‘กาฬโรคปอด’ จากรัสเซียยังแค่สงสัย กรมควบคุมโรคชี้ไทยเสี่ยงต่ำ WHO ยังไม่ยกระดับเตือน

5.10.26 | 21:09 น.

‘กาฬโรคปอด’ จากรัสเซียยังแค่สงสัย กรมควบคุมโรคชี้ไทยเสี่ยงต่ำ WHO ยังไม่ยกระดับเตือน

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า จากการติดตามข่าวต่างประเทศ พบรายงานว่า หญิงอายุ 28 ปี ปฏิบัติงานที่ Irkutsk Anti-Plague Research Institute แคว้น Irkutsk สหพันธรัฐรัสเซีย ป่วยด้วยโรคปอดอักเสบรุนแรงไม่ทราบสาเหตุและเสียชีวิตภายหลังเข้ารับการรักษาเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 โดยมีรายงานผู้สัมผัสอย่างน้อย 197 รายที่ได้รับการติดตามอาการจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขท้องถิ่น เบื้องต้นยังไม่พบอาการป่วยในกลุ่มผู้สัมผัส และยังไม่มีหลักฐานยืนยันทางห้องปฏิบัติการว่าเป็นการเสียชีวิตจากเชื้อกาฬโรค (Yersinia pestis) และยังไม่มีหลักฐานการแพร่เชื้อหรือเกิดการแพร่เชื้อจากคนสู่คนแต่อย่างใด แม้เหตุการณ์ดังกล่าวยังจัดเป็นเหตุการณ์สงสัยแต่กรมควบคุมโรคไม่นิ่งนอนใจ ได้มอบหมายกองระบาดวิทยา ในฐานะจุดประสานงานกฎอนามัยระหว่างประเทศ (IHR National Focal Point: IHR-NFP) ตรวจสอบและติดตามข้อมูลเพิ่มเติมกับองค์การอนามัยโลก (WHO) โดยตรง


นพ.มณเฑียร กล่าวว่า โดย IHR-NFP ได้ประเมินความเสี่ยงเบื้องต้น พบว่า ความเสี่ยงต่อการนำเข้าเชื้อสู่ประเทศไทยอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากเหตุการณ์ในรัสเซียยังจำกัดอยู่ในพื้นที่เฉพาะ ยังไม่มีรายงานการแพร่กระจายในชุมชนหรือนอกพื้นที่ อีกทั้ง ขณะนี้ WHO ยังไม่มีการประกาศเตือนหรือยกระดับมาตรการจำกัดการเดินทางแต่อย่างใด ตามกฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้อง กาฬโรคถูกจัดอยู่ในกลุ่มโรคติดต่ออันตราย ซึ่งเป็นโรคที่มีความรุนแรงสูง จึงต้องมีระบบรายงานและการควบคุมโรคอย่างเร่งด่วน

“โดยทั่วไปกาฬโรคปอดจะแพร่จากคนสู่คนผ่านละอองฝอยจากทางเดินหายใจของผู้ป่วยที่สามารถแพร่เชื้อได้ และมักเกิดจากการสัมผัสใกล้ชิด ขณะเดียวกันโรคมีระยะฟักตัวค่อนข้างสั้น และมีมาตรการควบคุมที่มีประสิทธิผล ได้แก่ การตรวจจับและวินิจฉัยผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว การแยกผู้ป่วย การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ และการติดตามผู้สัมผัส ทั้งนี้ กาฬโรค คือชื่อโรคติดเชื้อทั้งหมดที่เกิดจากเชื้อ Yersinia pestis ส่วน กาฬโรคปอด คือหนึ่งในรูปแบบของกาฬโรคที่เชื้อเข้าสู่ปอดหรือแพร่กระจายมาที่ปอดจึงรุนแรงและสามารถแพร่จากคนสู่คนได้” นพ.มณเฑียร กล่าว

ด้าน นพ.ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเสริมว่า ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการจำกัดการเดินทาง เที่ยวบิน หรือเปิดการคัดกรองพิเศษ ณ ช่องทางเข้าออกประเทศ เนื่องจากระบบเฝ้าระวังปกติของประเทศไทยมีความเข้มแข็งและเพียงพอในการรองรับสถานการณ์ ทั้งนี้ โรคที่อยู่ใน พ.ร.บ. โรคติดต่อ พ.ศ.2558 นั้นประเทศไทยจะต้องมีระบบเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา การสอบสวนโรค และความพร้อมทางห้องปฏิบัติการอย่างครบถ้วน หากพบผู้เดินทางที่มีอาการสงสัย คือ ไข้ ร่วมกับปอดอักเสบรุนแรง และมีประวัติสัมผัสเสี่ยง สามารถเข้าสู่กระบวนการแยกกัก รักษาด้วยยาปฏิชีวนะ และสอบสวนโรคได้อย่างทันท่วงที โดยกรมควบคุมโรคจะติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และจะแจ้งข้อมูลให้ประชาชนทราบเมื่อมีหลักฐานหรือข้อมูลสำคัญเพิ่มเติม หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

Advertisement