะเตรียมรับมือสถานการณ์ ระยะเกิดภัย ไปจนถึงระยะฟื้นฟู